ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

“ปลาขี้ตัง”  เป็นชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกเจ้าปลาราคาแพงตัวนึง ซึ่งนั่นก็คือ “ปลาตะกรับ” นั่นเอง  และคิดว่าหลายคนคงเคยได้ลิ้มลองรสชาติอันนุ่มชุ่มลิ้นของเนื้อปลาตัวนี้กันมาบ้างแล้ว  แต่จะมีใครกี่คนที่รู้ว่าปลาชนิดนี้มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้เพาะเลี้ยงได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศไทย และเพาะเลี้ยงได้ที่ใด  ว๊าว! เริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั๊ยคะ

จากวันเป็นเดือนเคลื่อนไปเป็นปี  จากที่เคยจับปลาตะกรับจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ก็มีผู้ชายคนหนึ่งได้เกิดความคิดที่ว่า สักวันจะต้องเพาะเลี้ยงปลาตะกรับให้ได้  หลังจากนั่งมองกระชังปลาในทะเลสาบสงขลา ซึ่งทั้งหมดเป็นการเลี้ยงปลากะพงขาวเพียงชนิดเดียว  และด้วยแรงบันดาลใจจากความคุ้นชินกับปลาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็กๆ  บวกกับความคิดริเริ่มที่มีการต่อยอดด้วยความอุตสาหะและพยายามจนสามารถเพาะขยายพันธุ์ปลาชนิดนี้เป็นผลสำเร็จอย่างน่าชื่นชม

ขอแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนนี้ “คุณจิระยุทธ  รื่นศิริกุล” นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ  ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต6 (สงขลา) หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อศูนย์ประมงชายฝั่งเก้าเส้ง และมาฟังคำบอกเล่าเรื่องราวการเพาะเลี้ยงปลาตะกรับจากปากของเขากันค่ะ

คุณจิระยุทธ  รื่นศิริกุล นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ

 

...จากสมัยก่อนที่บ้านของผมมีอาชีพเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังที่  ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ตอนนั้นเกาะยอมีเพียงปลากะพงขาวเป็นปลาเศรษฐกิจเพียงตัวเดียว  ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีปลาตัวอื่นที่เป็นอีกทางเลือก ผมจึงตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาปลาตัวอื่นๆมาเลี้ยงเพื่อเป็นปลาเศรษฐกิจคู่กับปลากะพงขาวให้ได้   และทำไมถึงต้องเป็นปลาตัวนี้  ด้วยเหตุผลง่ายๆคือเพราะเป็นปลาที่ผมชอบกิน  และสมัยก่อนผมเป็นลูกทะเล  ผมชอบออกจับปลาตะกรับมารับประทานอยู่เสมอ  แล้ววันหนึ่งประมาณปีพ.ศ.2544 จุดกำเนิดทางความคิดของผมก็เริ่มต้นขึ้นที่ปลาตะกรับตัวใหญ่ ไข่แก่ตัวหนึ่ง  มันจุดประกายทางความคิดของผมทันที  ผมจับแม่ปลาขังไว้ในตู้กระจกใบใหญ่ เพื่อดูพฤติกรรมของแม่ปลาท้องแก่  แต่อยู่ได้เพียงไม่นานท้องมันก็แฟบไข่ก็ฝ่อ และมันก็ป่วยตาย  แต่ความตั้งใจของผมไม่ได้ตายตามปลาตัวนั้นไป เพียงแค่พับใส่หีบไว้ รอวันเวลา

จนกระทั่งในปีพ.ศ.2547 ผมได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่รั้วของกรมประมง และได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้ศึกษาการเพาะพันธุ์ปลาตะกรับในปี พ.ศ.2549 ซึ่งปลาตัวนี้เป็นปลาที่อยู่ในใจของผมอยู่แล้วตั้งแต่ผมยังไม่ได้รับราชการอยู่ที่กรมประมง  นี่จึงเป็นก้าวแรกที่จริงจังในเส้นทางสายนี้

แต่หนทางแห่งความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  มีหลากหลายปัญหาเข้ามาวัดใจ  ในช่วงแรกของการดำเนินการ  ได้พ่อแม่พันธุ์ปลาธรรมชาติจากคุณลุงทองส้อง  แสงมณีประดับ หรือน้าทอง ซึ่งเป็นชาวประมงที่วางลอบปลาตะกรับอยู่ที่บ้านเล อ.สิงหนคร  ปัญหาแรกที่ประสบหลังจากฉีดฮอร์โมนให้แม่ปลาวางไข่ คือ แปลกจัง! ไข่คุณภาพดีผสมกับน้ำเชื้อคุณภาพดี๊ดี  แต่กลับไม่พบการปฏิสนธิหรือไข่ไม่ผสม  โอ้โห! กว่าจะทลายคอขวดของปัญหาได้  เล่นเอาตาลาย  เพราะนั่งส่องกล้องจุลทรรศน์กันทั้งคืน  ที่แท้เป็นเพราะผู้วิจัยไม่เข้าใจเรื่องการพัฒนาการของตัวอ่อนดีพอ  หลังจากนั้นไม่นานเจอตอด่านที่สอง เพาะฟักได้มากมายละลานตา  แต่อายุขัยช่างสั้นนัก อนุบาลได้เพียง 7 วันก็ตายเกลี้ยง  ซึ่งใช้เวลาค้นหาสาเหตุอยู่นานพอสมควร จึงสามารถทลายคอขวดลูกที่ 2 ของปัญหาได้  โดยการปรับเทคนิคการจัดการน้ำที่ใช้เลี้ยงลูกปลาและปัจจุบันนี้ทางศูนย์วิจัยฯ ก็สามารถเพาะและอนุบาลลูกพันธุ์ปลาตะกรับได้เป็นผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ โดยได้ผลผลิตประมาณ 1-2.5 แสนตัวต่อปี สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงในบ่อดินหรือกระชัง หรือแม้กระทั่งในบ่อระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด ขี้ตังก็ยังเติบโตดี  และมีผลผลิตตัวโตๆ กลับมาให้ผู้คนได้ลองลิ้มชิมรส กัน และเป็นที่น่าภูมิใจ  ที่ตอนนี้ปลาตะกรับไม่ได้เลี้ยงเฉพาะที่จ.สงขลา และใกล้เคียงแต่ไปไกลถึงจ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ศูนย์วิจัยฯยังผลิตลูกปลาเพื่อปล่อยกลับคืนสู่ทะเลสาบสงขลา  อันเป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ที่จับมาเพาะพันธุ์ในช่วงแรกปีละหลายหมื่นตัว  โดยปัจจุบันนี้ศูนย์วิจัยฯ สามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาตะกรับได้เอง  โดยไม่ต้องจับมาจากธรรมชาติอีกต่อไป

และท้ายสุดนี้ขอขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีที่นำมาแบ่งปันกัน โดย คุณจิระยุทธ  รื่นศิริกุล  นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 (สงขลา)

               

ปลาตะกรับ หรือปลาขี้ตัง

กมลศิริ  รักกมล…เรียบเรียง