อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลาซีกเดียวที่ศึกษาในครั้งนี้เป็นชนิด Indian spiny turbot หรือ Indian halibut มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psettodes erumei  (Bloch & Schneider, 1801) (ภาพที่ 1) เป็นปลาในกลุ่มปลาซีกเดียวชนิดหนึ่งที่พบในทะเลสาบสงขลา แต่พบได้บริเวณที่น้ำมีความเค็มค่อนข้างสูงดังเช่น ในทะเลสาบตอนนอก ปากทะเลสาบ เกาะหนู เกาะแมว และบริเวณชายฝั่งทะเลโดยทั่วไป

ปลาตะกรับ Scatophagus argus (Linnaeus, 1766) เป็นปลาท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบสงขลา    (อังสุนีย์, 2539) มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทั้งในตลาดปลาสวยงามและปลาเนื้อสำหรับนำมาบริโภค เนื่องจากเป็นปลาเนื้อขาวที่มีรสชาติดีทำให้นิยมนำมาบริโภคกันมากโดยมีราคาค่อนข้างสูงโดยเฉพาะปลาที่มี  ไข่แก่ ซึ่งจากการสอบถามชาวประมงเมื่อปี 2550 ทราบว่า มีราคาสูงถึง 300-400 บาทต่อกิโลกรัม

การรวบรวมพันธุ์ปลากระบอก :ลูกพันธุ์ปลากระบอกที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นปลาที่รวบรวมจากทะเลสาบสงขลาตอนนอก บริเวณชายฝั่งทะเล ต.เกาะยอ อ.เมือง จ. สงขลา โดยใช้อวนขนาดตา 0.5 ซม. ยาว25 เมตร ล้อมจับที่ระดับความลึก 0.5-1.0 เมตร

ปลากะพงดำเป็นปลาที่ใช้ประโยชน์ทั้งเพื่อการบริโภคและสันทนาการหรือการกีฬา (Armstrong  et al., 1996; Brawn-Peterson and Franks, 2001) อาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำกร่อยและน้ำเค็มมีศักยภาพในการนำมาศึกษาการเพาะขยายพันธุ์เนื่องจากเป็นปลาที่มีเนื้อขาว  รสชาติดี และเจริญเติบโตเร็ว  Franks et al. (2001)

ปลากะโห้ ( Catlocarpio siamensis ) มีชื่อสามัญว่า Giant carp เป็นปลาน้ำจืดตระกูลคาร์พที่ใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่ง มีเกล็ดใหญ่ ลำตัวมีสีเทาปนดำ หรือชมพูปนขาว ครีบมีสีแดง เป็นปลาที่อาศัยในแม่น้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำในภาคกลางของประเทศไทย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำก่ำ แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าหลวง แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง แต่แหล่งน้ำที่สามารถรวบรวมปลาชนิดนี้ได้มากนั้นได้แก่ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ขึ้นไป จนถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

ชื่อไทย ปลากะพงแดง

ชื่อสามัญ RED SNAPPER, MANGOVE JACK

ชื่อวิทยาศาสตร์ Lutjanus argentimaculatus

ปลาเทโพผสมพันธุ์กับปลาเผาะกลายเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ “ เขียวมรกต ” คิดอยากจะเลี้ยงปลากะพงขาว เพราะเนื้ออร่อย แต่น่าเสียดายโตช้าเลี้ยงหลายเดือนถึงจะได้กิน แต่ถ้าโตเร็วเหมือนปลาดุกบิ๊กอุยเลี้ยง 3 เดือนก็ได้กิน เออ! ถ้านำปลาทั้งสองชนิดนี้มาผสมพันธุ์กันลูกที่ออกมาคงโตเร็วและเนื้ออร่อยน่าดู แต่ก็นั่นแหละครับ ความคิดนี้คงเป็นแค่ความสนุก ๆ ที่เป็นไปไม่ได้ เพราะปลามันคนละชนิดและอยู่กันคนละน้ำ เราลองมาดูอีกหนึ่งความคิดที่เป็นไปได้กันดีกว่านะครับ

ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus Bleeker ) เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย และในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนามและศรีลังกา ปลาตะเพียนขาวสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำกร่อย ที่มีความเค็มไม่เกิน 7 ส่วนในพัน เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินพืชเป็นอาหาร อาศัยได้ดีทั้งในน้ำไหล เช่น ในแม่น้ำ น้ำนิ่ง อ่างเก็บน้ำ นาข้าว ปลาตะเพียนขาวแพร่พันธุ์ในบ่อได้เมื่อสภาพอำนวย เช่น การถ่ายเทน้ำใหม่เข้าบ่อ หรือในช่วงที่มีฝนตก เป็นต้น

ปลาทรายเป็นปลาน้ำเค็ม ชื่อสามัญ Sand whiting ชื่อวิทยาศาสตร์ Sillago sihama forsstal ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันดี เนื่องจากมีรสชาติดีนิยมรับประทานทั้งในประเทศและนอกประเทศ และโรงงาน อุตสาหกรรมแปรรูปส่งออก ปลาทรายพบหลายชนิด แต่พันธุ์ Sillago sihama เป็นพันธุ์ที่นำมาศึกษาค้นคว้ากันมาก ประเทศไทยพบในแถบอ่าวไทยและอันดามัน แถบชายฝั่งทะเล

ผู้เลี้ยงปลาต่างอยากให้ปลาที่เลี้ยงมีสีสันสวยงาม  ควรเข้าใจถึงพื้นฐานการสร้างเม็ดสีของปลา เลือกใช้สารประกอบในการเร่งสีได้ถูกต้อง และมีความปลอดภัยต่อปลาไม่มีอันตราย ปลาที่ได้มีคุณภาพ  สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น  และมีสีสันสวยงาม  ตลอดจนเป็นที่ต้องการของตลาด การสร้างเม็ดสีในปลาแต่ละชนิดแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เม็ดสีสำคัญที่พบในผิวและกล้ามเนื้อ ตลอดจนอวัยวะต่างๆคือ สารสีเมลานิน (Melanin) ซึ่งมีสีดำ ส่วนเม็ดสีที่เราต้องการคือ เม็ดสี แคโรทีนอยด์ (Carotenoids)