|
ข้อดีของการเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน
สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้เต็มที่ ที่ดินรอบ ๆ
บ่อใช้ปลูกพืชผัก และสร้างคอกเลี้ยงสัตว์ ส่วนน้ำในบ่อนอกจากใช้เลี้ยงปลาแล้วยังปลูกพืชอื่น
ๆ ได้อีก เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด
เศษเหลือของพืชและสัตว์สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเช่น มูลสัตว์
เศษอาหาร เศษผักหญ้าต่าง ๆ
ซึ่งตกลงไปในบ่อก็จะกลายเป็นอาหารปลาและเป็นปุ๋ยสำหรับเติมบ่อปลา ขณะเดียวกันโคลนเลนก้นบ่อก็สามารถนำมาปลูกพืชต่าง ๆ ได้ดีการนำเศษเหลือ ของเสียต่าง ๆ
กลับมาใช้อีกเป็นการกำจัดของเสีย และช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าอาหารปลา ค่าอาหารสัตว์ ค่าปุ๋ย
เป็นการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้
สามารถใช้บริโภคภายในครอบครัวถ้าเหลือก็สามารถนำออกจำหน่าย เกิดเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อดำเนินการต่อไป
และเป็นการใช้แรงงานภายในครอบครัวให้เป็นประโยชน์
ลดอัตราการเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ดีกว่า การเลี้ยงปลา
เลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชเพียงอย่างเดียวและเป็นการลดต้นทุน เพราะกิจกรรมแต่ละอย่างต้องพึ่งพากัน
ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน ในการจำหน่ายผลผลิตจากฟาร์มตลอดปี
การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่
การเลี้ยงผสมผสานแบบนี้
มีจุดประสงค์คล้ายคลึงกับการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ด คือใช้มูลไก่เป็นอาหารของปลาที่เลี้ยง
หรือใช้เป็นปุ๋ยสำหรับการเจริญเติบโตของอาหารธรรมชาติและเป็นอาหารของปลาอีกทอดหนึ่ง
ลักษณะบ่อปลาและเล้าไก่
บ่อที่ใช้เลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่นั้นใช้บ่อดินที่มีลักษณะเดียวกับบ่อเลี้ยงปลาโดยทั่วไปควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกประมาณ 1.50 - 2.00 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้โดยเฉลี่ย 1-1.50 เมตร ในช่วงที่มีการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่
เล้าไก่
ซึ่งเป็นอาคารและโรงเรือนควรสร้างคร่อมบ่อที่เลี้ยงปลา
เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่เดียวกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการเหมาะสมเมื่อไก่ที่เลี้ยงถ่ายมูลหรือเศษอาหารตกลงในบ่อเป็นประโยชน์ต่อปลาโดยตรง โดยมิต้องเสียเวลาในการทำความสะอาดเป็นการตัดภาระในด้านค่าใช้จ่าย
สำหรับรูปร่างของเล้าไก่นั้นก็ควรสร้างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเช่นเดียวกัน พื้นเล้าไก่สูงกว่าระดับผิวน้ำในบ่อเฉลี่ย
1.20 เมตร
แบบตั้งบนบ่อปลา
ปลาจะได้รับอาหารที่ไก่เขี่ยกระเด็นออกมาเป็นอาหารโดยตรง
และได้รับอาหารจากมูลไก่ที่ย่อยไม่หมด ส่วนที่เหลือจะกลายเป็นปุ๋ยให้เกิดแพลงก์ตอนในบ่อต่อไป
ปลาเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยสามารถลดปริมาณอาหารสมทบหรือไม่ต้องลงทุน ลดแรงงานและเวลาในการหาอาหารให้ปลา
ไม่ต้องทำความสะอาดในเล้า
ส่วนเล้าไก่ที่สร้างบนพื้นดินนั้น
มูลไก่และเศษอาหาร จะตกลงที่พื้นดินใต้เล้าหากทิ้งไว้นานคุณค่าอาหารจะเปลี่ยนไป เพิ่มงานและเสียเวลาเพื่อขนถ่ายมูลไก่ไปลงบ่อปลา
สัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ทั้งยังสามารถควบคุมให้ปริมาณปุ๋ยในบ่อไม่มากเกินไปได้โดยการทยอยใส่ปุ๋ยลงในบ่อ ในกรณีพื้นที่นั้นมีปริมาณน้ำที่จะใช้น้อย
เช่น ปีหนึ่งมีน้ำเพียง 8
เดือนอย่าสร้างเล้าไว้บนบ่อ
ทิศทางและตำแหน่งที่ตั้งเล้าไก่
การสร้างเล้าไก่ควรหันให้ด้านยาวของเล้าหันในทิศทางตะวันออก-ตะวันตก
เพื่อไม่ให้แสงแดดส่องเข้าในเล้าโดยตรงนานเกินไปในช่วงสาย ๆ และบ่าย ๆ
แต่ถ้าไม่สามารถหันได้ตามทิศทางดังกล่าวและด้านยาวจำเป็นต้องหันไปทิศเหนือ-ใต้ ก็จะต้องทำชายคาให้ต่ำลงมาบังแสงได้เพียงพอ
ขนาดและลักษณะเล้าไก่
เล้าไก่ควรเป็นแบบเปิดและอยู่กลางแจ้ง
เพื่อจะได้รับแสงสว่างและการถ่ายเทอากาศจากธรรมชาติ ปกติแล้วเล้าจะปลูกสร้างเป็นแถวเดียว มีหลังคาเป็นแบบจั่ว
มีความยาว 6-8
เมตร และมีความสูง 3.0 เมตร
แต่ละห้องแบ่งขนาด 100
ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 40 ตารางเซนติเมตร เลี้ยงไก่ได้จำนวน
800 ตัว
ส่วนความกว้างของเล้าจะขึ้นอยู่กับจำนวนไก่ที่เพิ่มขึ้น เล้าไก่ควรมีอัตราส่วนช่องหน้าต่างต่อเนื้อที่พื้นเล้าเท่ากับ 1:8 - 1:10 เพื่อช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศได้ดี พื้นเล้าสูงจากระดับน้ำบ่อปลาประมาณ 1.0 - 1.50 เมตร
วิธีการเลี้ยงไก่ร่วมกับการเลี้ยงปลาแบบการค้า
สำหรับเกษตรกรที่มีความสนใจจะเลี้ยงไก่ผสมผสานกับเลี้ยงปลาให้เป็นการค้าควรจะเตรียมการและวางแผนการเลี้ยงล่วงหน้าไว้ดังนี้
วางแผนการเก็บเกี่ยวผลผลิตปลาให้พอดีกับฤดูแล้งซึ่งปลาจะมีราคาดี
หลีกเลี่ยงการเลี้ยงปลาและไก่ในฤดูหนาว
เนื่องจากเป็นฤดูที่มีโรคระบาด
ตรวจดูความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการเลี้ยงไก่และชนิดปลาที่จะเลี้ยง
1 รูปแบบผสมผสานที่ 1 เลี้ยงไก่เนื้อกับปลานิล ปลาสวาย ปลาจีน
2 รูปแบบผสมผสานที่ 2 เลี้ยงไก่เนื้อ 2 รุ่นกับปลาดุกบิ๊กอุย
3 รูปแบบผสมผสานที่ 3 เลี้ยงไก่ไข่กับปลานิล
ผู้เลี้ยงควรจัดเตรียมบ่อดินและโรงเรือนไก่ให้เสร็จเรียบร้อยในฤดูแล้งเพื่อความสะดวกใน
การทำงาน มีขั้นตอนดังนี้
บ่อเก่า ให้ล้างบ่อโดยสูบน้ำจับปลาเก่าออกให้หมด
และขุดลอกเลนบางส่วนออกโดยให้คงเหลือไว้ 10-20 เซนติเมตร
โรยปูนขาวอัตรา 40-60
กิโลกรัม/ไร่ ตากบ่อให้แห้ง
ขุดบ่อใหม่ ควรเปิดน้ำลงบ่อให้พอแฉะ ๆ โรยปูนขาว อัตรา 100-200 กิโลกรัม/ไร่ ตากบ่อให้แห้ง
เปิดน้ำลงบ่อให้ผ่านมุ้งไนลอนตาถี่
เพื่อป้องกันปลากินเนื้อที่อาจหลุดเข้ามาได้
บริเวณท่อน้ำเข้าให้กองปุ๋ยคอกไว้ในอัตรา 60-100 กิโลกรัม/ไร่
เปิดน้ำเข้าบ่อให้มีระดับ 30 เซนติเมตรแล้วปิดน้ำ
พักบ่อไว้จนน้ำในบ่อกลายเป็นสีเขียว
เปิดน้ำเข้าบ่ออีกครั้งให้ได้ระดับลึก 1.0 - 1.20 เมตร ควรปักไม้ไว้วัดระดับน้ำ
เมื่อน้ำในบ่อเป็นสีเขียวดีแล้ว
ก็สามารถจัดหาพันธุ์ลูกไก่มาเริ่มเลี้ยงบนเล้าได้
อัตราส่วนจำนวนไก่และขนาดบ่อปลา
อัตราส่วนจำนวนไก่ประเภทต่าง
ๆ ต่อพื้นที่บ่อทุก ๆ 1 ไร่
โดยตั้งเล้าไว้บนบ่อปลา
|
ลักษณะการจ่ายน้ำเข้าฟาร์ม
|
ไก่พันธุ์เนื้อ (ตัว/ไร่)
|
ไก่พันธุ์พื้นเมือง (ตัว/ไร่)
|
ไก่พันธุ์ไข่ (ตัว/ไร่)
|
|
ฟาร์มที่รับน้ำได้ตลอดเวลา
|
350
|
350
|
200
|
|
ฟาร์มที่รับน้ำได้เป็นเวลา
|
260
|
260
|
150
|
|
ฟาร์มที่มีน้ำบาดาลหรือน้ำฝนตลอดทั้งปี
|
175
|
175
|
100
|
|
ฟาร์มที่มีน้ำบาดาลหรือน้ำฝนน้อยกว่า 8เดือน/ปี**
|
**
|
**
|
**
|
ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ควบคู่กับการปล่อยปลา
การนำลูกไก่มาเลี้ยงควรเริ่มหลังจากเตรียมบ่อปลาและน้ำมีสีเขียวดีแล้ว
ทั้งนี้ก็เพื่อให้มูลไก่ตกลงสู่บ่อปลา ซึ่งลูกปลาที่เพิ่งปล่อยและอาหารธรรมชาติที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ลูกปลาจะได้กินเป็นอาหารอย่างต่อเนื่อง
การเลี้ยงไก่ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้อัตราการรอดตายสูงที่สุด หากไก่มีอัตรารอดสูงนอกจากผู้เลี้ยงจะไดรับกำไรจากไก่สูงแล้วผลผลิตปลาก็จะสูงตามไปด้วย
อาหารและมูลไก่ในช่วง 5 สัปดาห์แรกนี้
จะเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูงต่อลูกปลา ลูกปลาจะสามารถกินมูลไก่ได้โดยตรง
การเลี้ยงปลาสามารถเริ่มเลี้ยงไปพร้อม ๆ กันกับการเลี้ยงไก่
ควรเลือกลูกปลาที่มีลักษณะแข็งแรง ขนาดไล่เลี่ยกัน
ขนาดปลาที่จะใช้เลี้ยงเริ่มต้นควรเป็นลูกปลาตัวโตเพื่อให้ได้อัตรารอดตายที่สูง ขนาดของลูกปลากินพืชและปลาที่กินอาหารไม่เลือก
ควรเป็น 2 นิ้ว และขนาดลูกปลาดุกควรเป็น 1 นิ้ว
แสดงอัตราส่วนที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาผสมผสานกับเลี้ยงไก่
|
ชนิดของไก่
|
จำนวนตัวต่อบ่อ 1 ไร่
|
หมายเหตุ
|
|
ไก่พันธุ์เนื้อ (ไก่กระทง)
|
1,000
|
เลี้ยงตั้งแต่อายุ 1 วัน รุ่นละ 50 วัน ปีละ 5 ครั้งเลี้ยงในกรงตับ
|
|
ไก่พันธุ์ไข่
|
200
|
|
ชนิดของปลา
|
ขนาด (เซนติเมตร)่
|
จำนวนตัวต่อไร่
|
|
นิล
|
3
|
3,000
|
|
นิล
สวาย
|
3-5
|
3,000 จำนวนเท่ากัน
|
|
(นิล
สวาย ตะเพียน ยี่สกเทศ
นวลจันทน์เทศ จีน)
|
3-5
|
3,000
|
อัตราการเลี้ยงสัตว์ร่วมกับการเลี้ยงปลา
|
ขนาดบ่อ (ไร่)
|
พันธุ์ปลา (ตัว)
|
ขนาดเล้า
(ตารางเมตร)
|
พันธุ์ไก่ (ตัว)
|
อาหารหลัก
|
อาหารสมทบ
|
|
15
|
นิล 60,000
- 67,500
สวาย 30,000 - 67,500
จีน 15,000
|
400
|
เนื้อ 10,000
สุกร 220
|
มูลไก่
|
รำ ปลายข้าว
เศษอาหาร
|
|
10
|
นิล 50,000
|
400
|
ไก่เนื้อ 10,000
เลี้ยง 2 รุ่น
|
มูลไก่
|
รำปลายข้าว
เศษอาหาร
|
|
5
|
ดุกบิ๊กอุย 200,000
|
200
|
ไก่เนื้อ 5,000
เลี้ยง 2 รุ่น
|
มูลไก่
เศษอาหาร
|
เศษอาหารจากร้าน
อาหารเม็ด
|
|
5 -10
|
ดุกบิ๊กอุย 300,000
|
400
|
ไก่เนื้อ 10,000
เลี้ยง 2 รุ่น
|
มูลไก่
เศษอาหาร
|
เศษอาหารจากร้าน
อาหารเม็ด
|
|
1
|
นิล 500
สวาย 500
จีน 200
|
40
|
ไก่ไข่ 200
สุกร 3-5
|
มูลไก่
มูลสุกร
|
รำปลายข้าว
เศษอาหาร
|
ผลผลิตและผลตอบแทนของการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่
ผลผลิตปลาจากการเลี้ยงแบบผสมผสาน
จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณสัตว์ที่นำมาเลี้ยงกับชนิดและขนาดของปลาที่นำมาปล่อยและระยะเวลาที่เลี้ยงด้วย
รูปแบบการเลี้ยงสัตว์และปลาชนิดต่าง ๆ
|
รูปแบบการเลี้ยง
|
ขนาดบ่อ (ไร่)
|
ผลผลิตปลาทั้งบ่อ (ตัน)
|
ระยะเวลาการเลี้ยง (เดือน)
|
|
ไก่เนื้อ+ปลานิล+ปลาสวาย
|
15
|
19
|
มากกว่า 8
|
|
ไก่เนื้อ+ปลานิล
|
10
|
5.7
|
10
|
|
ไก่เนื้อ+ปลานิล+ปลาตะเพียน+ปลาสวาย
|
5
|
16
|
100 วัน
|
|
สุกร+ปลานิล+ปลาสวาย
|
17
|
12
|
มากกว่า 8
|
|
สุกร+ปลานิล+ปลาสวาย
|
17
|
15
|
มากกว่า 8
|
|
สุกร+ปลากินพืชรวม
|
6
|
3.5
|
6
|
|
เป็ด+ปลากินพืชรวม
|
2
|
2.6
|
10
|
การลงทุนสำหรับบ่อขนาด 15 ไร่
เลี้ยงไก่เนื้อร่วมกับปลานิลและปลาสวาย
|
ต้นทุนผันแปร (บาท)
|
ต้นทุนคงที่ (บาท)
|
ต้นทุนรวม (บาท)
|
|
พันธุ์ปลา
|
51,000
|
ค่าดอกเบี้ย
|
|
|
|
อาหารสมทบ
|
15,500
|
ค่าเช่าที่ดิน
|
36,000
|
|
|
น้ำมันเชื้อเพลิง
|
2,800
|
ค่าเสื่อมราคา
|
|
|
|
สาธารณูปโภค+ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์
|
1,900
|
|
|
|
ค่าแรงงาน
|
45,500
|
|
|
|
รวม
|
116,700
|
รวม
|
36,000
|
รวม 152,700
|
|
ผลผลิต 19,000 กิโลกรัม มูลค่า 160,000 บาท
|
ราคาปลา 842 บาท/กิโลกรัม กำไร 7,300
|
* ค่าแรงงานคิดเป็นรายวัน ๆ ละ 189 บาท ตลอดระยะเวลาเลี้ยง 8 เดือน
* ราคาขายปลาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.42
* ค่าจ้างเลี้ยงไก่ตัวละ 5-7 จำนวน
10,000 ตัว/รุ่น ทุก 50
วัน รวม 4-5 รุ่น/การเลี้ยงปลา 1 รุ่น
อาหารและการให้อาหาร
ในการเลี้ยงแบบผสมผสานกับการเลี้ยงไก่นั้น
โดยปกติถ้าจัดอัตราส่วนที่เลี้ยงให้เหมาะสมต่อกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้อาหารสมทบ เพราะปลาได้อาศัยกินมูลไก่และเศษอาหารที่ไก่กินตกหล่นไปในบ่อ
และอาหารธรรมชาติอื่น ๆ เพียงพอ เช่น
แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ ตลอดจนตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลง ฯลฯ
ส่วนในระยะแรกที่ปล่อยพันธุ์ปลาเลี้ยงในบ่อนั้นลูกปลายังมีขนาดเล็ก
ไม่แข็งแรง
และไม่คุ้นเคยกับมูลไก่ที่ใช้เป็นอาหาร
ดังนั้น จึงควรใช้รำข้าวละเอียดโดยโปรยให้ลูกปลากิน หรือให้อาหารผสม เช่น ปลายข้าวต้มผสมรำและปลาป่น
ปั้นเป็นก้อนโยนให้ปลากิน หรือจะใช้อาหรที่มีราคาถูก
เช่น กากถั่ว หรือเศษอาหารจากภัตตาคารก็ได้ ปริมาณอาหารสมทบที่ให้ควรลดลงตามลำดับและงดเมื่อปลาที่เลี้ยงโตขึ้นและคุ้นกับมูลไก่ที่ใช้เป็นอาหารแล้ว
|

การจับปลาจำหน่าย
|
การจับปลาจำหน่าย
ในกรณีที่เลี้ยงปลานิลกับไก่นั้น
จะต้องคัดจับปลานิลขนาดใหญ่ออกจำหน่ายเมื่อเลี้ยงเป็นเวลา 4-5 เดือน
เพราะปลานิลที่เลี้ยงไว้จะออกลูกและเพิ่มอัตราความหนาแน่นมากขึ้น ทำให้ปลาส่วนใหญ่ไม่เจริญเติบโตหรือแคระเกร็น
การคัดจับปลานิลทำได้ง่าย โดยใช้ข่ายไนลอนขนาดช่องตา
6-8 เซนติเมตร
ในช่วงตอนบ่ายกำหนดเวลาให้พอเหมาะกับเวลาที่จะนำปลาไปจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อในตลาด การคัดจับปลานิลต้องปฏิบัติเป็นประจำสำหรับบ่อขนาดใหญ่เนื้อที่ตั้งแต่ 3-5 ไร่ส่วนการเลี้ยงปลานิลกับปลาสวายหรือในการเลี้ยงปลาแบบรวม
เมื่อเลี้ยงปลาเป็นเวลา 6-8 เดือน
ก็ควรจะใช้อวนขนาดใหญ่คัดจับปลาที่มีขนาดโตออกจำหน่ายเสียบ้างเพื่อลดอัตราความหนาแน่น และทำการวิดน้ำจับปลาทั้งหมดเมื่อเลี้ยงปลาครบรอบ
1 ปี หรือรอจับในช่วงเวลาที่ปลามีราคาสูงขึ้น
|
การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ด
ประโยชน์ที่สำคัญซึ่งได้รับจากการเลี้ยงเป็ดควบคู่กับการเลี้ยงปลา
ได้แก่
การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงเป็ด
จะให้คุณประโยชน์หลายประการ อาทิ
มูลเป็ดเป็นปุ๋ยช่วยเพิ่มอาหารธรรมชาติให้กับปลา
อาหารที่ใช้เลี้ยงบางส่วนเมื่อตกหล่นลงไปในน้ำ
ปลาจะกินเป็นอาหารโดยตรง หรือมีเศษเหลือบางส่วนกลายเป็นปุ๋ย
เป็ดช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ
การเล่นกันของเป็ดตามผิวน้ำในบ่อปลา
เป็ดจะช่วยกำจัดหอย ซึ่งเป็นพาหะของโรคพยาธิ เช่น หอยคัน
ซึ่งเป็นปัญหาในด้านสุขอนามัยของประชาชน
ในกรณีเลี้ยงเป็ดร่วมกับปลานิล
เป็ดจะคอยควบคุมประชากรของปลานิลให้อยู่ในลักษณะสมดุล ทำให้ปลาที่เลี้ยงเติบโตได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ
การสร้างเล้าเป็ด
การสร้างเล้าเป็ดควรใช้วัสดุพื้นบ้านซึ่งสามารถหาได้ง่าย
เช่น ไม้ไผ่และแฝกหรือจากสำหรับมุงหลังคา ขนาดของเล้าขึ้นอยู่กับจำนวนเป็ดที่เลี้ยง
แต่ควรมีเนื้อที่ของเล้า 1 ตารางเมตรต่อเป็ด 5 ตัว ถ้าเลี้ยงเป็ดจำนวน 30 ตัว
เล้าเป็ดควรมีเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางเมตร ส่วนความสูงของเล้าเป็ดควรสูงพอที่จะเข้าไปเก็บไข่และทำความสะอาดได้สะดวก สามารถกำบังฝนและแดดได้ดี
และมีการถ่ายเทอากาศได้ดี นอกจากนี้เล้าเป็ดควรมีประตูเพื่อที่จะขังเป็ดไว้ในเล้าได้ในเวลากลางคืน
พื้นเล้าเป็ดควรจะตีไม้ให้มีระยะห่างกันพอสมควร
หรือห่างกันประมาณ 1
เซนติเมตร เพื่อให้มูลเป็ดตกลงสู่บ่อได้ แต่ไม่ควรกว้างมากเกินไป
เพราะจะทำให้เป็ดเดินไม่สะดวก และไข่เป็ดอาจจะหล่นลงไปในบ่อได้
นอกจากนี้ ควรมีชานหรือสะพานทอดลงสู่น้ำ เพื่อให้เป็ดขึ้นลงจากเล้าได้สะดวก
อัตราส่วนจำนวนเป็ดที่เลี้ยงกับขนาดของบ่อปลา
พันธุ์เป็ดที่นำมาเลี้ยง
ควรเป็นเป็ดพันธุ์ไข่ จะดีกว่าเป็ดพันธุ์เนื้อ ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ
เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้รับประทานอาหารโปรตีนอย่างสม่ำเสมอ
ไข่เป็ดที่เหลือจากการบริโภคสามารถนำไปจำหน่ายได้ง่ายกว่าจำหน่ายเป็ดทั้งตัว
![]()
|