ปลาหมอสีซิ่งสู่แดนสยาม
วารสารการประมง ปีที่ 56 ฉบับที่ 2 เดือนมีนาคม-เมษายน 2546
     ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยแหล่งกำเนิดของปลาชนิดนี้มีอยู่ในเขตร้อนของโลก  จัดเป็นปลาสวยงาม
ที่มีรูปร่าง สีสันงดงาม เลี้ยงง่าย ไม่มีปัญหาโรคมากนัก ถึงแม้ว่าตลาดจะมีปลาสวยงามมากมายหลากหลายชนิดและสายพันธุ์ แต่ปลาหมอสีก็เป็นปลาที่มีศักยภาพครองใจนัก
เพาะเลี้ยงปลาสวยงามทั้งเพื่อเป็นอาชีพ ความสวยงามและเพื่องานอดิเรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลี้ยงปลาสวยงามเพื่องานอดิเรกแล้ว   ขอบอกว่าสบาย ๆ เพราะปัจจุบันมีสิ่งเอื้อ
อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เลี้ยงปลาตู้เป็นอย่างมาก ทั้งการปรับคุณภาพน้ำ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องกรอง เครื่องให้ออกซิเจน เครื่องให้อาหารปลา ฯลฯ หลาย ๆ ท่านคงจะยิ้ม
ออกและบอกตัวเองว่ารู้สึกอย่างนี้แล้วชวนกันมาเลี้ยงปลาสวยงามกันดีกว่า ปลาหมอสีดีไหม…
     ก่อนอื่นเรามาศึกษาชีวิตความเป็นมาของปลาหมอสีแล้วค่อยไปบุกฟาร์มเลี้ยงปลาหมอสีที่จังหวัดอ่างทอง     สำหรับท่านที่กรุณามาพูดคุยเกี่ยวกับอนุกรมวิธานปลาหมอสี คือ คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ กรมประมง

ปลาหมอสีมีถิ่นกำเนิดมาจากที่ไหนและมีการแพร่กระจายอย่างไร
คุณสมโภชน : ปลาหมอสีเป็นปลาชนิดหนึ่งในวงศ์ชิคลิดี    มีถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในเขตร้อนของโลก   ได้แก่   ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้  กลุ่ม
ประเทศอเมริกากลาง ในประเทศอินเดียทางตอนใต้ และเกาะศรีลังกา

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ปลาวงศ์ชิคิลดีมีหลากหลายชนิด
คุณสมโภชน์ : เนื่องจากอาณาเขตและการแพร่กระจายของปลาวงศ์ชิคลิดีนี้มีภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน   ประกอบไปด้วย  ทะเลสาบ แม่น้ำ  ลำธาร   หนองบึง จึงส่งผลให้ปลามีความหลากหลายทั้งชนิด สายพันธุ์ รูปร่าง และการดำรงชีวิตก็ไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันปลาในวงศ์ชิคลิดี จะมีประมาณ 100 ชนิดได้ไหมคะ
คุณสมโภชน์ : มากกว่าเป็นสิบเท่า จากการสำรวจของนักวิชาการพบแล้วประมาณ 1,000 ชนิด และยังจะพบปลาชนิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ปลาในวงศ์ชิคลิดี ล้วนแต่เป็นปลาสวยงามใช่หรือไม่
คุณสมโภชน์ : ไม่ใช่ครับ ปลาในวงศ์ชิคลิดี    ทั้งที่ใช้เป็นอาหารและเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม    สำหรับต่างประเทศก็มีใช้เป็นอาหาร    หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกันดีเช่น ปลานิล ปลาหมอเทศ ฯลฯ ส่วนปลาที่นำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เช่น ปลาปอมปาดัวร์ ปลาเทวดา ปลาออสการ์ ปลาหมอสีเป็นต้น

ปัจจุบันโลกเรามีการพัฒนาไปสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ อยากทราบว่าปลามีการพัฒนาเช่นเดียวกับมนุษย์บ้างไหม
คุณสมโภชน์ : แน่นอนครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาหมอสีสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี           ซึ่งเราจะพบว่าปลาหมอสีที่ได้จากการเพาะ
เลี้ยงจะมีรูปร่าง สีสัน อวัยวะภายนอกเปลี่ยนแปลง และแตกต่างไปจากพ่อแม่พันธุ์ที่ได้มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
ความแตกต่างที่กล่าวมานั้นเป็นการกลายพันธุ์หรืออย่างไร
คุณสมโภชน์ : โดยปกติแล้ว ปลาหมอสีจะมีรูปร่างและแพทเทิร์นของสีเปลี่ยนแปลงไปตามขนาดและอายุ       ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาต่างชนิดหรือเกิดการ
กลายพันธุ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้เลี้ยงจะต้องใช้ความอดทนหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นกับปลาที่เลี้ยงเพราะทุกช่วงเวลา เราจะได้รับการสั่งสมความรู้และทักษะเพิ่มพูน
ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ในต่างประเทศมีการศึกษาเกี่ยวกับการกินอาหารและการผสมพันธุ์วางไข่ของปลาตามธรรมชาติหรือไม่
คุณสมโภชน์ : มีครับ    ผมได้ศึกษาข้อมูลต่างประเทศเกี่ยวกับการกินอาหาร การผสมพันธุ์ วางไข่ของปลาหมอชิคลิดในธรรมชาติ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ประกอบในการ
เลี้ยง และการเพาะขยายพันธุ์อาหารเป็นสิ่งสำคัญเพราะเราไม่สามารถผลิตอาหารให้มีส่วนประกอบและมีสัดส่วนครบสมบูรณ์เหมือนอาหารธรรมชาติได้
แหล่งกำเนิดปลาหมอสีที่สำคัญของโลกมีที่ไหนบ้าง
คุณสมโภชน์ : ทวีปแอฟริกาเป็นแหล่งกำเนิดปลาหมอสีที่มีความสำคัญและมีความสวยของโลกแห่งหนึ่ง สำหรับทะเลสาบมาลาวีให้ผลผลิตปลาหมอสีหลายร้อยชนิด
ทะเลสาบมาลาวีมีขนาดใหญ่มากไหม และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร
คุณสมโภชน์ : มาลาวีเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลกเกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกบริเวณหุบเขาเกรตริฟต์ มีความยาว 600 กิโลเมตร ความกว้างโดย
เฉลี่ยประมาณ 50 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 31,000 ตารางกิโลเมตร ส่วนที่ลึกที่สุด 700 เมตร อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบอยู่ในระดับ 23 องศาเซลเซียสและบริเวณน้ำ
ตื้น ๆ มีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส
ทะเลสาบมาลาวีเป็นทะเลน้ำจืดหรือน้ำเค็ม
คุณสมโภชน์ : ทะเลสาบมาลาวีเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความโปร่งใสติดอันดับโลก บางแห่งมองได้ลึกถึง 20 เมตร ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ (ph) จะอยู่ระหว่าง 7.8-8.5 ชายฝั่งของทะเลสาบส่วนใหญ่เป็นหาดทราย หรือหาดเลนที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุม  หาดทรายจะอยู่สลับกับชายฝั่งที่เป็นโขดหินพวกซิคลิคหลายชนิดปรับตัวได้ดีในสภาพ
แวดล้อมที่เป็นหินผา โดยติดอยู่กับแหล่งที่อาศัยตลอดชีวิตไม่มีการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่   ความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์แยกจากกันเป็นเขตเฉพาะแต่มิได้ตัด
ขาดจากกันโดยเด็ดขาด   ชายฝั่งที่เป็นโขดหินซึ่งแยกเป็นอิสระและอยู่ห่างไกลกันประชากรของปลาชนิดเดียวกันที่ถูกแยกจากกันเป็นเวลานับพันปีทำให้ปลามีการพัฒนาเป็น
ชนิดใหม่
การสื่อสารระหว่างการเลี้ยงปลาหมอสีควรต้องระบุแหล่งกำเนิดของปลาด้วยหรือไม่
คุณสมโภชน์ : เพื่อป้องกันความสับสนและความสะดวกในการสื่อสารกันระหว่างนักเลี้ยงปลาสวยงามด้วยกัน     เมื่อกล่าวถึงปลาหมอสีชนิดใดต้องระบุแหล่งกำเนิดของปลา
ชนิดนั้นๆ ด้วย สีของประชากรเดียวกันจะไม่แตกต่างกัน ฉะนั้นเมื่อเลี้ยงปลาหมอสีที่ได้จากแหล่งใดก็ควรแยกเลี้ยงเป็นแหล่ง ๆ ไปถ้าต้องการเพาะพันธุ์ปลาชนิดใดชนิดหนึ่ง
นั้นก็จำเป็นต้องใช้พ่อแม่พันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกัน         เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีรูปร่าง ลักษณะและสีเหมือนพ่อแม่ทุกประการซึ่งนักเลี้ยงปลาต่างประเทศแถบยุโรปอเมริกานิยม
ปฏิบัติเช่นนี้
ทะเลสาบมาลาวีซึ่งเป็นแหล่งผลิตปลาหมอสีมีพันธุ์ปลาสักกี่ชนิด
คุณสมโภชน์ : ทะเลสาบมาลาวีเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาในวงศ์ชิคลิดีซึ่งบ้านเราเรียกว่าปลาหมอสีหรือหมอมาลาวีที่พบทั้งหมดในปัจจุบันประมาณ 500 ชนิด ซึ่งได้รับ
การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการแล้วและคาดว่าจะมีการสำรวจพบปลาชนิดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ในต่างประเทศมีการแบ่งปลาหมอสีตามแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างไร
คุณสมโภชน์ : ในหนังสือเลี้ยงปลาสวยงามของต่างประเทศแบ่งตามแหล่งที่อยู่อาศัยเป็น 2 พวก คือ พวกที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำและพื้นทรายซึ่งอาจจะมีก้อนหินอยู่บ้าง     เป็น
พวกนอน - เอ็มบูนา (non-mbuna) พวกที่สองคือพวกเอ็มบูนา (mbuna) มีถิ่นอาศัยอยู่ตามโขดหิน เกาะหิน หินใต้น้ำ และชายฝั่งที่เป็นหน้าผา เอ็มบูนาเป็นภาษาท้องถิ่น
ของชาวแอฟริกันที่อาศัยอยู่โดยรอบทะเลมาลาวี
ปลาหมอกลุ่มนอน-เอ็มบูนาที่พบในทะเลสาบมาลาวีมีกี่ชนิด
คุณสมโภชน์ : มีประมาณ 250 ชนิด 38 สกุล การจำแนกสกุลโดยใช้แพทเทิร์นของเมลานิน (เม็ดสีประเภทสีดำที่อยู่ในผิวหนังของปลา)เป็นหลักขนาดความยาวสุดระหว่าง
10-30 เซนติเมตร ปลาส่วนใหญ่มีขนาดความยาวสุดโดยเฉลี่ยประมาณ 15 เซนติเมตรมีเพียง 2-3 ชนิดเท่านั้นที่มีความยาวสุดมากกว่า 30 เซนติเมตร
ปลาหมอกลุ่มนอน-เอ็มบูนาที่นิยมนำมาเลี้ยงในบ้านเรามีสกุลใดบ้าง
คุณสมโภชน์ : สกุลแอริสโทโครมิส (Genus Aristochromis) ดร.เทรวาวาสเป็นผู้ตั้งชื่อสกุลนี้เมื่อปี ค.ศ.1935       มีความหมายถึง ความสง่างามมีตระกูลซึ่งผู้ตั้งชื่อมี
ความประทับใจลักษณะของจงอยปากที่เป็นสันนูนขึ้นมาคล้ายตั้งจมูกของชาวกรีก ในสกุลนี้มีปลาอยู่เพียงชนิดเดียว คือ  ปลาหมอคริสตี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ Aristochromis christi ชื่อการค้า Aristochromis christyiสกุลออโลโนคารา ( Genus Aulonocara ) ปลาหมอสีสกุลนี้มีความหลากหลายทั้งชนิดและสายพันธุ์ซึ่งเรเกนเป็นผู้ตั้งชื่อ
ปลาสกุลนี้เป็นปี ค.ศ.1972    จากลักษณะพิเศษของรูที่ปรากฎอยู่ตามหน้าผากแก้มและขากรรไกรล่าง รูเหล่านี้จะเรียงเป็นแถวเช่นเดียวกับรูของเส้นข้างตัว คำว่า "Aulos" ภาษากรีกหมายถึง "รูขลุย" รูเหล่านี้มีเส้นประสาทเชื่อมโยงติดต่อกันเป็นระบบ ทำหน้าที่ในการปรับระบบความกดดันของน้ำในขณะที่ปลาเคลื่อนไหว และใช้จับสัตว์ที่เป็น
อาหารของมัน
ปัจจุบันปลาสกุลนี้มีการจำแนกย่อยไปอีกไหมคะ
คุณสมโภชน์ : ในปัจจุบัน นักเลี้ยงปลาแบ่งปลาสกุลนี้ออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรก    อาศัยอยู่ตามพื้นทรายเป็นปลาขนาดใหญ่มีความยาว15-20 ซม. ชนิดที่นำมาเลี้ยงในบ้านเรา  ได้แก่  หมอสีมาลาวีคอแดง (Aulonocara hansbeanschi)
หมอสีมาลาวีน้ำเงิน (A.stuartgranti) และหมดสีอาปาเช่ (A.maylandi) เป็นต้น
กลุ่มที่สอง    อาศัยอยู่ตามพื้นทรายบริเวณใกล้กับโขดหิน แต่ไม่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ในแนวหินหรือโพรงหินโดยตรง มีชื่อทั่วไปว่า ร็อกพีค๊อก ( Rock Peacock ) มีสีสัน
สดสวยและเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาสวยงาม ปลากลุ่มนี้จะมีขนาดเล็กกว่ากลุ่มแรก ทั้งยังมีความหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งผันแปรไปตามถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งนี้  พบปลาหมอสี
สกุลออโลโนคาราประมาณ 20 ชนิด
กรุณาแนะนำปลาหมอสีที่นักเพาะเลี้ยงปลาให้ความนิยมชมชอบ
คุณสมโภชน์ : จากการพบปะสนทนากับนักเพาะเลี้ยงปลาหมอสีมืออาชีพก็มีหลายชนิด เช่น
หมอมาลาวีเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์(Aulonocara beanschi)ชื่อทางการค้า New Yellow Regal, Aulonocara Benga,Nkhomo-Benga peacock
ลำตัวยาวเพรียว   ลักษณะเด่นของปลาหมอมาลาวีเหลือง   คือลำตัวมีสีเหลือง     มีพื้นสีเหลืองและแถบน้ำเงินขวางลำตัว  ประมาณ 5 -7 แถบ  แก้มสีน้ำเงิน กระโดงสีเหลือง ส่วนท้องที่เป็นก้านครีบอ่อนจะมีแถบสีเงินแทรกอยู่ในพื้นสีเหลือง     ครีบหางที่ขอบปลายจะมีสีน้ำเงิน ครีบก้นมีแถบสีน้ำเงินแซมและมีจุดไข่ ขนาดตัวผู้ไม่เกิน 9 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า
หมอมาลาวีน้ำเงินคอแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ ( Aulonocara hansbeanschi ) ชื่อทางการค้า Red-Sided Peacock, Aulonocara hyassae, Aulonocara Red Flush จุดเด่น คือ มีสีน้ำเงินเป็นประกายด้วยสีของโลหะ ครีบกระโดงในส่วนต้นเป็นสีน้ำเงินและค่อย ๆ จางเป็นสีฟ้าในส่วนของปลายครีบ ขอบหลัก
ของครีบกระโดงมีจุดสีเหลืองประกาย ครีบหลังมีสายสีเหลือง และมีจุดสีน้ำตาล ครีบหูสีฟ้าจาง ๆ ตะเกียบมีสีส้มอ่อน และมีของสีขาว ครีบก้นสีฟ้าและมีจุดไข่สีเหลือง     มี
ขนาดใกล้เคียงกับมาลาวีเหลือง
หมอจาคอบ (Aulonocara jacobfreibergi) ชื่อทางการค้า Malawi Butterfly, Trematocranustrevori Trematocranus, Jacobfreiberg ปลาหมอจาคอบมีครีบทุกครีบยาวสวยงาม ในต่างประเทศจึงเรียกปลาพวกนี้ว่า ปลาหมอสีผีเสื้อ (Butterfly Cichlids) ลักษณะเด่นของปลาหมอจาคอบ คือ มีครีบทุกครีบ ยกเว้นครีบหูมีขนาดใหญ่ และยาวสวยงาม ปลาชนิดนี้มีแถบสีน้ำเงิน ลำตัวมีตั้งแต่สีส้มอมแดง เหลืองทองบริสุทธิ์และส้มปนสนิม ลักษณะเด่นประจำสกุล คือ ปลาทุกสายพันธุ์จะมีแถบสีดำขวางลำตัว ครีบก้นไม่มีจุดไข่ ปลายครีบกระโดงไม่มีลาย ขนาดตัวผู้ความยาวสุดประมาณ 13 เซนติเมตร ตัวเมียความยาว 5.5-7 เซนติเมตร
หมอมาลาวีห้าสี ชื่อวิทยาศาสตร์ (Aulonocara sp.) "OB" ชื่อทางการค้า OB Peacock เป็นปลาลูกผสมซึ่งเกิดจากนักเลี้ยงปลาชาวไทย มีรูปร่างคล้ายมาลาวีสีน้ำเงิน แต่หัวโตกว่า ซึ่งการเรียกชื่อปลานี้อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะดูจากคำย่อภาษาอังกฤษ "OB" มาจาก Orange Blotched คือ จุดสีส้ม ดังนั้นปลาที่มีชื่อโอบีทุกตัวจะต้องมีจุดสีส้ม มิใช่มีสีครบห้าสี ดังที่เรามักจะพบว่ามาลาวีห้าสีมีจุดสีส้มอยู่ที่บริเวณหัว และตามครีบเกือบทุกครีบ ลำตัวมีพื้นสีขาว มีจุดสีส้มปะที่บ่าและลำคอ ครีบกระโดงสีขาว ส่วนปลายสีเหลือง ขนาดความยาวสุดประมาณ 10-12 เซนติเมตร
หมอมาลาวีแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Aulonocara sp. "Rubencens" ชื่อทางการค้า Red Peacock ลำตัวยาวแบนข้าง หัวค่อนข้างโต หน้าแหลม บริเวณแก้มมีรอยบุ๋มปรากฏให้เห็นชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นประจำสกุล คอดหางสั้น ครีบกระโดงมีปลายครีบแหลมยื่นออกไปเกือบจรดปลายครีบหาง จุดเด่นอยู่ที่สีแดงบริเวณส่วนต้นของลำตัว ตั้งแต่ช่วงตาถึงฐานครีบกระโดงหลัง ช่องเหงือกและหน้าอกโดยรอบลำตัวมีพื้นสีฟ้าสลับด้วยเกล็ดสีส้ม มีแถบสีดำพาดขวางลำตัวอยู่บริเวณใต้ครีบกระโดง 7 แถบ ท้องสีส้ม แก้มและจงอยปากสีฟ้าปนสีน้ำเงินแซมด้วยสีแดงเป็นประกาย ขนาดความยาวสุดของเพศผู้ 10-12 เซนติเมตรเป็นปลาลูกผสมที่เกิดจากนักเลี้ยงปลาสวยงาม
หมอมาลาวีน้ำเงิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Aulonocara stuartgranti Mbenji ชื่อทางการค้า ชื่อทางการค้า Blue Regal, Mbengi Peacock จุดเด่นของปลาหมอมาลาวีน้ำเงินอยู่ที่สีของลำตัวคือมีสีน้ำเงิน ครีบกระโดงมีขอบสีขาว ปลายครีบสีเหลืองอมฟ้า ตะเกียบสีน้ำเงินขอบขาว ครีบก้นมีฐานสีน้ำเงินดำ ตัวครีบสีน้ำเงินปนฟ้า มีจุดสีเหลืองแซม ครีบหางมีพื้นสีเหลืองปนขาวเงิน ประดับด้วยจุดและประสีแดงเข้ม ดูคล้ายหางนกยูง นักเลี้ยงปลาจึงเรียกว่า "นกยูงเอ็มเบนจิ" ขนาดความยาวสุดตัวผู้ 11 เซนติเมตร ตัวเมีย 8.5 เซนติเมตร
หมอมาลาวีน้ำเงินเผือก ชื่อวิทยาศาสตร์ Aulonocara stuartgranti Mbenji ชื่อทางการค้า Albino Blue Regal เป็นปลาเผือกลักษณะทั่วไปเหมือนมาลาวีน้ำเงิน จุดสำคัญของปลาเผือกจะต้องมีนัยน์ตาสีแดงจึงจะเป็นเผือกแท้ ลักษณะเผือกคือ สีที่เป็นพิกเมนต์จะหายไป โดยปรากฏสีเหลืองปนส้มขึ้นมาแทน

อยากทราบว่าปลาหมอคาดันโก มีลักษณะอย่างไร
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอเบอร์เลยี หรือ คาดันโก ลำตัวป้อมแบนข้าง หัวค่อนข้างเล็ก นัยน์ตาค่อนข้างใหญ่ ปากเฉียงขึ้นเล็กน้อย คอดหางสั้น ครีบกระโดงยาวเรียวเป็นสายระยางศ์ ครีบหางมีขนาดใหญ่ปลายเว้าไม่ลึก ครีบหูบางและโปร่งใส จนเห็นก้านครีบชัดเจน ลักษณะของสีแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัย เช่น ปลาที่จับได้จากคาดันโก ลำตัวจะมีสีแดงอิฐ หัวสีฟ้าจาง นัยน์ตามีแถบสีน้ำเงินเข้ม ครีบกระโดงมีขนาดใหญ่ ครีบหางและฐานครีบสีน้ำเงินดำ ของกระโดงสีฟ้า ขนาดความยาวสุดตัวผู้ 15 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า
ปลาหมอสีกลุ่มเอ็มบูนา มีเอกลักษณ์ตรงส่วนใด
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอสีกลุ่มเอ็มบูนามีสีสวยสะดุดตา อาศัยอยู่บริเวณฝั่งน้ำที่เป็นแก่งหิน เอ็มบูนาเป็นภาษาท้องถิ่นของชนเผ่าทอนกา (tonga) ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเลี้ยงปลาสวยงามและนักวิทยาศาสตร์ เอ็มบูนาทุกชนิดเป็นปลาประจำถิ่นของทะเลสาบมาลาวี สำหรับเอกลักษณ์ของปลากลุ่มนี้ คือ จุดไข่บนครีบก้นของปลาตัวผู้มีขนาดใกล้เคียงกับไข่ปลา มีขอบรอบ ๆ เป็นสีเข้ม ๆ หรือสีจาง ๆ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มนอน-เอ็มบูนา ที่จุดไข่มีลักษณะเป็นจุดหรือขีดเล็ก ๆ
ปลาในกลุ่มนี้เกือบทุกชนิดมีความยาวสุด 10-12 เซนติเมตร ในธรรมชาติกินสัตว์และพืชขนาดเล็กซึ่งประกอบด้วย พืชจำพวกตะไคร่น้ำ สัตว์เซลล์เดียว สัตว์ประเภทกุ้งและปูขนาดเล็ก หอย ตัวอ่อนของแมลงนานาชนิด การขุนเลี้ยงอาหารควรมีพืชเป็นส่วนประกอบที่สำคัญซึ่งขาดไม่ได้ ถ้าให้อาหารที่เป็นเนื้อล้วนหรือโปรตีนสูง ๆ ปลาจะป่วยเป็นโรคทางเดินอาหารในทะเลสาบมาลาวีมีเอ็มบูนาอาศัยอยู่ 10 สกุล 250 ชนิด การจำแนกชนิดของปลากลุ่มนี้ใช้ลักษณะของฟันเป็นหลัก
ปลาหมอกล้วยหอมอยู่ในกลุ่มเอ็มบูนาหรือไม่ ทำไมจึงเรียกชื่อว่ากล้วยหอม
คุณสมโภชน์ : ปลาหอมกล้วยหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Labidochromis Caeruleus ชื่อทางการค้า Labidochromis Yellow ลำตัวคอนข้างยาวและแบนข้าง หัวเล็กจงอยปากแหลม ครีบหางตัดตรงสีของปลาชนิดนี้มีสีเหลืองที่สวยงามเหมือนสีของกล้วยที่สุกเต็มที่ จึงมีชื่อเรียกว่า หมอกล้วยหอม
ปลาหมอกล้วยหอมเป็นปลาที่เกิดจากการเพาะเลี้ยง ในธรรมชาติมีสายพันธุ์ที่เป็นสีขาวแถบสีดำปรากฏอยู่บนกระโดงเป็นจุดที่สะดุดตาขนาดโตเต็มที่ของตัวผู้มีความยาวสุดประมาณ 10 เซนติเมตร ปลาที่เลี้ยงตู้ให้อาหารเม็ดและหนอนเป็นอาหารสมทบจะช่วยให้ปลามีสภาพที่ดีขึ้น
อยากทราบลักษณะปลาหมอดีมาสัน และปลาหมอลิลลี่
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอดีมาสัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudotropheus demasone ชื่อทางการค้า Pseudotropheus demasoni เป็นปลาขนาดเล็ก ลำตัวพื้นสีฟ้า มีลายดำพาดขวาง ลำตัวถึงโคนหางจำนวน 6 ลาย แก้มและปากสีน้ำเงิน ระหว่างนัยน์ตาทั้งสองข้างมีแถบสีดำหนึ่งแถบ ครีบกระโดงสีดำขอบสีฟ้าครีบหูดำ ตะเกียบดำขอบขาว ครีบก้นน้ำเงินขอบขาวและมีจุดไข่สีเหลือง ครีบหางน้ำเงินดำลายฟ้าขอบทั้งบนและล่างสีขาว ขนาดโตเต็มที่ตัวผู้มีความยาวสุด 7 เซนติเมตร
ปลาหมอลิลลีหรือเคนยี ชื่อวิทยาศาสตร์ Pseudotropheus lombardoi ชื่อทางการค้า Pseudotropheus Kenyi ลำตัวยาวและแบนข้าง ปากกว้าง หน้าผากนูน จงอยปากเว้าลงเล็กน้อย ตำแหน่งของปากอยู่ปลายสุดของส่วนหัว ปากกว้างและริมฝีปากหนา คอดหางยาว ครีบหางมีปลายตัดตรง ตะเกียบมีปลายเรียวแหลม ตัวผู้มีสีเหลืองที่บริเวณหัว บ่าหลัง ครีบอกและท้องมีสีเหลืองเข้มกว่าสีอื่น ๆ ครีบกระโดงเหลือง ครีบหางเสาใส ตะเกียบเหลืองปนดำ ขอบขาวครีบก้นฟ้าขอบขาวและมีจุดไข่สีเหลือง ครีบหางเหลืองขนาดโตเต็มที่ตัวผู้มีความยาวสุด 10 เซนติเมตร
สำหรับปลาในกลุ่มเอ็มบูนาที่เกิดจากนักเพาะเลี้ยงปลาบ้านเราก็มีอีกหลายชนิด เช่น ปลาหมอฟ้าเผือก เป็นปลาเผือกของหมอฟ้า ปลาหมอซีบราเผือกมีลำตัวสีขาวลายชมพู ครีบกระโดงขาวปลายเหลือง ครีบอกขาวตะเกียบขาวเหลือง ครีบก้นขาวและมีจุดไข่สีเหลือง ครีบหางมีขอบสีเหลืองใส ตัวผู้มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 7 เซนติเมตร
ทะเลสาบแทนแกนยีกาเป็นแหล่งกำเนิดปลาหมอสีอีกแห่งหนึ่งของโลกมีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร
คุณสมโภชน์ : แทนแกนยีกา เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก พื้นที่ 34,000 ตารางกิโลเมตร มีความลึกเป็นอันดับสองของทะเลสาบในโลกนี้ ที่ระดับ 1,470 เมตร จากการที่ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงทำให้อุณหภูมิน้ำสูงประมาณ 26 องศาเซลเซียสเกือบตลอดทั้งปี pH 8.8-9.3 ในอดีตระดับน้ำในทะเลสาบมีการเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้จำนวนปลาหลายหลากชนิดถูกเก็บกักอยู่ในอ่างเก็บน้ำ ลักษณะการขึ้น-ลง ของน้ำเช่นนี้ มีผลทำให้เกิดการปะปนของจำนวนประชากรในกลุ่มต่าง ๆ และเกิดปลาชนิดใหม่ขึ้น ปลาหมอสีเป็นปลาที่มีความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จึงเป็นตัวอย่างในการศึกษาวิวัฒนาการของสัตว์ โดยมีเหตุผลสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว
เหตุผลสนับสนุนข้ออ้างอิงดังกล่าวมีอะไรบ้างคะ
คุณสมโภชน์ : เหตุผลที่สนับสนุนข้ออ้างอิงดังกล่าวข้างต้นมี 3 ประการ คือ
1. ปลาหมอสีอยู่ในน้ำจืดได้ และสามารถทนต่อน้ำเค็มได้ดี
2. ปลาหมอสีมีอวัยวะพิเศษที่สามารถเก็บกักปริมาณออกซิเจนได้นาน ทำให้ไม่จำเป็นต้องโผล่ฮุบน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะในทะเลสาบที่มีน้ำนิ่ง ๆ มักจะมีวัชพืชเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการรอดตายและการเจริญเติบโตของลูกปลาวัยอ่อน ทำให้ปลาหมอสีสามารถอยู่ได้ในน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ
3. ปลาหมอสีมีการดูแลลูกโดยการอมไข่ไว้ในปากของแม่ปลา ซึ่งเป็นแหล่งปลอดภัยที่สุด คุณสมบัติดังกล่าวนี้ไม่ค่อยพบในปลาทั่ว ๆ ไป
ทั้งนี้ การปรับตัวและการเสาะแสวงหาอาหารเพื่อความอยู่รอดของพวกปลาหมอสี ส่งผลให้ปลาหมอสีดำรงชีวิตอยู่มาได้จวบจนกระทั่งทุกวันนี้และมีจำนวนมากมายอีกด้วย
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อการเกิดสีสันที่สวยงามของปลาหมอสี
คุณสมโภชน์ : สีสันต่าง ๆ ที่พบในปลาหมอสีมักจะเกิดขึ้นกับความบังเอิญ แต่ปัจจัยหลักที่สำคัญมี 2 ประการ คือ
1. สิ่งแวดล้อม จะมีผลต่อสีปลา โดยปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ปลาจะไม่มีสีฉูดฉาดหากต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ต้องการอำพรางหลบซ่อนตัว
2. ฤดูผสมพันธุ์ ในฤดูผสมพันธุ์ปลาจะมีสีสันสวยงามสดใสเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม
อย่างไรก็ตามเรื่องของสีสันเพื่อการผสมพันธุ์ยังไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเมียต้องสามารถจำตัวผู้ที่จะทำการผสมพันธุ์ได้ว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ และมีถิ่นที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันซึ่งเป็นที่มาของการเกิดการผสมพันธุ์ การสูญพันธุ์ปลาชนิดใดชนิดหนึ่งในที่สุด ทั้งยังเป็นคำตอบที่ว่า "ทำไมปลาชนิดเดียวกันแต่ต่างประชากรกัน จึงมีหน้าตาหรือสีสันคล้ายคลึงกันมาก และรวมถึงความพอเหมาะของการผสมผสานกับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งจะอยู่ร่วมกัน
จากเหตุผลดังกล่าว ปลาตัวเมียที่อมไข่หรือลูกไว้ในปากจะไม่จับคู่กับปลาตัวอื่น และมีศักยภาพในการทำให้เกิดสีสันที่แปลกออกไปมากกว่าปลาตัวอื่น หากตัวเมียมีความสนใจปลาตัวผู้ในประชากรกลุ่มใหม่ที่มีสีสันดึงดูด ก็จะก่อให้เกิดลูกปลาที่มีสีสันแปลกใหม่ตามมาภายหลัง
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดหรือกำเนิดสีสันของปลาตัวผู้ก็คือ ตัวเมียที่เป็นคู่ของมันนั้นเอง สีสันของปลาตัวผู้นอกจากเป็นสิ่งที่ล่อใจของเพศตรงข้ามแล้ว อาจจะได้รับภัยจากศัตรูของมันด้วยซึ่งเป็นจุดจบของปลาตัวผู้ที่มีสีสันสวยงาม เมื่อปลาตัวเมียตั้งท้องแล้ว ตัวผู้ก็อาจจะถูกกำจัดโดยศัตรู เช่น นกที่บินอยู่เบื้องบนคอยสอดส่องหาอาหารและเหยื่อ
ปลาหมอสีกลุ่มเอ็มบูนาที่นิยมกันในหมู่นักเลี้ยงปลาเป็นปลาชนิดใด
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอฟรอนโตซ่า เป็นปลาในกลุ่มเอ็มบูนา สกุลไซโฟทิลาเปีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Gyphotilapia frontosa ชื่อทางการค้า Tanganyik Humphead มีแพร่กระจายทั่วทั้งทะเลสาบแทนแกนยีกา มีหลายสายพันธุ์พบครั้งแรกในประเทศบูรูนดีเป็นสายพันธุ์ที่มีแถบสีดำ 6 แถบ และพบในประเทศแซร์ ซึ่งมีลักษณะเด่นกว่าที่อื่นคือมีแถบสีดำหกแถบครีบทุกครีบมีสีฟ้าเข้ม บริเวณโหนกหัวและลำตัวที่อยู่ใกล้ครีบหลังเป็นสีขาวมุก ตัวผู้ขนาดโตเต็มที่มีความยาวถึง 35 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้
ปลาหมอแซงแซว ชื่อวิทยาศาสตร์ Neolamprologus brichard ชื่อทางการค้า Neolamprologus elongatus Princess of Burundi Fairy Cichlid, Bric ปลาตัวนี้ได้ชื่อว่า เจ้าหญิงแห่งบูรูนดีเป็นปลาผิวน้ำอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่นับแสนตัวแพร่กระจายอยู่ในทะเลสาบแทนแกนยีกา ลักษณะแพทเทิร์นสีที่หลังตกและกะบังเหงือกแถบสีดำ 2 แถบ การเรียงตัวของแถบเป็นรูปตัวที (T) แบบหยาบ ๆ มีหลายรูปแบบ แตกต่างกันตามถิ่นที่อยู่อาศัย
ปลาหมอบริโอเชอรีสปอต หรือเชอรีสปอต ชื่อวิทยาศาสตร์ Tropheus moorii ชื่อทางการค้า Cherry Spot Moorii มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงปลาหมอดูบอยซีมาก ส่วนที่แตกต่างอยู่ที่ตำแหน่งของปาก ปากปลาหมอเชอร์รี่สปอตอยู่ต่ำกว่าหมอดูบอยซีมีนิสัยรับสงบ ถ้าปล่อยรวมกับปลาสกุลโทรเฟียสชนิดอื่นมักจะถูกทำร้ายจึงแยกเลี้ยง
ปลาหมอดูบอยซี่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Trophens duboisi ชื่อทางการค้า Trophens duboisi ในช่วงที่ปลายังมีขนาดเล็ก ลำตัวมีพื้นดำ และจุดสีขาวมุกขนาดใหญ่อยู่ตามตัว ลำตัว หาง และครีบหลังเมื่อปลาเติบโตขึ้นจุดสีขาวมุกจะหายไป เกิดเป็นแถบสีขาวจากกระโดงถึงท้อง การเลี้ยงควรปล่อยปลาชนิดนี้อย่างน้อย 10 ตัวในตู้เดียวกัน เพราะปลาหมอดูบอยซี่มีนิสัยค่อนข้างดุ ถ้าปล่อยน้อยมันจะทำอันตรายกันเอง
ดังนั้น ในตู้เดียวกันควรเลี้ยงปลาที่มาจากถิ่นเดียวกันเพื่อป้องกันการผสมข้ามพันธุ์ ขนาดโตเต็มที่ตัวผู้มีความยาวสุด 13 เซนติเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงควรเป็นพืชและมีสาหร่ายเกลียวทองแห้งจะเป็นส่วนผสมที่ดี อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ลูกน้ำ ไรน้ำเค็ม หรือพวกเนื้อสัตว์ เพราะจะทำให้ปลาหมอดูบอยซี ตายได้ง่ายและควรให้อาหารวันละครั้งก็เพียงพอ
ทะเลสาบวิกตอเรียกเป็นแหล่งกำเนิดปลาหมอสีอีกแห่งหนึ่งมีลักษณะอย่างไร
คุณสมโภชน์ : วิกตอเรียเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทะเลสาบเขตร้อนและใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ตั้งอยู่บนที่ราบสูงของทวีปแอฟริกาที่ระดับความสูง 1,134 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีพื้นที่ 194,200 ตารางเมตร มีภูมิอากาศเขตศูนย์สูตรและมีฤดูฝน 2 ช่วง ๆ แรก ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน และเดือนตุลาคม - ธันวาคม
ทะเลสาบวิกตอเรียมีรูปร่างและความลึกแตกต่างจากทะเลสาบมาลาวีและแทนแกนยีกา ลักษณะคล้ายชามอ่างที่มีก้นแบน ความลึกอยู่ระหว่าง 60-100 เมตร ส่วนที่ยาวที่สุด 400 กิโลเมตร โดยมีความกว้างมากที่สุดประมาณ 320 กิโลเมตร
ชนิดปลาหมอสีในทะเลสาบวิกตอเรียมีจำนวนมากน้อยเพียงใด
คุณสมโภชน์ : ทะเลสาบวิกตอเรียมีปลาหมอสีประมาณ 300 ชนิด แต่เสน่ห์ของปลาหมอสีวิกตอเรียไม่มีโอกาสที่จะให้ความเพลิดเพลินแก่นักเลี้ยงปลาสวยงามเหมือนหมอสีมาลาวีและหมอสีแทนแกนยีกา เนื่องจากปลาหมอสีที่มีแพร่กระจายอยู่ทั่วโลกกำลังจะสูญพันธุ์เพราะปี ค.ศ.1950 และ 1960 ได้มีการนำปลากะพงขาวจากแม่น้ำไนล์ไปปล่อยในทะเลสาบแห่งนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตและเป็นอาหารแก่ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่โดยรอบ อีก 20 ปีต่อมา คือต้นปี ค.ศ.1980 ปลากะพงขาวได้ออกลูกหลานแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยจับปลาหมอสีวิกตอเรียกินเป็นอาหารหลัก อัตราส่วนแลกเนื้อประมาณ 1 ต่อ 7 คือ ปลากะพงขาวเติบโตทุก ๆ 1 กิโลกรัมจะต้องกินปลา 7 กิโลกรัม ปลาหมอสีส่วนหนึ่งที่ถูกปลากะพงกินทำให้ต้องสูญพันธุ์ไปแล้ว 100 ชนิด
ปลาหมอสีวิกตอเรียมีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราบ้างไหม
คุณสมโภชน์ : มีเพียง 3-4 ชนิดเท่านั้น ถ้าท่านใดสนใจปลาหมอสีวิกตอเรียโปรดอ่านได้ในหนังสือ Lake Victoria Rock Cichlids แต่งโดย Ole Seehausen (1996) จะได้รายละเอียดมากกว่านี้
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับปลาหมอสีอเมริกากลางและอเมริกาใต้อย่างคร่าว ๆ
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอสีในภูมิภาคนี้มีรูปร่าง วิถีชีวิตและพฤติกรรมแตกต่างไปจากปลาหมอสีมาลาวี หมอสีแทนแกนยีกา และวิกตอเรีย ถ้าดูจากลักษณะภายนอกจะเห็นว่าไม่น่าจะจัดให้อยู่ในวงศ์เดียวกัน สำหรับปลาหมอสีในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ยังคงเป็นปัญหาทางวิชาการที่ถกเถียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเราหันมาสนใจเรื่องของความสวยงามและการเจริญเติบโตของปลาเหล่านี้กันดีกว่า
ชนิดปลาที่มีการค้าขายเป็นปลาหมอชนิดใด
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอกรีนเทอร์เรอร์ หรือริวูเลตัส ชื่อวิทยาศาสตร์ Aequidens rivulatus ชื่อทางการค้า Green Terror ลำตัวยาวและแบนข้าง ส่วนของหน้าผากนูนขึ้นมาทำให้แนวระดับตั้งแต่ปลายปากถึงท้ายทอยอยู่ในแนวเดียวกัน จงอยปากยาว ขากรรไกรบนสั้นกว่าขากรรไกรล่าง นัยน์ตาเล็ก ครีบกระโดงมีปลายยาวยื่นไปจรดขอบครีบหาง ครีบว่ายเล็กกว่าครีบอื่น ตะเกียบมีปลายเป็นมุมแหลม ครีบหางมีปลายกลมมน เมื่อโตเต็มวัย หลังและลำตัวเป็นสีเขียว เกล็ดเขียวเหลืองดำ มีขนาดความยาวสุด 25 เซนติเมตร วางไข่ครั้งละ 350-500 ฟอง
ปลาหมอคาพินเต้ หรือกรีนเท็กซัส ชื่อวิทยาศาสตร์ Herichthys carpinte หรือ Cichlasoma carpinte ชื่อทางการค้า Perlscale Cichlid ปลาหมอตัวนี้บ้านเราเรียก หมอเท็กซัส แต่หมอเท็กซัสตัวจริงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Herichthys cyanoguttatus ดังนั้นควรเรียกชื่อให้ถูกต้องว่า หมอคาพินเต้ ซึ่งมีลำตัวสีน้ำตาลจุดเขียว กลางลำตัวดำ ลำตัวสีเขียว นัยน์ตามีขอบสีส้ม มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกเท่านั้น ขนาดความยาวสุด 20 เซนติเมตร
ปลาหมอไมดาส ฟลามิงโก เรดเดฟเวิล มีชื่อวิทยาศาสตร์ Herichthys citrinellum หรือ Cichiasoma citrinellus ชื่อทางการค้า Midas Cichlid, Flamingo, Red Devil ปลาชนิดนี้มีสามสีหรือสี่สี คือ น้ำตาล ดำ และเทา หรือสีแซนโธฟิน พวกแซนโธฟินมีถิ่นกำเนิดในประเทศคอสตาริกาและนิคารากัว จะมีตั้งแต่ ขาว เหลือง ส้ม หรือแดง สำหรับปลาที่เลี้ยงในบ้านเราจะอยู่ในพวกแซนโธฟิล คือ มีลำตัวส้ม ลักษณะเด่นของตัวผู้มีโหนกหัว และครีบหางมีปลายเรียวยาว มีถิ่นกำเนิดในประเทศคอสตาริกา และนิคารากัว ขนาดความยาวสุด 25 เซนติเมตร วางไข่ครั้งละ 500-2,500 ฟอง ปลาเลี้ยงให้กินอาหารเม็ด
ปลาหมอมาคู ชื่อวิทยาศาสตร์ Herichthys maculicauda หรือ Cichlasoma maculicauda ชื่อทางการค้า Black Belt Cichlid ดร.ซีเทต เรแกน เป็นผู้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ เมื่อ ค.ศ. 1905 โดยพบในทะเลสาบประเทศนิคารากัว ลำตัวมีพื้นขาว และมีแถบสีดำพาดขวางลำตัว เหมือนคาดเข็มขัด โคนหางมีจุดดำขนาดใหญ่ ตัวผู้มีขนาดความยาวสุด 30 เซนติเมตร
ปลาหมอซินสไปลุม ชื่อวิทยาศาสตร์ Herichthys synspilus หรือ Cichlasoma syaspitum ชื่อทางการค้า Pastel Cichlid เป็นปลาสวยงามที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง ในกลุ่มประเทศอเมริกากลาง ประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และเบไลซ์ จุดเด่นของปลาหมอซินสไปลุมคือ ตัวผู้ที่โตเต็มวัยหัวจะโหนกนูนออกมา ลำตัวมีสีเหลือง ขอบเกล็ดสีดำ และมีแถบสีดำเป็นหย่อม ๆ อยู่เหนือครีบก้นถึงโคนหาง หัวสีส้ม อกและท้องสีแดง ขนาดโตเต็มวัยมีความยาวสุดถึง 30 เซนติเมตร ปลาเลี้ยงให้กินอาหารเม็ด
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอเซเวรุ่มทอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Heros servenus หรือ Cichlasoma severum ชื่อทางการค้า Severum รูปร่างคล้ายปลาปอมปาดัวร์ครีบกระโดงและครีบก้นมีปลายที่แผ่กว้าง ตะเกียบมีปลายเรียวยาวเป็นเส้นระยางศ์ มีหลายสายพันธุ์ในบ้านเราเป็นพวกปลาเผือกตาแดง เผือกแท้คือแอลไบโน และเผือกชนิดที่มีตาสีดำ คือ ลูทิโน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปแอฟริกาใต้ ขนาดโตเต็มที่มีความยาวสุด 20 เซนติเมตร ปลาเลี้ยงให้อาหารเม็ด
คุณสมโภชน์ : ก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอสีต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของปลาหมอสี พฤติกรรม ถิ่นกำเนิด คุณภาพน้ำ แสงสว่าง อาหาร และการตกแต่งตู้เพราะปลาหมอสีมาจากแหล่งที่มีความหลากหลายทางด้านกายภาพ ชีวภาพ การเลี้ยงปลาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ความรู้ความชำนาญ โดยศึกษาจากเอกสารสอบถามผู้รู้ และเป็นคนช่างสังเกต
ปลาหมอสีที่เลี้ยงในบ้านเราเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดจากแหล่งใด
คุณสมโภชน์ : ส่วนใหญ่เป็นปลาที่มาจากทะเลสาบมาลาวีและแทนแกนยีกา
การเลือกชนิดปลาที่จะนำมาเลี้ยงมีข้อควรคำนึงถึงอะไรบ้าง
คุณสมโภชน์ : ประการแรก ควรแยกปลาออกตามแหล่งกำเนิด ในตู้ปลาหมอมาลาวี หรือตู้ปลาหมอสีแทนแกนยีกา หากแยกเป็น 3 กลุ่ม ก็จะเป็นผลดียิ่งขึ้น เช่น พวกเอ็มบูนา นอน-เอ็มบูนา เพราะปลาแต่ละกลุ่มกินอาหารแตกต่างกัน
สิ่งที่สำคัญก็คือ ตู้เลี้ยงปลาด้านใดด้านหนึ่ง ต้องทาสีดำหรือน้ำเงินปนดำ ทั้งนี้อาจใช้กระดาษหรือฟิล์มแทนก็ได้ เพราะปลาหมอสีเมื่อตื่นตกใจ ก็จะหลบอยู่ในมุมที่มีแสงสว่างน้อย เพื่อลดความเครียด
ขนาดตู้ที่เหมาะสมสำหรับใช้เลี้ยงปลาหมอสี
คุณสมโภชน์ : ถ้าเป็นตู้เลี้ยงปลาหมอสีมาลาวี ควรมีขนาดใหญ่ ความจุไม่น้อยกว่า 500 ลิตร ถ้าตู้เลี้ยงปลามีขนาดเล็กก็แยกเลี้ยงเป็นชนิดหรือเลี้ยงเพียงตู้ละหนึ่งตัว ด้านบนตู้มีฝาปิดเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ และช่วยให้อุณหภูมิน้ำไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ปลาหมอสีในธรรมชาติได้รับแสงสว่างจากด้านบน ดังนั้นควรให้แสงสว่างที่พอเหมาะ หากแสงสว่างมากเกินไปจะทำให้ปลาไม่ออกสี จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
การตกแต่งตู้เลี้ยงปลาหมอสีควรระมัดระวังในสิ่งใด
คุณสมโภชน์ : ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งได้มีการดัดแปลง และทำเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ก้อนหินที่ทำจากไฟเบอร์กลาส ถ้าใช้ของจริงก็ควรเลือกใช้วัสดุที่เบาและไม่มีสารพิษ ที่ละลายน้ำได้ สำหรับท่านที่ใช้กรวดหรือทรายธรรมชาติ ควรล้างให้สะอาดแช่น้ำทิ้งไว้หลายวัน เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ถ้าใช้ก้อนหินจริงที่มีขนาดใหญ่ วางบนพื้นทรายปลาจะคุ้ยทราย และทำให้ก้อนหินล้มลงกระทบกระจกตู้ปลาแตกเสียหายได้
คุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาหมอสีควรมีค่าเช่นใด
คุณสมโภชน์ : น้ำที่นำมาใช้เลี้ยงปลาก็มีความสำคัญน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาหมอมาลาวีควรมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 7.0-8.5 อุณหภูมิน้ำในตู้ควรมีค่าต่างระหว่าง 23-28 องศาเซลเซียส ส่วนน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาจากทะเลสาบแทนแกนยีกา ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 7.8-9.5 ซึ่งปัจจุบันการปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างไม่มีปัญหาใช้เกลือหรือเคมีภัณฑ์ที่มีจำหน่ายตามร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ปลาสวยงาม
ถ้าเป็นปลาจากทะเลสาบวิกตอเรีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้ต้องทำอย่างไร
คุณสมโภชน์ : ปลาจากแหล่งดังกล่าวไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความเป็นกรดเป็นด่าง ระดับอุณหภูมิของน้ำก็อยู่ในระดับเดียวกับบ้านเรา
ก่อนนำเข้าปลาเลี้ยง ควรจะต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
คุณสมโภชน์ : ข้อควรระวังก่อนการเลี้ยงปลา สำหรับท่านที่นำเข้าปลาจากต่างประเทศ
ประการแรก สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณภาพน้ำจากผู้ขายเสียก่อนทุกครั้งก่อนปล่อยปลาลงตู้หรือบ่อเลี้ยง
ประการที่สอง วัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำในถุง ถ้ามีความแตกต่างกันกับน้ำในตู้ปลาควรปรับให้มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด การวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ทำได้ง่ายโดยใช้กระดาษลิตมัส
อาหารประเภทใดที่ควรหลีกเลี่ยงและไม่นำมาให้ปลาหมอสีกิน
คุณสมโภชน์ : ปลาหมอสีสามารถกินอาหารได้หลายประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีส่วนผสมของไขมันจากเนื้อสัตว์ เพราะไขมันจะไปทำลายตับของปลาพวกนี้ อาจทำให้ปลาตายได้สาเหตุหนึ่ง อาหารที่ใช้เลี้ยงควรมีส่วนผสมของอาหารธรรมชาติมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาหมอสีที่กินพืชเป็นอาหาร ส่วนพวกปลาหมอสีที่กินสัตว์ประเภทกุ้งและปูควรเลี้ยงด้วยไรน้ำเค็ม หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงกบก็ได้
อาหารสำเร็จรูปควรประกอบด้วยกากถั่ว กุ้ง สาหร่ายเกลียงทองและเจลาติน การให้อาหารไม่ควรให้เกินความต้องการของปลาจะทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ ในกรณีที่เลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ ถ้าให้อาหารมากเกินไปปลาไม่มีไข่และน้ำเชื้อเพราะปลาจะสะสมไขมันไว้มากจนกระทั่งปลาไม่สามารถผลิตไข่และน้ำเชื้อ
ในธรรมชาติ ปลาหมอสีเป็นปลาที่อดทนสามารถอดอาหารได้นับสิบวัน ฉะนั้น ถ้าผู้เลี้ยงไม่อยู่บ้าน 5-10 วัน ก็ไม่จำเป็นต้องให้อาหาร ปลาก็สามารถอยู่ได้อย่างปกติเพราะในแหล่งน้ำธรรมชาติอาหารมีจำกัด โดยเฉพาะแม่ปลาที่ฟักไข่ด้วยปากซึ่งต้องอมไข่จนกระทั่งไข่ฟักเป็นตัว และอมต่อไปอีกจนกว่าลูกปลาสามารถว่ายน้ำออกจากปากเพื่อหากินต่อไป
ระยะเวลาที่มีการพัฒนาจากไข่ไปสู่ลูกปลาวัยอ่อนใช้เวลากี่วัน
คุณสมโภชน์ : ประมาณ 15-20 วัน ในระยะนี้แม่ปลาจะไม่กินอาหารใด ๆ ทั้งสิ้น
อะไรเป็นตัวกำหนดชนิดพันธุ์ปลาให้มีลักษณะต่าง ๆ กัน
คุณสมโภชน์ : ชนิดพันธุ์ปลาจะถูกกำหนดโดยลักษณะพันธุกรรมของสัตว์แต่ละชนิดและต่อเนื่องกับลักษณะการเพาะพันธุ์ หน่วยพันธุกรรมที่มีผลต่อการควบคุมพัฒนาการของลักษณะต่าง ๆ ที่เรียกว่า ยีน (gene) การผสมของยีน (gene-pool) ประกอบด้วยยีนจากพ่อแม่ของสัตว์แต่ละชนิดสัตว์แต่ละตัวจะมีลักษณะของยีนที่ต่างกัน
ปลาที่มีลักษณะแตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นเพราะเกิดการผ่าเหล่าใช่ไหม
คุณสมโภชน์ : การเกิดการผ่าเหล่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางพันธุกรรม ยีนจะปรากฏอยู่บนโครโมโซมของปลาหมอสีทุกชนิดจะมีโครโมโซมเป็นคู่ เมื่อมีการผสมพันธุ์กันก่อให้เกิดรุ่นลูก ลูกที่เกิดจะได้โครโมโซมจากฝ่ายแม่ข้างหนึ่งและจากฝ่ายพ่อข้างหนึ่ง ซึ่งความแตกต่างของยีน A จากพ่อแม่คู่หนึ่งอาจจะส่งผลให้ด้านการทดแทนยีน A จากพ่อแม่คู่อื่นก็ได้ สำหรับลักษณะเช่นเดียวกันนี้หากเกิดขึ้นในกรณีที่ผสมกันระหว่างพี่น้องกันเอง จะก่อให้เกิดความแตกต่างของลักษณะทางพันธุกรรมอย่างมาก มีผลแสดงออกให้เห็นในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะทางโครงสร้างและสีสัน การมีรูปร่างที่แปลก ๆ ออกไป เช่น มีกระดูกคองอ รูปปากผิดปกติ เกิดการเป็นสีเผือก การเกิดจุดสีหรือจุดสีอื่น ๆ ที่แปลกออกไป เป็นต้น
ความผิดปกติดังกล่าว ปลาในธรรมชาติมีโอกาสเกิดเช่นนั้นหรือไม่
คุณสมโภชน์ : มีโอกาสเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามธรรมชาติจะเป็นตัวทำให้เกิดความสมดุลในกลุ่มของมันเอง ในกรณีที่มีความแตกต่างของยีนที่มีผลต่อสีสันของปลาหมอสี การเปลี่ยนแปลงของสีดังกล่าวนี้จะปรากฏให้เป็นในรุ่นลูกต่อเมื่อรุ่นพ่อแม่มียีน B1 ซึ่งมีผลดีต่อการเกิดสี
พฤติกรรมการจับคู่ของปลาหมอสีมีลักษณะอย่างไร
คุณสมโภชน์ : เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า ในกลุ่มพวกปลาหมอสีมีความสำคัญของการจำคู่ของตน การจับคู่อาจจะไม่เกิดขึ้นในปลาตัวที่มีสีสันแปลก ๆ ออกไป และนี่อาจะเป็นเหตุผลที่ทำให้การกระจายยีนหรือการถ่ายทอดยีนสู่รุ่นต่อ ๆ ไปไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ประชากรกลุ่มใหญ่ที่จะเกิดขึ้น มีความแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่อาศัย ปลาบางกลุ่มที่มีความสามารถข้ามถิ่นไปผสมพันธุ์กับปลาในถิ่นฐานอื่น ๆ ปลาในกลุ่มซิคลิดเป็นปลาที่สามารถผสมพันธุ์วางไข่ได้เกือบทั้งปี และเป็นปลาที่สามารถปรับตัวเข้ากับถิ่นที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ได้ดี ลักษณะดังกล่าวนี้ จึงได้มีการทดลองและพบว่า ปลากลุ่มนี้มีโอกาสเลือดชิดได้
ปลาที่เกิดจากการผ่าเหล่า ก็ยังสามารถดำรงชีวิตในสังคมใหม่ได้ใช่ไหม
คุณสมโภชน์ : ประชากรกลุ่มใหม่นี้ สามารถสร้างสังคมใหม่ด้วยสมาชิกเพียง 2-3 ตัวและมีโอกาสที่ทำให้เกิดความแตกต่างในระหว่างกลุ่มอย่างสูงประชากรใหม่ที่เกิดจากสมาชิกเพียงไม่กี่วันจะส่งผลให้เกิดการผ่าเหล่าได้ อย่างไรก็ตามธรรมชาติจะเป็นตัวกำหนดหรือคัดเลือกตามสถานการณ์แวดล้อมนั่นเอง
การเกิดเลือดชิดมีผลให้เกิดปลาชนิดใหม่ได้หรือไม่
คุณสมโภชน์ : ในกรณีของการเกิดเลือดชิด อาจก่อให้เกิดปลาชนิดใหม่ได้ โดยธรรมชาติแล้ว สิ่งมีชีวิตหรือปลาชนิดนั้นจะพยายามรักษาคงไว้ซึ่งลักษณะดั้งเดิมของมัน
เกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาของปลาหมอสีซิ่งสู่แดนสยามนั้น ทำให้ท่านสมาชิกหนังสือพิมพ์วารสารการประมงได้รับสาระประโยชน์อย่างมากมายก็ต้องขอขอบพระคุณ คุณสมโภชน์ อัคคะเทวีวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ กรมประมง ที่ได้กรุณามาให้ข้อมูล พร้อมทั้งคำแนะนำให้ได้ทราบความเป็นมาแหล่งกำเนิดและอนุกรมวิธานของปลาหมอสี หากต้องการทราบรายละเอียดมากกว่านี้ โปรดศึกษาหาอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ อนุกรมวิธานปลาหมอสีในประเทศไทย ซึ่งเรียบเรียงโดย คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์และคุณกาญจนา พงษ์ฉวี
ริมบ่อ

- สัมมนา"ตลาดส่งออกปลาสวยงาม" - การขนส่งปลาสวยงามไปตลาดต่างประเทศ - การเลี้ยงปลาทะเลในตู้
- กฎหมายที่คุ้มครองและควบคุมการค้าสัตว์น้ำ - เสวนาเปิดโลก ขยายตลาดปลาสวยงาม - เมื่อควันบุหรี่เป็นพิษกับปลาตู้
- การจัดการฟาร์มปลาสวยงามอย่างถูกสุขลักษณะ - การเลี้ยงปลาทะเลสวยงาม ไม่ยากอย่างที่คิด - ปลาอโรวาน่าสีทอง…พบในไทย?
- ผู้บุกเบิกปลาข้ามสายพันธุ์ของประเทศไทย - ทางเลือกใหม่ของการส่งออกปลาสวยงาม - ลักษณะที่ดีของปลาทองสิงห์ตามิด
- ทิศทางการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามในอนาคต  - ปลาสวยงาม เรื่องน่ารู้ - ทำความรู้จักกับ...ปลาพาราไดซ์
- ร้านจำหน่าย ปลาสวยงาม อื่นๆ. -สาเหตุของการเกิดตะไคร่ในตู้ปลา - ค่านิยมของการเลี้ยงปลาหมอสีในบ้านเรา
- ระบบกรองน้ำแบบมือสมัครเล่น - ปลาทองไม่ตาย เลี้ยงอย่างไร - เท็กซัสแดง สวยสมใจ ใส่ใจสักนิด
- เคล็ดลับการเลี้ยงปลาคาร์พ จากนักเลี้ยงระดับเซียนเรียกพี่ - หลักการคัดเลือก…ลูก ‘’ ฟลาวเวอร์ ฮอร์น ‘’ ขึ้นฟอร์ม - ปลาเลี้ยงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
- ปลากัดกีตาร์ - ปลาของนักเลี้ยงมือใหม่ - ปลาปักเป้าทอง
- ปลาทะเลกับการเลี้ยงในตู้ด้วยน้ำเกลือ - เลี้ยงปลาอีกง...อนาคตสัตว์เศรษฐกิจ - ขอบเขตการพลิกผัน...ของสายพันธ์ปลาเท็กซัสแดง
- เปลี่ยนตู้ปลาเป็นตอไม้ สร้างดีไซน์สู่ความต่าง - มาลองเลี้ยงปลา “ปอมปาดัวร์” กันดีกว่า
- เสือตอ "แกล้งตาย" เสน่ห์เหลือร้ายของปลาน่ารัก
- การจัดวางตู้ปลาสวยงาม - 11ข้อรักษาปลาป่วย - การสร้างภูมิคุ้มกันให้ปลาสวยงาม!!!
- ปลาตะเพียนหน้าแดง - ฟาร์มปลาสวยงามกับการท่องเที่ยว - ระบบกรอง…สำหรับปลาสวยงาม
- การทำหินเทียมเพิ่มความสวยให้ตู้ปลา - กระบวนการทางเคมีที่สำคัญต่อคุณภาพน้ำเลี้ยงปลาสวยงาม - "ปลาหมูอารีย์"ใกล้เปิดตัวสู่วงการปลาสวยงามตัวใหม่
- มาลาวีเหลือง - เทคนิคการเลี้ยงปลานีออน - ยาสามัญประจำตู้ปลา
- เปิดเคล็ดลับเลี้ยงปลาหางนกยูง เกรด A - “กัดหม้อสีมุกทอง” ทำอย่างไร?
- รับฝากเลี้ยงปลาตะพัดอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย
- บรรทัดฐานปลาสวยงาม…เพื่อการส่งออก - ไคติน-ไคโตซาน อาหารปลาคาร์พจากธรรมชาติ - สภาพแวดล้อมที่จัดว่าเป็นสิ่งรบกวน(ใจ)...ปลา