ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการปล่อยสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา
กลุ่มทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง


ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
           ทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำกร่อยที่มีความสำคัญมากที่สุดในภาคใต้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 653,775 ไร่ ในเขตจังหวัดสงขลาและพัทลุง มีครัวเรือนประมง
8,010 ครัวเรือนรอบทะเลสาบทั้ง 3 ตอน (อังสุนีย์,2537-38) ทะเลสาบสงขลาตอนนอกมีพื้นที่ประมาณ 113,844 ไร่ ลักษณะนิเวศน์เป็นน้ำกร่อย-เค็ม จึงมีสัตว์น้ำ
เศรษฐกิจมากทั้ง กุ้งและปลา มีครัวเรือนประมงถึง 40.42% (2,490 ครัวเรือน) ของครัวเรือนทั้งหมด ทะเลหลวงมีพื้นที่ประมาณ 522,956 ไร่ ลักษณะนิเวศน์ เป็นน้ำ
กร่อย-จืดความหลากหลายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจมีน้อยกว่า มีครัวเรือนประมง 32.27% (4,579 ครัวเรือน) ของครัวเรือนทั้งหมด ทะเลน้อยมีพื้นที่ประมาณ 16,975 ไร่
แม้ว่าเป็นนิเวศน้ำจืดแต่บ้านเรือนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ชายน้ำจะประกอบอาชีพประมงเป็นหลักและมีมากกว่า 68.29%(941 ครัวเรือน)ของครัวเรือน ทะเลสาบทั้ง 3 ส่วน
เชื่อมต่อกันโดยลำคลองและเปิดออกสู่อ่าวไทย บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก ที่ ต.บ่อยาง อ. เมือง จ. สงขลา
     ในอดีตทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ ทั้ง กุ้ง ปลา และปู นักวิชาการได้ประเมินว่าทะเลสาบสงขลามีศักยะภาพการผลิตสัตว์น้ำโดย
ธรรมชาติมากกว่าปีละ 12,000 ตัน จากการขาดแนวทางการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสม และมีการใช้เครื่องมือประมงมากเกินพอดี เช่น ลอบยืน(ไซนั่ง) เครื่องมือประมง
บางชนิดเป็นเครื่องมือทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น อวนรุน อวนล้อม และโพงพาง นอกจากนี้ยังขาดมาตรการในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบที่ชัดเจนเพียงพอ จึงเป็น
สาเหตุให้ทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลาปัจจุบันอยู่ในสภาพถดถอยถึง 21.63% จากปี 2528 หรือมีผลผลิตประมาณ 9,600 ตันและจำนวนครัวเรือนประมงลดลง
22.7%(สำรวจปี 2538)จากการศึกษาพบว่าสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิดที่เคยมีความชุกชุมปัจจุบันเหลือน้อยลงมาก เช่น กุ้งก้ามกราม ปลากะพง กุ้งแชบ๊วย สัตว์น้ำบาง
ชนิดสูญพันธุ์ไปจากแหล่งน้ำ เช่น ปลาตุ่ม ปลาพรมหัวเหม็น และสัตว์น้ำที่จับขึ้นมาใช้ในปัจจุบันก็มีขนาดเล็กลงกว่าในอดีตมาก
      จากการที่ทรัพยากรประมงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถพื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้ ภายใต้เงื่อนไขความเหมาะสมของธรรมชาติต่อชีวิตสัตว์น้ำแต่ละชนิด สถาบันวิจัย
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งได้จัดทำโครงการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาโดยใช้พื้นฐานทางวิชาการเป็นหลัก ในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำโดยคำนึงถึงชนิดสัตว์น้ำ เวลา และ
สถานที่ ที่เหมาะสม ตลอดจนได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและน้ำเปลี่ยนสีในทะเลสาบพร้อมทั้งติดตามตรวจสอบการเกิดโรคสัตว์น้ำในบริเวณแหล่งน้ำเป็นระยะๆ
ตลอดการดำเนินโครงการ
      การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการด้านชีววิทยาสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมมีผลต่ออัตรารอดของสัตว์น้ำที่ปล่อยแต่ละชนิดยังไม่เพี่ยงพอที่จะเกิดผลผลิต
และรายได้ต่อชุมชนถ้าชุมชนนั้นไม่ช่วยดูแลรักษาแหล่งที่อยู่อาศัยของลูกพันธุ์สัตว์น้ำโดยจัดเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำหน้าบ้านไม่ให้มีการรบกวนหรือทำการประมงใน
บริเวณดังกล่าว เป็นการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสมก่อให้เกิดผลผลิตสัตว์น้ำที่มีค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้แก่ชาวประมง โครงการนี้มีเป้าหมายในการหาแนวทางการ
ฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลาให้มีใช้อย่างยั่งยืน โดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวประมงรอบทะเลสาบ
     โครงการฟื้นฟูทะเลสาบเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ มีหน่วยงานระดับกองที่รับผิดชอบ 3 หน่วยงาน คือ กองอนุรักษ์ทรัพยากร
ประมง กองสิ่งแวดล้อม และสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงให้มีดุลยภาพ ควบคุมดูแลการทำการประมงให้เป็น
ไปตาม กฎหมายและมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง จึงมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานหลายประการคือ
  1 . เพื่อควบคุมการทำการประมงให้เป็นไปตามมาตรการการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ
  2. เพื่อรักษาระดับผลผลิตสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ
  3. เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ
  4. เพื่อปฏิบัติตามและประเมินผลการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำตามมาตรการต่างๆและศึกษาถึงผลกระทบทาง เศรษฐกิจ สังคม หลังจากการใช้มาตรการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ
   สถาบันวิจัยฯ รับงานอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในรูปของโครงการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา โดยมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมจังหวัดสงขลาและพัทลุง ได้รับ
งบประมาณมาตั้งแต่ปี 2543-2545 โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานตามข้อ 2 คือเพื่อรักษาระดับผลผลิตสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ ตามหลักและ
ทฤษฏีที่ว่าทรัพยากรประมงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถพื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้ภายในรอบหนึ่ง หรือ 2 ปี ตามวงจรชีวิตสัตว์น้ำที่สั้นบ้างยาวบ้างแต่ก็เป็นทรัพยากร
ที่มีความละเอียดอ่อนต่อผลกระทบของปัจจัยภายนอกด้านสิ่งแวดล้อมจนบางครั้งแม้จะอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิมก็ยังทำได้ยาก จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
โลกที่เกิดความแห้งแล้ง (El nino) อุณหภูมิโลกสูงขึ้น หรือเกิดฝนตกชุกมาก (La nina)ทำให้ความเค็มของน้ำแปรเปลี่ยนตามปริมาณน้ำฝน เกิดผลกระทบต่อผลผลิต
ของสัตว์น้ำแต่ละชนิด ในทางบวกหรือทางลบขึ้นอยู่กับความต้องการสิ่งแวดล้อมของสัตว์น้ำชนิดนั้นๆ
เป้าหมายของโครงการ
    3.1 เพื่อจัดการทรัพยากรประมง และสิ่งแวดล้อมในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น มีผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม 10 %(ฐานปี 2542)
    3.2 เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของชาวประมงโดยรอบทะเลสาบสงขลาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 15% จากสัตว์น้ำที่ปล่อย
    3.3 เพื่อรวบรวมและจัดระบบฐานข้อมูลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมประมงในทะเลสาบสงขลา
การดำเนินงานโครงการ
     การดำเนินโครงการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา ปี 2545 ที่ได้รับงบประมาณ 8,465,600 บาท ดังนี้

ตารางที่ 1. แสดงแผนและผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2545
กิจกรรมปี 2545
หน่วยนับ
แผน/ผล
1.สำรวจและกำหนดพื้นที่ ก่อนปล่อย
แห่ง
14/14
2.จัดสร้างคอก/กระชังเพื่อเลี้ยงลูกพันธุ์
แห่ง
8/8
3.เตรียมพันธุ์สัตว์น้ำและปล่อย
ล้านตัว
26/39
4.อบรมราษฎรอาสาอนุบาลสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์
ราย
150/150
5. กิจกรรมปลาหน้าวัด
ล้านตัว
0.3/0.3
6. ตรวจสอบคุณภาพน้ำและน้ำเปลี่ยนสีในทะเลสาบ
ครั้ง
12/12
7. ติดตามตรวจสอบการเกิดโรคสัตว์น้ำในบริเวณแหล่งน้ำ
ครั้ง
120/120
8. ติดตามผลการดำเนินงานและประเมินผลสัมฤทธิ์
ครั้ง
12/12

กิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
งานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
      การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จัดชื้อพันธุ์สัตว์น้ำตามความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของราษฏรในเขตที่ตั้งของโครงการ เพื่อปล่อยลงแหล่งน้ำเขตรักษาพืชพันธุ์
สัตว์น้ำที่จังหวัดได้ทำการประกาศอย่างเป็นทางการ หรือเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่ราษฎรหรือชาวประมงได้จัดตั้งขึ้น จะเป็นสัตว์น้ำวัยอ่อนหรือพ่อ แม่พันธุ์ตามชนิด
ปริมาณที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของพื้นที่ ทั้งสิ้น 14 แห่ง รอบทะเลสาบสงขลา
       สำรวจแนวพื้นที่ บริเวณที่ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำตลอดจนชนิด ปริมาณของพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสม และความต้องการของราษฎรร่วมกันพิจารณา
     แต่งตั้งกรรมการประมงอาสา ดูแลช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจตราดูแลเฝ้าระวังในเขตรักษาพืชพันธุ์ที่จังหวัดประกาศไว้อย่างเป็นทางการ และเขตรักษา
พืชพันธุ์สัตว์น้ำที่ราษฎรจัดตั้งขึ้นเพื่อการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
- จัดซื้อพันธุ์สัตว์น้ำชนิดต่างๆตามความเหมาะสมเพื่อปล่อยลงแหล่งน้ำ ทั้งชนิดที่เป็นสัตว์น้ำวัยอ่อน หรือพ่อแม่พันธุ์เพื่อการแพร่ขยายพันธุ์ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่
แหล่งน้ำ
- จัดให้มีการสำรวจชนิด และปริมาณของพันธุ์สัตว์น้ำที่ได้ทำการปล่อยไปแล้วทางวิชาการเพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับราษฎรหรือประมงอาสา

ผลการดำเนินงาน
      กิจกรรมการอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ ตามที่กรมประมงได้ดำเนินการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำขนาดเล็กในแหล่งน้ำธรรมชาติ ปีละหลายล้านตัวเป็นประจำทุกปี ทั้ง
ลูกกุ้งและลูกปลาเหล่านั้นมีอัตราการรอดต่ำ จึงเป็นผลให้อัตราการจับสัตว์น้ำของชาวประมงเพิ่มขึ้นไม่ชัดเจน ดังนั้น การอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ มีวัตถุประสงค์
ที่จะอนุบาลลูกกุ้งลูกปลาในที่ล้อมขัง เพื่อให้สัตว์น้ำได้เจริญเติบโตขึ้นและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้สัตว์น้ำมีอัตรารอดเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการ
สร้างจิตสำนึกแก่ราษฏรให้รู้จักหวงแหนแหล่งน้ำและเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์น้ำต่อไป
       สถาบันฯได้ร่วมกับสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่เป้าหมาย ทำการประชุมราษฎรเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม และเปิดรับสมัครราษฎรในแต่ละพื้นที่เป็น
ราษฎรอาสาเข้าร่วมกิจกรรมฯ พื้นที่ละ 30 คน จากนั้นจึงให้การ อบรมแก่ราษฎรอาสาในแต่ละพื้นที่ครั้งละ 2 วัน ราษฎรอาสาจะร่วมกันติดตั้งกระชังอนุบาลในแหล่งน้ำ
หน้าหมู่บ้าน โดยใช้กระชังมุ้งสีฟ้า ขนาด 5 x 5 x 1.5 เมตร จำนวน 10 ลูก(ทางราชการจัดหาให้) เป็นกระชังอนุบาล จากนั้นจึงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงในกระชังอนุบาล
โดยราษฎรจะเป็นผู้ดูแล และให้อาหารเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลาการอนุบาลสัตว์น้ำแต่ละรุ่นประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ แล้วจึงทำการสุ่มวัดขนาดและนับ จำนวนสัตว์น้ำ
ที่เหลือรอด ก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป
      กิจกรรมปลาหน้าวัด สถาบันฯได้ดำเนินงานตามนโยบายของกรมประมง ในกิจกรรมปลาหน้าวัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้แหล่งน้ำบริเวณหน้าวัด ซึ่งเป็นเขต
อภัยทานเป็นที่รักษาพืชพันธุ์ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ 2490 ให้เป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์สัตว์น้ำ และใช้เป็นแหล่งพ่อ แม่ พันธุ์ปลาในธรรมชาติ เพื่อการ
ออกลูกหลานและเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละท้องที่ต่อไป สำหรับกิจกรรมปลาหน้าวัด ปี 2545 มีพื้นที่ดำเนินการ 3 แห่ง โดยสถาบันฯร่วมกับสำนักงานประมง
จังหวัดสงขลา และสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง พิจารณาแหล่งน้ำหน้าวัดที่มีความเหมาะสม สำหรับใช้เป็นแหล่งพ่อ แม่ พันธุ์ปลาประจำท้องถิ่น พร้อมร่วมปรึกษา
กับพระภิกษุ และอุบาสกของวัดทั้งสาม เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของกิจกรรม และขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งวิธีการเลี้ยงดูปลา จากนั้นจึงจัดการเตรียมกระชังไนล่อน
ขนาด 3 x 3 x 1.5เมตร ตาอวน 1.5 เซนติเมตร จำนวน 5 ลูก ต่อ 1 วัด เพื่อใช้เลี้ยงปลาขนาดความยาว 3 เซนติเมตรขึ้นไป โดยพิจารณา ชนิดของปลาที่เหมาะสม
กับสภาพแหล่งน้ำแต่ละแห่ง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 1 เดือน จากนั้นจึงปล่อยปลาออกสู่แหล่งน้ำโดยยังคงให้อาหารเลี้ยงปลาในแหล่งน้ำอยู่ต่อไป เพื่อให้ปลา
ได้เลี้ยงตัวและอยู่อาศัยในบริเวณแหล่งน้ำหน้าวัดตลอดไป
      กิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จากการที่สัตว์น้ำบางชนิดไม่จำเป็นต้องอนุบาลในกระชังก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ เพียงแต่ทำที่หลบซ่อนและป้องกันการรบกวนจากชาว
ประมงก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ สถาบันฯได้ประสานงานกับสำนักงานประมงจังหวัดสงขลาและพัทลุง องค์กรเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ในการจัดเตรียมสถานที่ปล่อย
พันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสมในทะเลสาบสงขลาและคลองสาขาที่จัดเป็นเขตอนุรักษ์ เพื่อเพิ่มพูนสัตว์น้ำในธรรมชาติให้เพิ่มมากขึ้น สัตว์น้ำที่ปล่อยของโครงการฟื้นฟูฯจำนวน
39,173,562 ตัว (59.92ตัว/ไร่) แต่ทะเลสาบสงขลามีพื้นที่กว้างใหญ่ลูกพันธุ์สัตว์น้ำจากโครงการฟื้นฟูทะเลสาบจึงดูน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ งานผลิตสัตว์น้ำเพื่อ
เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และโครงการฟื้นฟูทะเลไทย ได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในปีงบประมาณ 2545 รวมทุกโครงการจำนวน 82,803,562 ตัว
(126.65 ตัว/ไร่หรือ ลูกพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ตัว /12.63 ตารางเมตร)

ตารางที่ 2. สรุปผลการปล่อยสัตว์น้ำทุกงาน/โครงการ ลงทะเลสาบสงขลาในปี 2545
ชนิดสัตว์น้ำ
จำนวนครั้งที่ปล่อย
จำนวนที่ปล่อย(ตัว)
อนุบาลก่อนปล่อย(ตัว)
กุ้งกุลาดำ
17
10,990,210
4,483,210
กุ้งแชบ๊วย
10
18,400,000
-
กุ้งก้ามกราม
33
46,190,000
-
ปลากะพงขาว
9
1,049,000
26,000
ปลาดุกอุย
12
2,941,000
2,341,000
ปลายี่สกเทศ
14
2,657,500
287,000
ปลานิลแดง
10
418,800
250,000
ปลาแรด
3
60,878
-
ปลาสวาย
1
50,000
-
ปลาตะเพียน
1
3,000
-
ปูทะเลวัยรุ่น
1
3,300
-
แม่ปูทะเลไข่แก่
2
2,874
-
รวม
87
82,803,562
7,387,210

ผลสัมฤทธิ์ของการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา
     ผลสัมฤทธิ์ของการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาเมื่อการดำเนินงานตามขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้นแต่ละครั้งจะทำการประเมินผล โดยทำการตรวจนับอัตรา
การรอดตายของสัตว์น้ำที่อนุบาลในกระชังร่วมกับประมงอาสาทุกครั้งก่อนปล่อยออกจากกระชัง การสำรวจทางสถิติผลการจับสัตว์น้ำ(Landing Statistic) รอบ
ทะเลสาบ และการออกติดตามสัมภาษณ์ชาวประมงโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 327 ฉบับจากจังหวัดสงขลา 6 อำเภอ 10 ตำบล 38 หมู่บ้าน จากจังหวัดพัทลุง 4
อำเภอ 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน สอบถามชาวประมงที่ทำการประมงในบริเวณที่ปล่อยสัตว์น้ำและบริเวณใกล้เคียงถึงผลผลิตและรายได้ที่เกิดขึ้น

1. การประเมินอัตราการรอดตายของสัตว์น้ำที่ปล่อย     จากกิจกรรมการอนุบาลลูกพันธุ์สัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์และกิจกรรมปลาหน้าวัดพบว่าสัตว์น้ำที่ปล่อยชาวประมงอาสาได้ช่วยกันดูแลทำให้มีอัตราการรอดตายสูง
ตารางที่ 3. จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยและอัตราการรอดตายของสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ 5 แห่ง

ตารางที่ 3. จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยและอัตราการรอดตายของสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ 5 แห่ง
บริเวณ
ชนิด
จำนวน
อัตราการรอด
เขตรักษาพืชพันธุ์ บ้านทะเลน้อย อ. ควนขนุน จ. พัทลุง ปลาดุกอุย
2,220,000 ตัว
20%
เขตรักษาพืชพันธุ์ บ้านช่วงฟืน อ.ปากพะยูน จ. พัทลุง ปลานิลแดง
100,000 ตัว
95%
  กุ้งกุลาดำ
1,100,000 ตัว
60%
เขตอนุรักษ์อ่าวบางเตง บ้านจงเก อ. เขาชัยสน จ. พัทลุง ปลาพรหมและปลายี่สกเทศ
50,000 ตัว
70%
  ปลานิลแดง
100,000 ตัว
80%
  ปลายี่สกเทศ
237,000 ตัว
90%
  ปลาดุกอุย
121,000 ตัว
20%
เขตรักษาพืชพันธุ์ บ้านท่าเสา อ. สิงหนคร จ. สงขลา กุ้งกุลาดำ
1,323,750 ตัว
60%
  ปลากะพงขาว
26,000 ตัว
50%
เขตอนุรักษ์คูขุด อ. สทิ้งพระจ. สงขลา ปลานิลแดง
50,000 ตัว
80%
  กุ้งกุลาดำ
2,059,460 ตัว
50%

ตารางที่ 4. จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยและอัตราการรอดตายของสัตว์น้ำในเขตหน้าวัด 3 แห่ง
บริเวณ
ชนิด
จำนวน
อัตราการรอด
วัดในเขตจังหวัดพัทลุง ปลานิลแดง
61,800 ตัว
95%
  ปลาแรด
20,878 ตัว
95%
วัดในเขตจังหวัดสงขลา 2 แห่ง ปลานิลแดง
50,000 ตัว
95%
  ปลาแรด
20,000 ตัว
95%
  ปลาตะเพียน
3,000 ตัว
95%
  ปลาสวาย
50,000 ตัว
95%

2. การเก็บข้อมูลทางสถิติ ผลการเก็บข้อมูลทางสถิติจากท่าขึ้นสัตว์น้ำรอบทะเลสาบตั้งแต่ปี 2542-2544 และปี 2545 พบว่าสัตว์น้ำที่ปล่อยในปริมาณมาก มีผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย ปลากะพงขาว ปูดำ และกุ้งก้ามกราม ดังนี้

ตารางที่ 5. แสดงผลผลิตสัตว์น้ำจากท่าขึ้นสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา ปี 2545
ชนิดสัตว์น้ำ
ปี 2542*
ผลผลิต(ก.ก.)
ปี 2543*
ผลผลิต(ก.ก.)
ปี 2544**
ผลผลิต(ก.ก.)

ปี 2545**(8 เดือน)
ผลผลิต(ก.ก.)

กุ้งแชบ๊วย
23,130
15,795
84,755
95,872.50
กุ้งกุลาดำ
4,700
31,554
11,095
17,040
กุ้งก้ามกราม
20,699.50
37,352.20
30,098
7,120
ปลากะพงขาว
6,383.25
315.75
3,072.5
7,740
ปูทะเล
40.2
17.6
3,387.50
21,665
ปลากดเหลือง
-
-
1,060
32.5
ปลาดุกอุย
-
-
3,147.5
5,742.5
ปลาตะเพียนขาว
-
-
1,237.5
2,517.5
ปลานวลจันทร์
-
-
87.5
77.5
ปลาบึก
-
-
25
50
ปลายี่สกเทศ
-
-
55
100
ปลาสวาย
-
-
70
750
ปลานิลแดง
-
-
-
7.5
ปลาไน
-
-
-
2.5
ปลาบู่จาก
-
-
-
12.5
* จาก สภาวะการประมงกุ้งทะเลที่มีค่าทางเศรษฐกิจของทะเลสาบสงขลา เอกสารวิชาการฉบับที่ 7/2544
** จากทรัพยากรและสภาวะการประมงภายใต้กิจกรรมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา เอกสารวิชาการกำลังดำเนินการ

     สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้นเห็นชัดเจนคือกุ้งกุลาดำและปูทะเล เนื่องจากในธรรมชาติกุ้งกุลาดำพบในปริมาณน้อยมาก ตามสถิติผลการจับสัตว์น้ำในปี 2542 ที่ยังไม่มีโครงการ
ปล่อยกุ้งกุลาดำ ส่วนปี 2543 มีฝนตกชุกตลอดปี กรมประมงได้ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 42 ล้านตัว ทำให้เกิดผลผลิตกุ้งก้ามกรามปริมาณมาก ช่วงปลายปีมี
อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ทางภาคใต้ กุ้งกุลาดำจากบ่อเลี้ยงไหลลงมารวมเป็นผลผลิตของทะเลสาบจำนวนมากแม้จะปล่อยลูกพันธุ์จำนวนไม่มาก ปี 2544 ปล่อยกุ้งกุลาดำ 3 ล้านตัวมีผลผลิต 11,095 กิโลกรัม แต่เมื่อทำการปล่อยกุ้งกุลาดำลงในเขตอนุรักษ์ในปี 2545 ชาวประมงสามารถจับกุลาดำได้จากบริเวณใกล้เคียงวันละ 0.5-1 กิโลกรัม
เป็นระยะเวลานานตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนกันยายน(ปกติจะพบประมาณ 4 เดือนในรอบปี) ปลากะพงขาวที่จับได้ในปี 2545 คาดว่าเป็นปลากะพงที่ปล่อยในปี 2544
จำนวน 240,000 ตัว ราคาลูกพันธุ์ 480,000 บาท ส่วนปูทะเลพบว่าหลังน้ำท่วมใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2543 ปูทะเลหายไปจากทะเลสาบ กรมประมงโดยโครงการ
ฟื้นฟูทะเลไทยได้นำปูทะเลมาปล่อยในปี 2544 และในปี 2545 โครงการฟื้นฟูทะเลสาบได้นำปูทะเลมาปล่อยร่วม ทั้งแม่ปู ปูรุ่น และลูกปู ทำให้มีผลผลิตปูถึง 7 เดือน
ในรอบปีจากเดิมที่ผลผลิตปูในธรรมชาติพบเพียง 3 เดือน

ตารางที่ 6.จำนวนตัว ราคาของพันธุ์สัตว์น้ำ ปริมาณผลผลิตและมูลค่าสัตว์น้ำที่จับได้จากทะเลสาบสงขลา ปี 2545
ชนิดสัตว์น้ำและราคาที่ชาวประมงได้รับ
จำนวนที่ปล่อย(ตัว)
ราคาลูกพันธุ์(บาท)
ผลผลิต (กก./ปี)
มูลค่า (บาท)
กุ้งแชบ๊วยx 180
18,400,000(.07)
1,288,000
56,841.25
10,231,425
กุ้งกุลาดำ x 430
10,990,210(15)
1,648,531
36,565.5
15,723,165
กุ้งก้ามกราม x 200
46,190,000(10)
4,619,000
33,375
6,675,000
ปลากะพงขาวx100
1,049,000(2)
2,098,000
7,740
774,125
ปูทะเล x 230
6,174(34)
208,700
21,665
4,982,950

3. การสอบถามชาวประมงโดยใช้แบบสอบถาม จากการดำเนินงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำถึง 87 ครั้งใน 6 อำเภอของจังหวัดสงขลา และ 5 อำเภอของจังหวัดพัทลุง
คลอบคลุมพื้นที่ถึง 653,775 ไร่ การสอบถามจะเจาะลึกในหมู่บ้านที่มีโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยใช้แบบสอบถามจำนวน 327 ฉบับ สอบถาม
ชาวประมงใน6 อำเภอ 10 ตำบล 39 หมู่บ้านของจังหวัดสงขลา และสอบถามชาวประมงใน 4 อำเภอ 4 ตำบล 11 หมู่บ้านของจังหวัดพัทลุง ใช้ฐานข้อมูลประชากร
ประมงปี 2537 - 3538 โดยสอบถาม 10 % ของชาวประมงในแต่ละหมู่บ้านผลการสอบถามแสดงในตาราง
      ผลจากการสำรวจ กุ้งแชบ้วย จากการทำประมงทั้งหมด176 ครัวเรือนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 112 ครัวเรือน คิดเป็น 63.63% ของครัวเรือนประมงและมีรายได้
โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 5,000 - 15,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปีขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องมือที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ
      ผลจากการสำรวจ กุ้งกุลาดำ จากการทำประมงทั้งหมด 176 ครัวเรือนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 76 ครัวเรือน คิดเป็น 43.18%ของครัวเรือนประมงและมีรายได้
โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 3,000 - 5,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปีขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องมือและบริเวณจับสัตว์น้ำที่ใกล้เคียงกับแหล่งปล่อย
      ผลจากการสำรวจ ปลากระพงขาว จากการทำประมงทั้งหมด 176 ครัวเรือนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 18 ครัวเรือน คิดเป็น 10.22 % ของครัวเรือนประมงและมี
รายได้โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 3,000 - 8,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปีขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องมือและบริเวณจับสัตว์น้ำใกล้เคียงกับแหล่งปล่อย
     ผลจากการสำรวจ ปูดำ จากการทำประมงทั้งหมด 176 ครัวเรือนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 68 ครัวเรือน คิดเป็น 38.63% ของครัวเรือนประมงและมีรายได้โดย
เฉลี่ยเพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 10,000 - 15,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปีขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องมือและบริเวณจับสัตว์น้ำใกล้เคียงกับแหล่งปล่อย
ข้อคิดเห็น
1. กลุ่มครัวเรือนประมงที่ไม่ได้รับผลผลิตและรายได้จากการปล่อยสัตว์น้ำ สาเหตุเนื่องมาจาก
   1.1 อยู่ไกลบริเวณที่ทำการปล่อยสัตว์น้ำมาก
   1.2 ไม่มีทุนในการชื้อข่ายดักกุ้งซึ่งมีราคาแพง หัวละประมาณ 500 - 580 บาท (ข่ายดักปลาราคา 350 บาท)
   1.3 กลัวไม่คุ้มทุนเนื่องจากสัว์น้ำที่ปล่อยมีจำนวนน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นที่และจำนวนชาวประมง
2. ครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จากผลผลิตสัตว์น้ำที่ปล่อยและมีรายได้เพิ่มเนื่องจาก
   2.1 เป็นครัวเรือนที่อยู่ใกล้หรือบริเวณใกล้เคียงแหล่งปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เข้าใจในการปล่อยสัตว์น้ำพร้อมทั้งติดตามสัตว์น้ำที่ปล่อยเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
   2.2 เป็นชาวประมงที่มีการลงทุนสร้างเครื่องมือจับสัตว์น้ำเฉพาะชนิดที่ตรงกับส่วนราชการปล่อย เช่น สร้างลอบปู ข่ายปลากระพงซึ่งเป็นเครื่องมือจำเพาะชนิดสัตว์น้ำ

ตารางที่ 7. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลจากการปล่อยกุ้งกุลาดำจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  ต.หัวเขา
2,3,6
15
2
13.13 %
18,000
  ต.สทิ้งหม้อ
1,2,3,6
37
18
48.64 %
1,576.6
16,958.3
อ.ควนเนียง จ.สงขลา
  ต. ควนโส
4,5,6,10
12
6
50 %
-
13,066
  ต. รัตภูมิ
3,4,5,7,10,12
17
9
52.94 %
-
27,800
อ. สทิงพระ จ.สงขลา
  ต.ป่าขาด
2,4,5
18
2
11.11 %
-
27,400
  ต.คูขุด
2,3,4,5
36
20
55.55 %
-
322,400
 ต.ท่าหิน
1,2,4,5,6,7
8
7
87.50 %
5,600
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  ต.คูเต่า
3,6,7
33
12
36.36 %
-
35,450

ตารางที่ 8. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลจากการปล่อยกุ้งแชบ๊วยจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  ต.หัวเขา
2,3,6
15
11
73.33
23,450
80,441.2
  ต.สทิ้งหม้อ
1,2,3,6
37
33
98.1
17,562.5
94,053.4
อ.ควนเนียง จ.สงขลา
  ต. ควนโส
4,5,6,10
12
8
66.66
-
46,482.8
  ต. รัตภูมิ
3,4,5,7,10,12
17
16
94.11
-
112,970.6
อ. สทิงพระ จ.สงขลา
  ต.ป่าขาด
2,4,5
18
15
83.33
20,220
99,103.2
  ต.คูขุด
2,3,4,5
36
3
8.33
-
6,000
  ต.ท่าหิน
1,2,4,5,6,7
8
4
50.00
-
462,750
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  ต.คูเต่า
3,6,7
33
22
66.66
-
19,327.2

ตารางที่ 9. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลจากการปล่อยปลากะพงขาวจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  ต.หัวเขา
2,3,6
15
1
6.66
800
300
  ต.สทิ้งหม้อ
1,2,3,6
37
5
13.51
1,060
3,708
อ.ควนเนียง จ.สงขลา
  ต. ควนโส
4,5,6,10
12
4
33.33
-
42,187.5
  ต. รัตภูมิ
3,4,5,7,10,12
17
1
5.80
-
28,000
อ. สทิงพระ จ.สงขลา
  ต.ป่าขาด
2,4,5
18
1
5.56
13,500
1,500
  ต.คูขุด
2,3,4,5
36
2
5.55
-
7,875
  ต.ท่าหิน
1,2,4,5,6,7
8
2
25
-
21,000
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  ต.คูเต่า
3,6,7
33
2
6.06
-
4,000

ตารางที่ 10. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลจากการปล่อยปูดำจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.สิงหนคร จ.สงขลา
  ต.หัวเขา
2,3,6
15
5
33.33
2,000
11,830
  ต.สทิ้งหม้อ
1,2,3,6
37
24
67.86
1,576.5
13,703.9
อ.ควนเนียง จ.สงขลา
  ต. ควนโส
4,5,6,10
12
4
33.33
-
2,250
  ต. รัตภูมิ
3,4,5,7,10,12
17
10
58.82
-
19,873.5
อ. สทิงพระ จ.สงขลา
  ต.ป่าขาด
2,4,5
18
3
16.66
-
98,000
  ต.คูขุด
2,3,4,5
36
1
2.77
-
135,000
  ต.ท่าหิน
1,2,4,5,6,7
8
1
12.25
-
72,000
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  ต.คูเต่า
3,6,7
33
20
60.60
-
29,733.4

ตารางที่ 11. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดพัทลุงที่ได้รับผลจากการปล่อยกุ้งกุลาดำจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
  ต.เกาะหมาก
1,2,4,6
42
29
69.04
-
45,889.4
อ.เมือง จ.พัทลุง
         
  ต.ลำปำ
6,9,10
21
1
4.76
-
27,000

ตารางที่ 12. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดพัทลุง ที่ได้รับผลจากการปล่อยปลากระพงขาวจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
  ต.เกาะหมาก
1,2,4,6
2
5.40
-
32,400

ตารางที่ 13. จำนวนครัวเรือนประมง หมู่บ้าน อำเภอ ในเขตจังหวัดพัทลุง ที่ได้รับผลจากการปล่อยกุ้งก้ามกรามจากการสำรวจ ปี 2545
บริเวณ
หมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน
ที่สำรวจ
จำนวนครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
% ครัวเรือนที่ได้
รับประโยชน์
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2544
รายได้ต่อครัวเรือน
ต่อปี 2545
อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง
  ต.เกาะหมาก
1,2,4,6
42
21
50
-
-
อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
  ต.นาปะขอ
1,6
24
5
20.83
-
-
อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
  ต.จองถนน
1,3
23
10
43.47
-
-
อ. เมือง จ. พัทลุง
  ต.ลำปำ
6,9,10
21
5
23.8
-
-

ริมบ่อ