การทำอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูปแบบพื้นบ้าน
กองควบคุมและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ กองส่งเสริมการประมง
กรมประมง


     เกษตรกรที่มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีเงินทุนพอสมควรและมีความรู้ทางด้านอาหารสัตว์น้ำบ้างก็สามารถที่จะทำการผลิตอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป
ขึ้นใช้ได้เอง ในรูปแบบของอาหารเม็ดจมน้ำชนิดเปียกและแห้ง โดยใช้เครื่องมือในการผลิตที่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด อีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากนัก ส่วนการทำอาหาร
ลอยน้ำต้องใช้เงินลงทุนสูงในการซื้อเครื่องทำอาหารลอยน้ำโดยเฉพาะ เพราะการที่จะทำให้อาหารลอยน้ำได้นั้นต้องใช้ระบบความร้อน และความกดดันภายในเครื่องสูง
มาก เครื่องทำอาหารแบบธรรมดาจึงทำอาหารลอยน้ำไม่ได้ในที่นี้จะกล่าวถึงการทำอาหารเม็ดจมน้ำเท่านั้น
ขั้นตอนการทำอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูปแบบพื้นบ้าน มีขั้นตอนดังนี้
1. สูตรอาหาร
2. การบด
3.การชั่ง
4.การผสม
5.การอัดเม็ด
6.การทำให้แห้ง
สูตรอาหาร
     สิ่งแรกที่เกษตรกรจะคิดทำอาหารสำเร็จรูปขึ้นใช้เองนั้น คือ จะต้องรู้ว่าตนเองต้องการใช้สูตรอาหารใดเลี้ยงสัตว์น้ำของตนเองสูตรอาหารที่ดีมีข้อสังเกตดังนี้
1. ทำให้สัตว์น้ำมีการเจริญเติบโตเร็ว แข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคดี
2. ทำให้สัตว์น้ำมีอัตราการแลกเนื้อที่ดี และอัตรารอดสูง
3. วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้สามารถจัดซื้อหาได้ง่าย ราคาถูก และสะดวกต่อการเก็บรักษา การที่เกษตรกรจะได้มาซึ่งสูตรอาหารที่ดีมีอยู่ 2 ทางด้วยกัน คือ
  1. สอบถามจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุด หน่วยงานของทางราชการโดยเฉพาะกองควบคุมและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ
กรมประมง สามารถให้คำแนะนำในเรื่องสูตรอาหารได้ ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลากินพืช กุ้งก้ามกราม ปลาทะเล ปลากะพง ปลากะรัง
และกุ้งทะเล ได้รวบรวมและแสดงไว้ในส่วนท้ายของเอกสารคำแนะนำฉบับนี้
  2. เรียนรู้และศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ชอบคิดค้นและหาคำตอบด้วยประสบการณ์ของตนเอง



ภาพที่1
เครื่องบดวัตถุดิบแบบแห้ง
การบด
     เมื่อได้สูตรอาหารที่จะทำแล้ว ก็ต้องเตรียมจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ให้ครบตามสูตรอาหาร
และมีปริมาณเพียงพอที่จะทำการผลิตวัตถุดิบที่มีขนาดใหญ่ จะต้องผ่านขั้นตอนการบด วัตถุประสงค์
ของการบดก็เพื่อลดขนาดของวัตถุดิบให้เล็กลงเป็นประโยชน์ต่อสัตว์น้ำ สามารถที่จะย่อยได้ง่ายขึ้น การบดละเอียดยังช่วยในเรื่องการอัดเม็ด โดยช่วยให้เม็ดอาหารมีความคงตัวดี สำหรับเครื่องบด
อาหารที่ใช้ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของวัตถุดิบถ้าใช้วัตถุดิบแบบแห้ง เช่น ปลายข้าว
กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ก็ให้ใช้เครื่องบดแบบมีดสับหรือแบบจาน (ภาพที่ 1) แต่ถ้าเป็นวัตถุดิบแบบ
เปียกเช่น ปลาเป็ด โครงไก่ ไส้ไก่ หัวไก่ ก็ให้ใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ (ภาพที่ 2)

ภาพที่ 2
เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ
ใช้สำหรับบดวัตถุดิบแบบเปียก

การชั่ง
    เมื่อได้จัดเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีขนาดละเอียดแต่ละชนิดแล้วก็จะทำการชั่งน้ำหนักของวัตถุดิบให้ได้ตามสัดส่วนในสูตรอาหารนั้น

การผสม
    เป็นการกระจายคุณค่าอาหารให้สม่ำเสมอในทุกส่วนของอาหารที่ทำขึ้นโดยการทำให้วัตถุดิบหลายชนิดรวมกันเป็นเนื้อเดียว เครื่องผสมอาหารที่แนะนำให้ใช้ควร
เป็นเครื่องผสมอาหารที่ใช้ผสมได้ทั้งวัตถุดิบเปียกและแห้ง เครื่องผสมดังกล่าวเป็นเครื่องผสมแบบแนวนอน (ภาพที่ 3,4) ซึ่งถ้าหาไม่ได้ก็อาจใช้เครื่องโม่ปลาหรือ
เครื่องบดเนื้อแทนได้ หรืออาจผสมเองด้วยมือหรือพลั่วก็ได้ในกรณีที่ใช้วัตถุดิบแห้งจะต้องเติมน้ำประมาณ 30-40% ของสูตรอาหารแล้วผสมให้เข้ากันดีก่อนที่จะ
ทำการอัดเม็ด(ภาพที่ 5) แต่ถ้าใช้วัตถุดิบแบบเปียก การผสมอาจจะไม่ต้องเติมน้ำเลยหรืออาจเติมน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นในวัตถุดิบ
ทั้งหมดในสูตรนั้น ๆ

ภาพที่ 3
เครื่องผสมอาหารแบบแนวนอน
ใช้ผสมได้ทั้งวัตถุดิบแบบเปียก
และแบบแห้ง


ภาพที่ 4
แสดงภายในของเครื่องผสมอาหาร
แบบแนวนอน




ภาพที่ 5
ในกรณีที่ใช้วัตถุดิบแห้งจะต้องเติมน้ำ
ประมาณ 30-40 % ของสูตรอาหาร
แล้วผสมให้เข้ากันดีก่อนที่จะทำการอัดเม็ด




ภาพที่ 6
วัตถุดิบทั้งหมดถูกอัดออกมา
เป็นเส้นโดยใช้เครื่องโม่ปลา
หรือเครื่องบดเนื้อ

การอัดเม็ด
     เป็นการทำให้อาหารที่ผสมกันแล้วถูกอัดออกมาเป็นเส้นหรือเป็นแท่ง (ภาพที่ 6) การอัดเม็ดเป็นการทำให้คุณค่าอาหารจากวัตถุดิบทุกชนิดจับตัวกันอยู่ทำให้เกิดการ
สูญเสียน้อยเมื่อสัมผัสกับน้ำ การอัดเม็ดสามารถทำได้โดยใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ


ภาพที่ 7
การทำให้อาหารแห้ง โดยการ
เกลี่ยอาหารให้เป็นชั้นบาง ๆ
บนตะแกรง

การทำให้แห้ง
      เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการทำอาหารแห้งเท่านั้น เพื่อลดความชื้นในอาหารลงและสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ขึ้นรา การทำให้อาหารแห้งสามารถทำได้โดยการเกลี่ยอาหารให้เป็นชั้นบาง ๆ บนพื้นซีเมนต์หรือตะแกรง (ภาพที่ 7)แล้วใช้พัดลมหรือ
ตากแดด ความชื้นในอาหารจะระเหยออกไป อาหารที่ได้จะเป็นอาหารเม็ดจมน้ำชนิดแห้ง (ภาพที่ 8)


ภาพที่ 8
อาหารเม็ดจมน้ำชนิดแห้งที่อัดเม็ดโดยใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ

วัตถุดิบที่ใช้ในอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป
    การทำอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูปขึ้นใช้เองภายในฟาร์ม จะต้องคำนึงถึงคุณภาพและราคาของอาหาร อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีโภชนะครบถ้วนใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ซึ่งทำให้สัตว์น้ำย่อยได้ดี และปลอดจากสารพิษ นอกจากนี้ราคาไม่ควรแพงมากจนทำให้ต้นทุนการผลิตสูงเกินไป
    สัตว์น้ำต้องการโภชนะจากอาหารประมาณ 40 ชนิด ซึ่งประกอบด้วย
1. โปรตีนและกรดอะมิโน (กรดอะมิโนที่จำเป็นที่มีในอาหารมีประมาณ 10 ชนิด)
2. สารจำเป็นที่มาจากไขมัน (กรดไขมันที่จำเป็น ฟอสโฟลิปิดและสเตอรัล)
3. พลังงาน (โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต)
4. วิตามิน (ละลายน้ำ 11 ชนิด และละลายในไขมัน 4 ชนิด)
5. แร่ธาตุ (10 ชนิด)
      เมื่อทราบว่าสัตว์น้ำแต่ละชนิดต้องการโภชนะอะไรบ้างก็จำเป็นต้องจัดหาโภชนะเหล่านั้นให้แก่สัตว์น้ำอย่างครบถ้วน โภชนะเหล่านี้ได้จากวัตถุดิบที่นำมาทำเป็น
อาหารสัตว์น้ำนั้นเอง วัตถุดิบมีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีคุณภาพแตกต่างกันทั้งในด้านคุณค่าอาหารและการย่อยได้ วัตถุดิบสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งโปรตีน
     วัตถุดิบประเภทนี้ต้องมีโปรตีนมากกว่า 20% สามารถแบ่งออกเป็น 2 แหล่งใหญ่ ๆ คือ
     1) แหล่งโปรตีนจากสัตว์
         ได้แก่ ปลาป่น ปลาสด เลือดป่น ขนไก่ป่น เนื้อกระดูกป่น กุ้งป่น เศษไก่ป่น ไส้ไก่ หัวไก่ ปูป่น ผลิตภัณฑ์จากนม ฯลฯ
     2) แหล่งโปรตีนจากพืช
         ได้แก่ กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสง กากเมล็ดฝ้าย กากมะพร้าวอัด กากงา กากองุ่น ใบกระถินป่น โปรตีนสกัดเข้มข้นจากข้าวโพด จากข้าวสาลี ฯลฯ
ตารางที่ 1 แสดงองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญและข้อสังเกตบางประการของวัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์น้ำ

วัตถุดิบ
ความชื้น
โปรตีน
ไขมัน
กาก
NFE*
เถ้า
ข้อสังเกต
ปลาป่น
9.7
55.0
6.0
2.4
3.3
24.6
เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี
ปลาสด
67.5
18.0
13.0
-
-
1.5
เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี แต่มีเอนไซม์ไทอามิเนส
ซึ่งทำลายวิตามินบี 1 และเน่าเสียง่าย
เนื้อกระดูกป่น
7.4
49.1
10.3
2.6
0.7
29.9
คุณภาพของโปรตีนต่ำกว่าปลาป่นมีเมธไธโอนินต่ำ
เลือดป่น
10.4
81.5
1.0
0.7
1.6
4.8
คุณภาพของโปรตีนต่ำกว่าเนื้อกระดูกป่นไม่มีไอโซลูซีน
แคลเซียมและฟอสฟอรัสต่ำแต่มีไลซีนสูง
ขนไก่ป่น
8.1
84.2
2.8
1.0
0.5
3.4
มีโปรตีนสูงแต่เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพต่ำกว่าของปลาป่น
หรือกากถั่วเหลืองมีเมทไธโอนิน ไลซีน ทริพโตแฟน และฮีสติดีนต่ำมาก
หัวและเปลือกกุ้งป่น
10.0
40.6
2.6
14.2
2.6
30.0
มีแร่ธาตุ เถ้า สารไคติน โคลีนสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี
เศษไก่ป่น
6.5
57.5
15.0
2.3
3.1
15.6
มีไขมันสูง หืนง่าย
ไส้ไก่สด
73.7
13.9
11.2
-
-
1.2
มีไขมันสูง หืนง่าย
หัวไก่สด
38.8
26.9
26.4
0.3
-
7.6
มีไขมันสูงมาก หืนง่าย
เศษปลาหมึกป่น
8.1
74.8
8.8
-
4.9
3.4
เป็นเหล่งโปรตีนที่ดีใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี
ปูป่น
6.5
31.0
2.1
10.6
13.7
36.1
มีแร่ธาตุ เถ้า สารไคติน โคลีนสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี
น้ำต้มปลาข้น
49.0
31.0
4.0
0.5
-
10.0
มีวิตามินบี 12 และบีรวมสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี
ดักแก้ไหม
4.7
56.8
31.3
3.9
6.4
5.2
โปรตีนมีคุณภาพดีพอควร มีไขมันและสารไคตินสูง หืนง่าย
เนื้อหอยเชอรี่
78.0
11.3
0.6
-
-
4.4
มีเถ้าสูงและอาจมีตัวพยาธิ จึงควรต้มและทำให้แห้งก่อน
กากถั่วเหลือง
11.8
46.9
1.3
6.5
25.1
8.4
เป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนจากพืช แต่มีเมทไธโอนีน ไลซีน และวิตามินบี 12 ต่ำ
กากถั่วลิสง
7.0
48.0
5.8
7.0
27.1
5.1
มีเมทไธโอนีน แคลเซียม และวิตามินบี 2 ต่ำ แต่มีไนอาซีนสูง
อาจมีพิษแอลฟาท๊อกซินจากรา
กากเมล็ดฝ้าย
9.8
41.7
1.5
11.3
28.8
6.9
มีสารพิษกอสลิปอล
กากมะพร้าวอัด
8.5
20.8
6.3
12.0
45.4
7.0
มีเมทไธโอนีนและไลซีนต่ำ อาจมีพิษจากรา
กากเมล็ดงา
8.0
40.4
10.6
6.4
24.2
10.4
มีเมทไธโอนีน แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง แต่มีไลซีนต่ำ
ใบกระถินป่น
10.0
23.9
2.9
9.4
49.5
3.2
มีอาจินีนไอโซลูซีนแคโรตีนไนอาซีน วิตามินบี 2 และกรดแพนโทธินิคสูง
มีสารจำพวกแอลคาลอยชื่อไมโมซีม ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโต
กากนุ่น
8.5
29.5
3.3
23.4
-
7.3
โปรตีนมีคุณภาพดีพอสมควรแต่มีสารพิษไซโคลโปรปินอยด์และกากสูง
กากเบียร์
8.1
26.0
12.1
0.9
-
10.9
มียีสต์มาก มีวิตามินบีรวม และบี 2 สูง อาจมีตัวยาปฎิชีวนะ
ใบหม่อนสี
8.8
22.2
4.8
12.7
46.9
15.5
 

* NFE = คาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำ

2. วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งพลังงาน
     วัตถุดิบประเภทนี้มีโปรตีนต่ำกว่า 20% แต่มีคาร์โบไฮเดรต
3. วัตถุดิบจำพวกวิตามินและแร่ธาตุ
     วิตามินและแร่ธาตุที่ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารมักอยู่ในรูปสารประกอบเคมี และเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อยมากในสูตรอาหาร จึงทำให้เกิดปัญหาในการ
ผสมให้ทั่วถึงในทุก ๆ ส่วน ดังนั้น จึง ไม่นิยมผสมวิตามินและแร่ธาตุแต่ละตัวลงในอาหารโดยตรง วิตามินและแร่ธาตุจึงมักถูกผสมไว้ก่อนล่วงหน้ากับสื่อบางชนิด เช่น กากถั่วเหลือง รำ แกลบบด หรือหินปูน แล้วเรียกสารผสมเหล่านี้ว่า "สารผสมล่วงหน้า (พรีมิกซ์)" บางครั้งอาจเรียกว่า "อาหารเสริม" แล้วจึงนำสารผสมล่วงหน้านี้ไป
ผสมกับอาหารต่อไป ในบางท้องที่ที่เกษตรกรหาซื้อสารผสมล่วงหน้าที่ใช้เฉพาะสำหรับสัตว์น้ำไม่ได้ ก็อาจใช้สารผสมล่วงหน้าที่ทำขึ้นเพื่อผสมกับอาหารหมูหรือไก่
แทนได้ แต่อย่างไรก็ตามในสารผสมล่วงหน้าที่ใช้สำหรับสัตว์บก มักจะมีวิตามินดีสูงเกินไป และอาจไม่มีวิตามินซีในส่วนผสม ซึ่งวิตามินซีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสัตว์
น้ำทุกชนิด ดังนั้น จึงควรที่จะใช้เป็นหลักในการพิจารณาเลือกซื้อ
4. วัตถุดิบจำพวกไขมัน หรือน้ำมัน
     เป็นวัตถุดิบที่ให้พลังงาน กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินที่ละลายในไขมันและบางครั้งใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารเพื่อกระตุ้นให้สัตว์น้ำกินอาหารได้มากขึ้นน้ำมันที่ใช้
ผสมอาหารสัตว์น้ำ แบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ
1) น้ำมันจากสัตว์
     ได้แก่ น้ำมันปลา น้ำมันปลาหมึก น้ำมันหมู ฯลฯ
2) น้ำมันจากพืช
     ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน ฯลฯ
5. วัตถุดิบจำพวกเสริมคุณภาพของอาหาร
     วัตถุดิบจำพวกนี้ใช้ผสมในอาหารเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ถึงแม้ว่าบางครั้งใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเสริมคุณภาพแต่ตัว
มันเองจะมีคุณค่าอาหารอยู่ด้วย วัตถุดิบจำพวกนี้แบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้
1) สารเหนียวหรือบายเดอร์หรือสารประสานอาหาร
      เป็นสารที่ช่วยทำให้อาหารมีความคงทนในน้ำได้นาน การใช้สารเหนียวมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำอาหารสำหรับสัตว์น้ำที่กินอาหารช้า ๆ เช่น กุ้ง สารเหนียวสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ เป็นสารพวกโปรตีน สารพวกคาร์โบไฮเดรต และสารสังเคราะห์ หรือสารธรรมชาติที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร
2) สารแต่งกลิ่นอาหาร
      เป็นสารที่ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสของอาหารให้มีความน่ากินมากขึ้นกลิ่นในอาหารที่สัตว์น้ำชอบมักเป็นกลิ่นที่มีในอาหารตามธรรมชาติของมัน เช่น ปลาที่กินเนื้อเป็น
อาหาร จะชอบกลิ่นของเนื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ฯลฯ ซึ่งกลิ่นเหล่านี้สามารถหาได้จากเศษชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้วของสัตว์ต่าง ๆ ดังกล่าว เช่น น้ำมันปลา น้ำมันปลาหมึก หัวและเปลือกกุ้งป่น เศษปลาหมึกป่น ตับวัวป่น ฯลฯ
3) สารกันหืนและรา
      ความหืนของอาหารเกิดขึ้นจากไขมันในอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี และการที่อาหารขึ้นราก็เพราะอาหารนั้นมีความชื้นสูงเกิน 12% ดังนั้นเพื่อป้องกัน
ไม่ให้คุณค่าของอาหารเสียไป ในการทำอาหารจึงมักเติมสารเคมีเพื่อกันหืนในอาหารนั้นด้วย บี เอช ที และ บี เอช เอ ซึ่งใช้ในปริมาณ 0.2% ส่วนสารกันราที่ใช้กันมาก
ได้แก่ กรดโพพิโอนิก ซึ่งใช้ในปริมาณ 0.3%

ตารางที่ 2 วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งพลังงาน

วัตถุดิบ
ความชื้น
โปรตีน
ไขมัน
กาก
NFE*
เถ้า
ข้อสังเกต
ปลายข้าว
11.6
7.1
1.4
0.5
75.2
4.2
-
รำละเอียด
10.0
12.2
11.8
12.3
40.6
13.1
มีวิตามินบี 1 และไนอาซีนสูง
ข้าวโพด
11.2
9.4
0.2
0.8
77.2
1.2
มีวิตามินเอ (แคโรตีน) และกรดลิโนเลอิคสูง
ข้าวสาลี
12.1
12.0
1.7
2.5
70.0
1.7
-
รำข้าวสาลี
12.1
14.7
4.0
9.9
53.5
5.8
-
ข้าวฟ่าง
11.2
10.6
3.0
1.9
71.4
1.9
บางพันธุ์มีสารแทนนินสูง มีแคลเซียมต่ำ
มันสำปะหลัง
13.5
2.2
0.5
3.0
75.8
5.0
มีสารพิษจำพวกกรดไฮโดรไซยานิค
กากเมล็ดปาล์ม
8.9
14.0
2.6
17.4
-
3.8
มีกากสูง
หญ้าขน
7.1
12.2
1.1
27.7
67.9
11.6
มีกากสูง
กระจับ
14.8
12.3
4.8
-
54.9
13.2
-

* NFE = คาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำ

ตารางที่ 3 สารเหนียวหรือบายเดอร์ที่ใช้ในการผสมอาหารสัตว์น้ำ

สารเหนียวพวกโปรตีน
(% ที่ใช้)
สารเหนียวพวกคาร์โบไฮเดรต
(% ที่ใช้)
สารเหนียวจากการสังเคราะห์หรือสารธรรมชาติ
% ที่ใช้)
โปรตีนข้นหรือกลูเต้น
(3-10%)
ไลอะเจล
(3-12%)
บาสฟิน
(1%)
เจลลาติน
(2-5%)
แป้งข้าวโพด
(30%)
ลิกโนซัลโฟเนต
(3%)
โปรตีนละลายจากปลา
(5-8%)
ข้าวสาลี
(20%)
ซี เอ็ม ซี
(5%)
ไข่ขาว
(5-10%)
ข้าวเจ้า
(20-30%)
เบนโทไนท์
(3%)
คอลลาเจน
(1%)
แป้งสุก
(10%)
ยางมันสำปะหลัง
(5%)
 
กากน้ำตาล
(2-4%)
อะความบายด์
(2%)
 
กล้วย
(10%)
คัวกัม
(2%)
 
รำถั่วเขียว
(25%)
คาราจีแนน
(5%)

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลานิล
สูตรที่ 1 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 2 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
13.75
ปลาป่น
5.0
กากถั่วเหลือง
22.0
กากถั่วเหลือง
45.0
เนื้อและกระดูกป่น
0.6
ข้าวโพดหรือปลายข้าว
30.0
ขนไก่ป่น
6.15
รำละเอียด
17.0
เลือดป่น
1.25
สารเหนียว
2.0
ใบกระถินป่น
5.0
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
10
รำละเอียด
42.25
 
ปลายข้าว
8.0
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+
 

สูตรที่ 3 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 4 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
8.0
กากองุ่น
19.8
กากถั่วเหลือง
28.8
กากถั่วเหลือง
11.6
ข้าวโพดหรือปลายข้าว
59.4
โปรตีนข้าวโพดเข้มข้น
11.6
สารเหนียว
2.0
แป้งข้าวโพด
15.0
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
1.5
รำข้าวสาลี
25.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
น้ำมันข้าวโพด
6.0
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+

+ = เติมตามปริมาณที่แนะนำบนสลากผลิตภัณฑ์
- = ไม่มี

สูตรที่ 5 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 6 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
20.0
ปลาป่น
12.0
กากถั่วเหลือง
24.0
กากถั่วเหลือง
43.0
ข้าวฟ่าง
42.5
ปลายข้าวบด
39.0
ปลายข้าว
10.0
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา
1.9
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
3.0
สารเหนียว
2.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
2.0
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 7 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 8 วัตถุดิบ
%
รำละเอียด
20.0
กากเมล็ดฝ้าย
82.0
ปลาเป็ด
24.0
แป้งสาลี
8.0
    เลือดสัตว์ป่น
8.0
    ได-แคลเซียมฟอสเฟต
2.0

สูตรที่ 9 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 10 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
20.0
ปลาป่น
12.0
กากถั่วเหลือง
24.0
กากถั่วเหลือง
43.0
ข้าวโพดบด
42.5
ข้าวสาลีหรือปลายข้าว
39.0
สารเหนียว
10.0
ข้าวโพดบด
1.9
วิตามินและแร่ธาตุ
+
 

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาดุก
สูตรที่ 1 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 2 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
28.0
ปลาป่น
20.0
กากถั่วเหลือง
23.5
กากมะพร้าว
20.0
รำละเอียด
10.0
กากถั่วลิสง
10.0
ข้าวโพดบด
28.5
มันสำปะหลัง
30.0
ปลายข้าว
10.0
กากผงชูรส
20.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
 

สูตรที่ 3 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 4 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
18.0
ปลาป่น
55.0
ข้าวโพด
12.0
กากถั่วเหลือง
12.0
กากมะพร้าว
12.0
รำละเอียด
10.0
รำละเอียด
36.0
ข้าวโพดบด
12.0
ใบกระถินป่น
9.0
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
0.5
มันสำปะหลัง
12.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
วิตามินและแร่ธาตุ
+
 

สูตรที่ 5 วัตถุดิบ
%
สูตรที่ 6 วัตถุดิบ
%
ปลาป่น
15.0
ปลาป่น
10.0
กากถั่วลิสง
30.0
กากถั่วเหลือง
48.0
รำละเอียด
15.0
ข้าวโพด
28.0
ข้าวโพดบด
22.0
รำละเอียด
10.0
มันเส้น
10.0
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา
1.5
ใบกระถินป่น
5.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา
2.0
 
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
1.0
   
วิตามินและแร่ธาตุ
+
 

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลากินพืช
สูตรที่ 1 วัตถุดิบ
A (%)
B (%)
สูตรที่ 2 วัตถุดิบ
A (%)
ปลาป่น
25.0
15.0
กากถั่วเหลือง
20.0
กากถั่วลิสง
-
17.0
กากงา
35.0
รำละเอียด
10.0
10.0
ปลาป่น
10.0
ข้าวหรือปลายข้าว
62.5
56.85
รำละเอียด
34.0
เมทไธโอนิน
-
0.15
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
0.5
วิตามินและแร่ธาตุ
+
+
เกลือแกง
0.3
      วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 3 วัตถุดิบ
A (%)
B (%)
สูตรที่ 4 วัตถุดิบ
A (%)
กากเมล็ดฝ้าย
53.0
-
ปลาป่น
12.0
กากถั่วลิสง
-
50.0
กากถั่วเหลือง
23.0
รำละเอียด
43.0
46.2
รำละเอียด
40.0
กระดูดป่น
3.0
3.5
ปลายข้าว
20.0
เกลือแกง
0.2
0.2
ใบกระถิน
4.0
เมทไธโอนิน
0.3
-
วิตามินและแร่ธาตุ
+
ไลซีน
0.4
-
   
วิตามินและแร่ธาตุ
+
+
 

สูตรที่ 5 วัตถุดิบ
A (%)
สูตรที่ 6 วัตถุดิบ
A (%)
ปลาป่น
12.0
ปลาป่น
27
กากถั่วเหลือง
6.0
กากถั่วเหลือง
30
รำละเอียด
41.0
กากถั่วลิสง
10
ปลายข้าวหรือมันเส้น
40.0
ข้าวโพดหรือรำละเอียด
20
วิตามินและแร่ธาตุ
+
ยีสต์
5
 
น้ำมันปลา
5

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับกุ้งก้ามกราม
สูตรที่ 1 วัตถุดิบ
A (%)
B (%)
สูตรที่ 2 วัตถุดิบ
A (%)
กุ้งป่น
25.0
10.0
ปลาป่น
20.0
ปลาป่น
10.0
4.0
กากถั่วเหลือง
9.0
กากถั่วลิสง
5.0
2.0
รำละเอียด
45.0
กากถั่วเหลือง
5.0
2.0
กากมะพร้าว
20.0
ปลายข้าว
25.5
39.9
แป้งมันสำปะหลัง
5.0
รำละเอียด
25.5
39.9
วิตามินและแร่ธาตุ
+
น้ำมันปลา
3.0
3.0
 
สารเหนียว
1.0
1.0
   

สูตรที่ 3 วัตถุดิบ
A (%)
B (%)
สูตรที่ 4 วัตถุดิบ
(%)
ใบกระถินป่น
4.0
4.0
ปลาป่น
20.3
ข้าวโพดป่น
56.75
56.75
กากถั่วเหลือง
21.0
กากถั่วเหลือง
27.0
25.0
เปลือกกุ้งป่น
20.0
เนื้อและกระดูกป่น
11.0
8.0
ข้าวโพดป่น
17.3
ปลาป่น
-
5.0
โปรตีนข้าวโพดเข้มข้น
20.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
+
เกลือแกง
0.4
      วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 5 วัตถุดิบ
(%)
สูตรที่ 6 วัตถุดิบ
(%)
หัวกุ้งป่น
30.0
ปลาป่น
30.0
กากถั่วเหลือง
4.0
เปลือกกุ้งป่น
10.0
รำละเอียด
35.0
รำละเอียด
10.0
กากมะพร้าว
20.0
กากถั่วเหลือง
10.0
แป้งมันสำปะหลัง
9.0
กากถั่วลิสง
10.0
สารเหนียว
1.0
ข้าวโพดป่น
10.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
แป้งมันสำปะหลัง
20.0
 
น้ำมันปลา
3.5
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 7 วัตถุดิบ
กิโลกรัม
สูตรที่ 8 วัตถุดิบ
กิโลกรัม
ปลายข้าว
30.0
ปลาสด
30.0
กากถั่วเหลือง
4.0
หัวอาหารหมู
10.0
รำละเอียด
35.0
อาหารไก่
10.0
ปลาป่น
20.0
ปลายข้าว
10.0
ปลาเป็ด
9.0
ข้าวโพดป่น
10.0
วิตามินและแร่ธาตุ
1.0
กากถั่วเหลือง
10.0
 
+
เปลือกกุ้ง
20.0
 
ปลาป่น
3.5
    ได-แคลเซียมฟอสเฟต
2
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาสวาย
วัตถุดิบ
(%)
ปลาป่น
10.0
กากถั่วเหลือง
35.0
ปลายข้าวบด
50.0
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา
1.5
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
3.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาทะเล
วัตถุดิบ
(%)
ปลาป่น
50-60
กากถั่วเหลือง
15
เนื้อและกระดูกป่น
10
ข้าวโพด/แป้งมัน/ข้าวสาลี/รำละเอียด
20-10
น้ำมันปลา
3.5
วิตามินและแร่ธาตุ
+

ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลากะพงและกะรัง
สูตรที่ 1 วัตถุดิบ
A (%)
B (%)
C (%)
สูตรที่ 2 วัตถุดิบ
(%)
ปลาเป็ดบด
50.0
50.0
-
ปลาเป็ดบด
50.0
ปลาป่น
5.0
7.0
20.0
ปลาป่น
17.5
รำข้าวสาลีติดแป้ง
35.0
29.5
30.5
กากถั่วเหลือง
17.5
กากถั่วเหลือง
7.0
11.0
7.0
กากถั่วลิสง
17.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
+
+
รำละเอียด
5.0
น้ำ
-
-
40.0
แป้งสาลี
2.5
      วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 3 วัตถุดิบ
(%)
สูตรที่ 4 วัตถุดิบ
(%)
ปลาเป็ดบด
49.0
ปลาเป็ดบด
46.0
กากถั่วเหลือง
19.0
ปลาป่น
25.0
รำข้าวสาลีติดแป้ง
15.0
กากถั่วเหลือง
10.0
ปลาป่น
10.0
เนื้อและกระดูกป่น
4.0
น้ำมันตับปลา
3.0
รำข้าวสาลีติดแป้ง
4.0
ปลาหมึกสด
1.0
น้ำมันปลา
3.0
วิตามินและแร่ธาตุ
+
สารเหนียว
5.0
 
เนื้อหอยป่น
2.0
 
วิตามินและแร่ธาตุ
+

สูตรที่ 5 วัตถุดิบ
(%)
ปลาป่น
54.0
เนื้อและกระดูกป่น
20.0
กากถั่วเหลือง
10.0
ข้าวสาลีบด
8.0
ยีสต์
10.0
หางนมแห้ง
4.0
น้ำมันปลา
4.0
แคลเซียมคาร์บอเนต
0.5
ได-แคลเซียมฟอสเฟต
0.9
ใบกระถิน
3.0
วิตามิน
+
ริมบ่อ