|
เกษตรกรที่มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีเงินทุนพอสมควรและมีความรู้ทางด้านอาหารสัตว์น้ำบ้างก็สามารถที่จะทำการผลิตอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป
ขึ้นใช้ได้เอง ในรูปแบบของอาหารเม็ดจมน้ำชนิดเปียกและแห้ง โดยใช้เครื่องมือในการผลิตที่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด
อีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากนัก ส่วนการทำอาหาร
ลอยน้ำต้องใช้เงินลงทุนสูงในการซื้อเครื่องทำอาหารลอยน้ำโดยเฉพาะ เพราะการที่จะทำให้อาหารลอยน้ำได้นั้นต้องใช้ระบบความร้อน
และความกดดันภายในเครื่องสูง
มาก เครื่องทำอาหารแบบธรรมดาจึงทำอาหารลอยน้ำไม่ได้ในที่นี้จะกล่าวถึงการทำอาหารเม็ดจมน้ำเท่านั้น
ขั้นตอนการทำอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูปแบบพื้นบ้าน
มีขั้นตอนดังนี้
1. สูตรอาหาร
2. การบด
3.การชั่ง
4.การผสม
5.การอัดเม็ด
6.การทำให้แห้ง
สูตรอาหาร
สิ่งแรกที่เกษตรกรจะคิดทำอาหารสำเร็จรูปขึ้นใช้เองนั้น
คือ จะต้องรู้ว่าตนเองต้องการใช้สูตรอาหารใดเลี้ยงสัตว์น้ำของตนเองสูตรอาหารที่ดีมีข้อสังเกตดังนี้
1. ทำให้สัตว์น้ำมีการเจริญเติบโตเร็ว แข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคดี
2. ทำให้สัตว์น้ำมีอัตราการแลกเนื้อที่ดี และอัตรารอดสูง
3. วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้สามารถจัดซื้อหาได้ง่าย ราคาถูก และสะดวกต่อการเก็บรักษา
การที่เกษตรกรจะได้มาซึ่งสูตรอาหารที่ดีมีอยู่ 2 ทางด้วยกัน คือ
1. สอบถามจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านอาหารสัตว์น้ำ
ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุด หน่วยงานของทางราชการโดยเฉพาะกองควบคุมและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ
กรมประมง สามารถให้คำแนะนำในเรื่องสูตรอาหารได้ ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลานิล
ปลาดุก ปลาสวาย ปลากินพืช กุ้งก้ามกราม ปลาทะเล ปลากะพง ปลากะรัง
และกุ้งทะเล ได้รวบรวมและแสดงไว้ในส่วนท้ายของเอกสารคำแนะนำฉบับนี้
2. เรียนรู้และศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ชอบคิดค้นและหาคำตอบด้วยประสบการณ์ของตนเอง
ภาพที่1
เครื่องบดวัตถุดิบแบบแห้ง
|
การบด
เมื่อได้สูตรอาหารที่จะทำแล้ว ก็ต้องเตรียมจัดหาวัตถุดิบต่าง
ๆ ที่จะต้องใช้ให้ครบตามสูตรอาหาร
และมีปริมาณเพียงพอที่จะทำการผลิตวัตถุดิบที่มีขนาดใหญ่ จะต้องผ่านขั้นตอนการบด
วัตถุประสงค์
ของการบดก็เพื่อลดขนาดของวัตถุดิบให้เล็กลงเป็นประโยชน์ต่อสัตว์น้ำ สามารถที่จะย่อยได้ง่ายขึ้น
การบดละเอียดยังช่วยในเรื่องการอัดเม็ด โดยช่วยให้เม็ดอาหารมีความคงตัวดี
สำหรับเครื่องบด
อาหารที่ใช้ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของวัตถุดิบถ้าใช้วัตถุดิบแบบแห้ง
เช่น ปลายข้าว
กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ก็ให้ใช้เครื่องบดแบบมีดสับหรือแบบจาน (ภาพที่
1) แต่ถ้าเป็นวัตถุดิบแบบ
เปียกเช่น ปลาเป็ด โครงไก่ ไส้ไก่ หัวไก่ ก็ให้ใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ
(ภาพที่ 2)
|
ภาพที่ 2
เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ
ใช้สำหรับบดวัตถุดิบแบบเปียก
|
การชั่ง
เมื่อได้จัดเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ที่มีขนาดละเอียดแต่ละชนิดแล้วก็จะทำการชั่งน้ำหนักของวัตถุดิบให้ได้ตามสัดส่วนในสูตรอาหารนั้น
การผสม
เป็นการกระจายคุณค่าอาหารให้สม่ำเสมอในทุกส่วนของอาหารที่ทำขึ้นโดยการทำให้วัตถุดิบหลายชนิดรวมกันเป็นเนื้อเดียว
เครื่องผสมอาหารที่แนะนำให้ใช้ควร
เป็นเครื่องผสมอาหารที่ใช้ผสมได้ทั้งวัตถุดิบเปียกและแห้ง เครื่องผสมดังกล่าวเป็นเครื่องผสมแบบแนวนอน
(ภาพที่ 3,4) ซึ่งถ้าหาไม่ได้ก็อาจใช้เครื่องโม่ปลาหรือ
เครื่องบดเนื้อแทนได้ หรืออาจผสมเองด้วยมือหรือพลั่วก็ได้ในกรณีที่ใช้วัตถุดิบแห้งจะต้องเติมน้ำประมาณ
30-40% ของสูตรอาหารแล้วผสมให้เข้ากันดีก่อนที่จะ
ทำการอัดเม็ด(ภาพที่ 5) แต่ถ้าใช้วัตถุดิบแบบเปียก การผสมอาจจะไม่ต้องเติมน้ำเลยหรืออาจเติมน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นในวัตถุดิบ
ทั้งหมดในสูตรนั้น ๆ |
ภาพที่ 3
เครื่องผสมอาหารแบบแนวนอน
ใช้ผสมได้ทั้งวัตถุดิบแบบเปียก
และแบบแห้ง
|
ภาพที่ 4
แสดงภายในของเครื่องผสมอาหาร
แบบแนวนอน
|
ภาพที่ 5
ในกรณีที่ใช้วัตถุดิบแห้งจะต้องเติมน้ำ
ประมาณ 30-40 % ของสูตรอาหาร
แล้วผสมให้เข้ากันดีก่อนที่จะทำการอัดเม็ด
|
ภาพที่ 6
วัตถุดิบทั้งหมดถูกอัดออกมา
เป็นเส้นโดยใช้เครื่องโม่ปลา
หรือเครื่องบดเนื้อ
|
การอัดเม็ด
เป็นการทำให้อาหารที่ผสมกันแล้วถูกอัดออกมาเป็นเส้นหรือเป็นแท่ง
(ภาพที่ 6) การอัดเม็ดเป็นการทำให้คุณค่าอาหารจากวัตถุดิบทุกชนิดจับตัวกันอยู่ทำให้เกิดการ
สูญเสียน้อยเมื่อสัมผัสกับน้ำ การอัดเม็ดสามารถทำได้โดยใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ
ภาพที่ 7
การทำให้อาหารแห้ง
โดยการ
เกลี่ยอาหารให้เป็นชั้นบาง ๆ
บนตะแกรง
|
การทำให้แห้ง
เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการทำอาหารแห้งเท่านั้น
เพื่อลดความชื้นในอาหารลงและสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ขึ้นรา การทำให้อาหารแห้งสามารถทำได้โดยการเกลี่ยอาหารให้เป็นชั้นบาง
ๆ บนพื้นซีเมนต์หรือตะแกรง (ภาพที่ 7)แล้วใช้พัดลมหรือ
ตากแดด ความชื้นในอาหารจะระเหยออกไป อาหารที่ได้จะเป็นอาหารเม็ดจมน้ำชนิดแห้ง
(ภาพที่ 8)

ภาพที่
8
อาหารเม็ดจมน้ำชนิดแห้งที่อัดเม็ดโดยใช้เครื่องโม่ปลาหรือเครื่องบดเนื้อ
|
วัตถุดิบที่ใช้ในอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป
การทำอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูปขึ้นใช้เองภายในฟาร์ม
จะต้องคำนึงถึงคุณภาพและราคาของอาหาร อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีโภชนะครบถ้วนใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง
ซึ่งทำให้สัตว์น้ำย่อยได้ดี และปลอดจากสารพิษ นอกจากนี้ราคาไม่ควรแพงมากจนทำให้ต้นทุนการผลิตสูงเกินไป
สัตว์น้ำต้องการโภชนะจากอาหารประมาณ 40 ชนิด ซึ่งประกอบด้วย
1. โปรตีนและกรดอะมิโน (กรดอะมิโนที่จำเป็นที่มีในอาหารมีประมาณ 10 ชนิด)
2. สารจำเป็นที่มาจากไขมัน (กรดไขมันที่จำเป็น ฟอสโฟลิปิดและสเตอรัล)
3. พลังงาน (โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต)
4. วิตามิน (ละลายน้ำ 11 ชนิด และละลายในไขมัน 4 ชนิด)
5. แร่ธาตุ (10 ชนิด)
เมื่อทราบว่าสัตว์น้ำแต่ละชนิดต้องการโภชนะอะไรบ้างก็จำเป็นต้องจัดหาโภชนะเหล่านั้นให้แก่สัตว์น้ำอย่างครบถ้วน
โภชนะเหล่านี้ได้จากวัตถุดิบที่นำมาทำเป็น
อาหารสัตว์น้ำนั้นเอง วัตถุดิบมีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีคุณภาพแตกต่างกันทั้งในด้านคุณค่าอาหารและการย่อยได้
วัตถุดิบสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งโปรตีน
วัตถุดิบประเภทนี้ต้องมีโปรตีนมากกว่า 20%
สามารถแบ่งออกเป็น 2 แหล่งใหญ่ ๆ คือ
1) แหล่งโปรตีนจากสัตว์
ได้แก่ ปลาป่น ปลาสด
เลือดป่น ขนไก่ป่น เนื้อกระดูกป่น กุ้งป่น เศษไก่ป่น ไส้ไก่ หัวไก่ ปูป่น
ผลิตภัณฑ์จากนม ฯลฯ
2) แหล่งโปรตีนจากพืช
ได้แก่ กากถั่วเหลือง
กากถั่วลิสง กากเมล็ดฝ้าย กากมะพร้าวอัด กากงา กากองุ่น ใบกระถินป่น โปรตีนสกัดเข้มข้นจากข้าวโพด
จากข้าวสาลี ฯลฯ
ตารางที่ 1 แสดงองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญและข้อสังเกตบางประการของวัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์น้ำ
|
วัตถุดิบ
|
ความชื้น
|
โปรตีน
|
ไขมัน
|
กาก
|
NFE*
|
เถ้า
|
ข้อสังเกต
|
| ปลาป่น |
9.7
|
55.0
|
6.0
|
2.4
|
3.3
|
24.6
|
เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี |
| ปลาสด |
67.5
|
18.0
|
13.0
|
-
|
-
|
1.5
|
เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี
แต่มีเอนไซม์ไทอามิเนส
ซึ่งทำลายวิตามินบี 1 และเน่าเสียง่าย |
| เนื้อกระดูกป่น
|
7.4
|
49.1
|
10.3
|
2.6
|
0.7
|
29.9
|
คุณภาพของโปรตีนต่ำกว่าปลาป่นมีเมธไธโอนินต่ำ |
| เลือดป่น |
10.4
|
81.5
|
1.0
|
0.7
|
1.6
|
4.8
|
คุณภาพของโปรตีนต่ำกว่าเนื้อกระดูกป่นไม่มีไอโซลูซีน
แคลเซียมและฟอสฟอรัสต่ำแต่มีไลซีนสูง |
| ขนไก่ป่น |
8.1
|
84.2
|
2.8
|
1.0
|
0.5
|
3.4
|
มีโปรตีนสูงแต่เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพต่ำกว่าของปลาป่น
หรือกากถั่วเหลืองมีเมทไธโอนิน ไลซีน ทริพโตแฟน และฮีสติดีนต่ำมาก
|
| หัวและเปลือกกุ้งป่น |
10.0
|
40.6
|
2.6
|
14.2
|
2.6
|
30.0
|
มีแร่ธาตุ
เถ้า สารไคติน โคลีนสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี |
| เศษไก่ป่น |
6.5
|
57.5
|
15.0
|
2.3
|
3.1
|
15.6
|
มีไขมันสูง
หืนง่าย |
| ไส้ไก่สด |
73.7
|
13.9
|
11.2
|
-
|
-
|
1.2
|
มีไขมันสูง
หืนง่าย |
| หัวไก่สด |
38.8
|
26.9
|
26.4
|
0.3
|
-
|
7.6
|
มีไขมันสูงมาก
หืนง่าย |
| เศษปลาหมึกป่น
|
8.1
|
74.8
|
8.8
|
-
|
4.9
|
3.4
|
เป็นเหล่งโปรตีนที่ดีใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี |
| ปูป่น |
6.5
|
31.0
|
2.1
|
10.6
|
13.7
|
36.1
|
มีแร่ธาตุ
เถ้า สารไคติน โคลีนสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี |
| น้ำต้มปลาข้น |
49.0
|
31.0
|
4.0
|
0.5
|
-
|
10.0
|
มีวิตามินบี 12 และบีรวมสูง ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารได้ดี |
| ดักแก้ไหม
|
4.7
|
56.8
|
31.3
|
3.9
|
6.4
|
5.2
|
โปรตีนมีคุณภาพดีพอควร
มีไขมันและสารไคตินสูง หืนง่าย |
| เนื้อหอยเชอรี่
|
78.0
|
11.3
|
0.6
|
-
|
-
|
4.4
|
มีเถ้าสูงและอาจมีตัวพยาธิ จึงควรต้มและทำให้แห้งก่อน |
| กากถั่วเหลือง |
11.8
|
46.9
|
1.3
|
6.5
|
25.1
|
8.4
|
เป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนจากพืช
แต่มีเมทไธโอนีน ไลซีน และวิตามินบี 12 ต่ำ |
| กากถั่วลิสง |
7.0
|
48.0
|
5.8
|
7.0
|
27.1
|
5.1
|
มีเมทไธโอนีน
แคลเซียม และวิตามินบี 2 ต่ำ แต่มีไนอาซีนสูง
อาจมีพิษแอลฟาท๊อกซินจากรา |
| กากเมล็ดฝ้าย |
9.8
|
41.7
|
1.5
|
11.3
|
28.8
|
6.9
|
มีสารพิษกอสลิปอล |
| กากมะพร้าวอัด
|
8.5
|
20.8
|
6.3
|
12.0
|
45.4
|
7.0
|
มีเมทไธโอนีนและไลซีนต่ำ
อาจมีพิษจากรา |
| กากเมล็ดงา |
8.0
|
40.4
|
10.6
|
6.4
|
24.2
|
10.4
|
มีเมทไธโอนีน
แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง แต่มีไลซีนต่ำ |
| ใบกระถินป่น |
10.0
|
23.9
|
2.9
|
9.4
|
49.5
|
3.2
|
มีอาจินีนไอโซลูซีนแคโรตีนไนอาซีน
วิตามินบี 2 และกรดแพนโทธินิคสูง
มีสารจำพวกแอลคาลอยชื่อไมโมซีม ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโต |
| กากนุ่น |
8.5
|
29.5
|
3.3
|
23.4
|
-
|
7.3
|
โปรตีนมีคุณภาพดีพอสมควรแต่มีสารพิษไซโคลโปรปินอยด์และกากสูง |
| กากเบียร์ |
8.1
|
26.0
|
12.1
|
0.9
|
-
|
10.9
|
มียีสต์มาก
มีวิตามินบีรวม และบี 2 สูง อาจมีตัวยาปฎิชีวนะ |
| ใบหม่อนสี
|
8.8
|
22.2
|
4.8
|
12.7
|
46.9
|
15.5
|
|
* NFE = คาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำ
2. วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งพลังงาน
วัตถุดิบประเภทนี้มีโปรตีนต่ำกว่า 20% แต่มีคาร์โบไฮเดรต
3. วัตถุดิบจำพวกวิตามินและแร่ธาตุ
วิตามินและแร่ธาตุที่ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารมักอยู่ในรูปสารประกอบเคมี
และเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้ปริมาณน้อยมากในสูตรอาหาร จึงทำให้เกิดปัญหาในการ
ผสมให้ทั่วถึงในทุก ๆ ส่วน ดังนั้น จึง ไม่นิยมผสมวิตามินและแร่ธาตุแต่ละตัวลงในอาหารโดยตรง
วิตามินและแร่ธาตุจึงมักถูกผสมไว้ก่อนล่วงหน้ากับสื่อบางชนิด เช่น กากถั่วเหลือง
รำ แกลบบด หรือหินปูน แล้วเรียกสารผสมเหล่านี้ว่า "สารผสมล่วงหน้า (พรีมิกซ์)"
บางครั้งอาจเรียกว่า "อาหารเสริม" แล้วจึงนำสารผสมล่วงหน้านี้ไป
ผสมกับอาหารต่อไป ในบางท้องที่ที่เกษตรกรหาซื้อสารผสมล่วงหน้าที่ใช้เฉพาะสำหรับสัตว์น้ำไม่ได้
ก็อาจใช้สารผสมล่วงหน้าที่ทำขึ้นเพื่อผสมกับอาหารหมูหรือไก่
แทนได้ แต่อย่างไรก็ตามในสารผสมล่วงหน้าที่ใช้สำหรับสัตว์บก มักจะมีวิตามินดีสูงเกินไป
และอาจไม่มีวิตามินซีในส่วนผสม ซึ่งวิตามินซีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสัตว์
น้ำทุกชนิด ดังนั้น จึงควรที่จะใช้เป็นหลักในการพิจารณาเลือกซื้อ
4. วัตถุดิบจำพวกไขมัน
หรือน้ำมัน
เป็นวัตถุดิบที่ให้พลังงาน กรดไขมันที่จำเป็น
วิตามินที่ละลายในไขมันและบางครั้งใช้เป็นสารแต่งกลิ่นอาหารเพื่อกระตุ้นให้สัตว์น้ำกินอาหารได้มากขึ้นน้ำมันที่ใช้
ผสมอาหารสัตว์น้ำ แบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ
1) น้ำมันจากสัตว์
ได้แก่ น้ำมันปลา น้ำมันปลาหมึก น้ำมันหมู
ฯลฯ
2) น้ำมันจากพืช
ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันปาล์ม
น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน ฯลฯ
5. วัตถุดิบจำพวกเสริมคุณภาพของอาหาร
วัตถุดิบจำพวกนี้ใช้ผสมในอาหารเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร
ถึงแม้ว่าบางครั้งใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเสริมคุณภาพแต่ตัว
มันเองจะมีคุณค่าอาหารอยู่ด้วย วัตถุดิบจำพวกนี้แบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้
1) สารเหนียวหรือบายเดอร์หรือสารประสานอาหาร
เป็นสารที่ช่วยทำให้อาหารมีความคงทนในน้ำได้นาน
การใช้สารเหนียวมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำอาหารสำหรับสัตว์น้ำที่กินอาหารช้า
ๆ เช่น กุ้ง สารเหนียวสามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ เป็นสารพวกโปรตีน
สารพวกคาร์โบไฮเดรต และสารสังเคราะห์ หรือสารธรรมชาติที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร
2) สารแต่งกลิ่นอาหาร
เป็นสารที่ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสของอาหารให้มีความน่ากินมากขึ้นกลิ่นในอาหารที่สัตว์น้ำชอบมักเป็นกลิ่นที่มีในอาหารตามธรรมชาติของมัน
เช่น ปลาที่กินเนื้อเป็น
อาหาร จะชอบกลิ่นของเนื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ฯลฯ ซึ่งกลิ่นเหล่านี้สามารถหาได้จากเศษชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้วของสัตว์ต่าง
ๆ ดังกล่าว เช่น น้ำมันปลา น้ำมันปลาหมึก หัวและเปลือกกุ้งป่น เศษปลาหมึกป่น
ตับวัวป่น ฯลฯ
3) สารกันหืนและรา
ความหืนของอาหารเกิดขึ้นจากไขมันในอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
และการที่อาหารขึ้นราก็เพราะอาหารนั้นมีความชื้นสูงเกิน 12% ดังนั้นเพื่อป้องกัน
ไม่ให้คุณค่าของอาหารเสียไป ในการทำอาหารจึงมักเติมสารเคมีเพื่อกันหืนในอาหารนั้นด้วย
บี เอช ที และ บี เอช เอ ซึ่งใช้ในปริมาณ 0.2% ส่วนสารกันราที่ใช้กันมาก
ได้แก่ กรดโพพิโอนิก ซึ่งใช้ในปริมาณ 0.3%
ตารางที่ 2 วัตถุดิบที่ใช้เป็นแหล่งพลังงาน
|
วัตถุดิบ
|
ความชื้น
|
โปรตีน
|
ไขมัน
|
กาก
|
NFE*
|
เถ้า
|
ข้อสังเกต
|
| ปลายข้าว
|
11.6
|
7.1
|
1.4
|
0.5
|
75.2
|
4.2
|
-
|
| รำละเอียด |
10.0
|
12.2
|
11.8
|
12.3
|
40.6
|
13.1
|
มีวิตามินบี
1 และไนอาซีนสูง |
| ข้าวโพด |
11.2
|
9.4
|
0.2
|
0.8
|
77.2
|
1.2
|
มีวิตามินเอ
(แคโรตีน) และกรดลิโนเลอิคสูง |
| ข้าวสาลี
|
12.1
|
12.0
|
1.7
|
2.5
|
70.0
|
1.7
|
-
|
| รำข้าวสาลี
|
12.1
|
14.7
|
4.0
|
9.9
|
53.5
|
5.8
|
-
|
| ข้าวฟ่าง |
11.2
|
10.6
|
3.0
|
1.9
|
71.4
|
1.9
|
บางพันธุ์มีสารแทนนินสูง
มีแคลเซียมต่ำ |
| มันสำปะหลัง |
13.5
|
2.2
|
0.5
|
3.0
|
75.8
|
5.0
|
มีสารพิษจำพวกกรดไฮโดรไซยานิค |
| กากเมล็ดปาล์ม
|
8.9
|
14.0
|
2.6
|
17.4
|
-
|
3.8
|
มีกากสูง |
| หญ้าขน |
7.1
|
12.2
|
1.1
|
27.7
|
67.9
|
11.6
|
มีกากสูง |
| กระจับ |
14.8
|
12.3
|
4.8
|
-
|
54.9
|
13.2
|
-
|
* NFE = คาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำ
ตารางที่ 3 สารเหนียวหรือบายเดอร์ที่ใช้ในการผสมอาหารสัตว์น้ำ
|
สารเหนียวพวกโปรตีน
|
(%
ที่ใช้)
|
สารเหนียวพวกคาร์โบไฮเดรต
|
(%
ที่ใช้)
|
สารเหนียวจากการสังเคราะห์หรือสารธรรมชาติ
|
%
ที่ใช้)
|
| โปรตีนข้นหรือกลูเต้น |
(3-10%)
|
ไลอะเจล
|
(3-12%)
|
บาสฟิน
|
(1%)
|
| เจลลาติน |
(2-5%)
|
แป้งข้าวโพด |
(30%)
|
ลิกโนซัลโฟเนต |
(3%)
|
| โปรตีนละลายจากปลา
|
(5-8%)
|
ข้าวสาลี
|
(20%)
|
ซี
เอ็ม ซี |
(5%)
|
| ไข่ขาว |
(5-10%)
|
ข้าวเจ้า |
(20-30%)
|
เบนโทไนท์
|
(3%)
|
| คอลลาเจน
|
(1%)
|
แป้งสุก |
(10%)
|
ยางมันสำปะหลัง |
(5%)
|
| |
|
กากน้ำตาล |
(2-4%)
|
อะความบายด์ |
(2%)
|
| |
|
กล้วย |
(10%)
|
คัวกัม |
(2%)
|
| |
|
รำถั่วเขียว |
(25%)
|
คาราจีแนน |
(5%)
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลานิล
|
|
สูตรที่
1 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
2 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
13.75
|
ปลาป่น |
5.0
|
| กากถั่วเหลือง |
22.0
|
กากถั่วเหลือง |
45.0
|
| เนื้อและกระดูกป่น |
0.6
|
ข้าวโพดหรือปลายข้าว |
30.0
|
| ขนไก่ป่น |
6.15
|
รำละเอียด
|
17.0
|
| เลือดป่น
|
1.25
|
สารเหนียว |
2.0
|
| ใบกระถินป่น |
5.0
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
10
|
| รำละเอียด
|
42.25
|
|
|
| ปลายข้าว |
8.0
|
|
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
|
|
สูตรที่
3 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
4 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
8.0
|
กากองุ่น |
19.8
|
| กากถั่วเหลือง |
28.8
|
กากถั่วเหลือง |
11.6
|
| ข้าวโพดหรือปลายข้าว |
59.4
|
โปรตีนข้าวโพดเข้มข้น |
11.6
|
| สารเหนียว |
2.0
|
แป้งข้าวโพด |
15.0
|
| ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
1.5
|
รำข้าวสาลี |
25.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
น้ำมันข้าวโพด |
6.0
|
| |
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
+ = เติมตามปริมาณที่แนะนำบนสลากผลิตภัณฑ์
- = ไม่มี
|
สูตรที่
5 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
6 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
20.0
|
ปลาป่น |
12.0
|
| กากถั่วเหลือง |
24.0
|
กากถั่วเหลือง |
43.0
|
| ข้าวฟ่าง |
42.5
|
ปลายข้าวบด |
39.0
|
| ปลายข้าว |
10.0
|
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา |
1.9
|
| ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
3.0
|
สารเหนียว |
2.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
2.0
|
| |
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
สูตรที่
7 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
8 วัตถุดิบ
|
%
|
| รำละเอียด |
20.0
|
กากเมล็ดฝ้าย |
82.0
|
| ปลาเป็ด |
24.0
|
แป้งสาลี |
8.0
|
| |
|
เลือดสัตว์ป่น |
8.0
|
| |
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
2.0
|
|
สูตรที่
9 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
10 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
20.0
|
ปลาป่น |
12.0
|
| กากถั่วเหลือง |
24.0
|
กากถั่วเหลือง |
43.0
|
| ข้าวโพดบด |
42.5
|
ข้าวสาลีหรือปลายข้าว |
39.0
|
| สารเหนียว |
10.0
|
ข้าวโพดบด |
1.9
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาดุก
|
|
สูตรที่
1 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
2 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
28.0
|
ปลาป่น |
20.0
|
| กากถั่วเหลือง |
23.5
|
กากมะพร้าว |
20.0
|
| รำละเอียด |
10.0
|
กากถั่วลิสง |
10.0
|
| ข้าวโพดบด |
28.5
|
มันสำปะหลัง |
30.0
|
| ปลายข้าว |
10.0
|
กากผงชูรส |
20.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
|
|
สูตรที่
3 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
4 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
18.0
|
ปลาป่น |
55.0
|
| ข้าวโพด |
12.0
|
กากถั่วเหลือง |
12.0
|
| กากมะพร้าว |
12.0
|
รำละเอียด |
10.0
|
| รำละเอียด |
36.0
|
ข้าวโพดบด |
12.0
|
| ใบกระถินป่น |
9.0
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
0.5
|
| มันสำปะหลัง |
12.0
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
|
|
สูตรที่
5 วัตถุดิบ
|
%
|
สูตรที่
6 วัตถุดิบ
|
%
|
| ปลาป่น |
15.0
|
ปลาป่น |
10.0
|
| กากถั่วลิสง |
30.0
|
กากถั่วเหลือง |
48.0
|
| รำละเอียด |
15.0
|
ข้าวโพด |
28.0
|
| ข้าวโพดบด |
22.0
|
รำละเอียด |
10.0
|
| มันเส้น |
10.0
|
น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา |
1.5
|
| ใบกระถินป่น |
5.0
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
| น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา |
2.0
|
|
|
| ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
1.0
|
|
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลากินพืช
|
|
สูตรที่
1 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
B
(%)
|
สูตรที่
2 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
| ปลาป่น |
25.0
|
15.0
|
กากถั่วเหลือง |
20.0
|
| กากถั่วลิสง |
-
|
17.0
|
กากงา |
35.0
|
| รำละเอียด |
10.0
|
10.0
|
ปลาป่น |
10.0
|
| ข้าวหรือปลายข้าว |
62.5
|
56.85
|
รำละเอียด |
34.0
|
| เมทไธโอนิน |
-
|
0.15
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
0.5
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
+
|
เกลือแกง |
0.3
|
| |
|
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
สูตรที่
3 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
B
(%)
|
สูตรที่
4 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
| กากเมล็ดฝ้าย |
53.0
|
-
|
ปลาป่น |
12.0
|
| กากถั่วลิสง |
-
|
50.0
|
กากถั่วเหลือง |
23.0
|
| รำละเอียด |
43.0
|
46.2
|
รำละเอียด |
40.0
|
| กระดูดป่น |
3.0
|
3.5
|
ปลายข้าว |
20.0
|
| เกลือแกง |
0.2
|
0.2
|
ใบกระถิน |
4.0
|
| เมทไธโอนิน |
0.3
|
-
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
| ไลซีน |
0.4
|
-
|
|
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
+
|
|
|
|
สูตรที่
5 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
สูตรที่
6 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
| ปลาป่น |
12.0
|
ปลาป่น |
27
|
| กากถั่วเหลือง |
6.0
|
กากถั่วเหลือง |
30
|
| รำละเอียด |
41.0
|
กากถั่วลิสง |
10
|
| ปลายข้าวหรือมันเส้น |
40.0
|
ข้าวโพดหรือรำละเอียด |
20
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
ยีสต์ |
5
|
| |
|
น้ำมันปลา |
5
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับกุ้งก้ามกราม
|
|
สูตรที่
1 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
B
(%)
|
สูตรที่
2 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
| กุ้งป่น |
25.0
|
10.0
|
ปลาป่น |
20.0
|
| ปลาป่น |
10.0
|
4.0
|
กากถั่วเหลือง |
9.0
|
| กากถั่วลิสง |
5.0
|
2.0
|
รำละเอียด |
45.0
|
| กากถั่วเหลือง |
5.0
|
2.0
|
กากมะพร้าว |
20.0
|
| ปลายข้าว |
25.5
|
39.9
|
แป้งมันสำปะหลัง |
5.0
|
| รำละเอียด |
25.5
|
39.9
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
| น้ำมันปลา |
3.0
|
3.0
|
|
|
| สารเหนียว |
1.0
|
1.0
|
|
|
|
สูตรที่
3 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
B
(%)
|
สูตรที่
4 วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ใบกระถินป่น |
4.0
|
4.0
|
ปลาป่น |
20.3
|
| ข้าวโพดป่น |
56.75
|
56.75
|
กากถั่วเหลือง |
21.0
|
| กากถั่วเหลือง |
27.0
|
25.0
|
เปลือกกุ้งป่น |
20.0
|
| เนื้อและกระดูกป่น |
11.0
|
8.0
|
ข้าวโพดป่น |
17.3
|
| ปลาป่น |
-
|
5.0
|
โปรตีนข้าวโพดเข้มข้น |
20.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
+
|
เกลือแกง |
0.4
|
| |
|
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
สูตรที่
5 วัตถุดิบ
|
(%)
|
สูตรที่
6 วัตถุดิบ
|
(%)
|
| หัวกุ้งป่น |
30.0
|
ปลาป่น |
30.0
|
| กากถั่วเหลือง |
4.0
|
เปลือกกุ้งป่น |
10.0
|
| รำละเอียด |
35.0
|
รำละเอียด |
10.0
|
| กากมะพร้าว |
20.0
|
กากถั่วเหลือง |
10.0
|
| แป้งมันสำปะหลัง |
9.0
|
กากถั่วลิสง |
10.0
|
| สารเหนียว |
1.0
|
ข้าวโพดป่น
|
10.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
แป้งมันสำปะหลัง
|
20.0
|
| |
|
น้ำมันปลา
|
3.5
|
| |
|
วิตามินและแร่ธาตุ
|
+
|
|
สูตรที่
7 วัตถุดิบ
|
กิโลกรัม
|
สูตรที่
8 วัตถุดิบ
|
กิโลกรัม
|
| ปลายข้าว |
30.0
|
ปลาสด |
30.0
|
| กากถั่วเหลือง |
4.0
|
หัวอาหารหมู |
10.0
|
| รำละเอียด |
35.0
|
อาหารไก่ |
10.0
|
| ปลาป่น |
20.0
|
ปลายข้าว |
10.0
|
| ปลาเป็ด |
9.0
|
ข้าวโพดป่น |
10.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
1.0
|
กากถั่วเหลือง
|
10.0
|
| |
+
|
เปลือกกุ้ง
|
20.0
|
| |
|
ปลาป่น
|
3.5
|
| |
|
ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
2
|
| |
|
วิตามินและแร่ธาตุ
|
+
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาสวาย
|
|
วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ปลาป่น |
10.0
|
| กากถั่วเหลือง |
35.0
|
| ปลายข้าวบด |
50.0
|
| น้ำมันพืชหรือน้ำมันปลา |
1.5
|
| ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
3.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลาทะเล
|
|
วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ปลาป่น |
50-60
|
| กากถั่วเหลือง |
15
|
| เนื้อและกระดูกป่น |
10
|
| ข้าวโพด/แป้งมัน/ข้าวสาลี/รำละเอียด |
20-10
|
| น้ำมันปลา |
3.5
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
ตัวอย่างสูตรอาหารสำหรับปลากะพงและกะรัง
|
|
สูตรที่
1 วัตถุดิบ
|
A
(%)
|
B
(%)
|
C
(%)
|
สูตรที่
2 วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ปลาเป็ดบด |
50.0
|
50.0
|
-
|
ปลาเป็ดบด |
50.0
|
| ปลาป่น |
5.0
|
7.0
|
20.0
|
ปลาป่น |
17.5
|
| รำข้าวสาลีติดแป้ง |
35.0
|
29.5
|
30.5
|
กากถั่วเหลือง |
17.5
|
| กากถั่วเหลือง |
7.0
|
11.0
|
7.0
|
กากถั่วลิสง |
17.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
+
|
+
|
รำละเอียด |
5.0
|
| น้ำ |
-
|
-
|
40.0
|
แป้งสาลี |
2.5
|
| |
|
|
|
วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
|
สูตรที่
3 วัตถุดิบ
|
(%)
|
สูตรที่
4 วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ปลาเป็ดบด |
49.0
|
ปลาเป็ดบด |
46.0
|
| กากถั่วเหลือง |
19.0
|
ปลาป่น |
25.0
|
| รำข้าวสาลีติดแป้ง |
15.0
|
กากถั่วเหลือง |
10.0
|
| ปลาป่น |
10.0
|
เนื้อและกระดูกป่น |
4.0
|
| น้ำมันตับปลา |
3.0
|
รำข้าวสาลีติดแป้ง |
4.0
|
| ปลาหมึกสด |
1.0
|
น้ำมันปลา
|
3.0
|
| วิตามินและแร่ธาตุ |
+
|
สารเหนียว
|
5.0
|
| |
|
เนื้อหอยป่น
|
2.0
|
| |
|
วิตามินและแร่ธาตุ
|
+
|
|
สูตรที่
5 วัตถุดิบ
|
(%)
|
| ปลาป่น |
54.0
|
| เนื้อและกระดูกป่น |
20.0
|
| กากถั่วเหลือง |
10.0
|
| ข้าวสาลีบด |
8.0
|
| ยีสต์ |
10.0
|
| หางนมแห้ง |
4.0
|
| น้ำมันปลา |
4.0
|
| แคลเซียมคาร์บอเนต |
0.5
|
| ได-แคลเซียมฟอสเฟต |
0.9
|
| ใบกระถิน |
3.0
|
| วิตามิน |
+
|
|