ที่มาของปลาทองสายพันธุ์ต่าง ๆ
คณะผู้จัดทำ
.......... คุณวันเพ็ญ มีนกาญจน์
.......... คุณกำชัย ลาวัณยวุฒิ
.......... คุณศุภรัตน์ ฉัตรจริยเวศน์
.......... สถาบันพัฒนาปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ
.......... กรมประมง

            ตามที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ามีสิ่งมีชีวิตสามารถกายพันธุ์ได้โดยลูกที่เกิดใหม่อาจจะมีลักษณะแตกต่างไปจากพ่อแม่ เช่น ถ้าหากสีดำหายไปก็จะได้ปลาสายพันธุ์ใหม่ สีขาวเผือก ซึ่งเป็นผลงานจากการผสมไขว้ (Crossbreeding) และการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ปลาทองนั้นยังมีความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์ที่เกิดจากผสมข้ามชนิด (Hybridization) ด้วยและผู้เพาะพันธุ์ปลาทองก็คัดเลือกพันธุ์เอาตามความนิยมและความชอบ จึงมีการผลิตปลาทองออกมาหลากหลายสายพันธุ์
        

           ตามภาพที่ 5  เป็นภาพแสดงความสัมพันธ์ของปลาทองที่คัดเลือกพันธุ์ในญี่ปุ่นซึ่งบางสายพันธุ์อาจมีชื่อไทยหรือชื่อญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกับคนไทย เนื่องจากมีการนำ
มาเลี้ยงและเพาะพันธุ์ในประเทศไทยส่วนบางสายพันธุ์ที่ไม่ได้นำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย จำเป็นต้องใช้ชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น สายพันธุ์แรกเริ่มจากปลา ฟุนะ (Funa) รูปร่างคล้ายปลาไน เมื่อปลาฟุนะกลายพันธุ์จะได้ปลาลำตัวสีแดงเรียกว่าปลา ฮิฟุนะ (Hifuna) หรือปลาคาร์พสีแดง ซึ่งเมื่อเลี้ยงต่อไปก็มีการกลายพันธุ์อีกเป็นปลาฮิฟุนะที่มีหางแยกเป็นดอก และมีการแยกชนิดนี้มาเลี้ยงคงสภาพไว้จนถึงปัจจุบันและเรียกปลาชนิดนี้ว่า วะคิน (wakin)
          หลังจากนั้นปลาวะคินที่มีครีบหางยาวก็ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาและเรียกปลาสายพันธุ์นี้ว่า ปลาริวคิน (Ryukin) ส่วนปลาที่มีตาพุ่งออกมานอกเข้าชื่อว่า อะคาเดะเมะคิน (Akademekin) หรือปลาตาโปน สีแดง และปลาที่ไม่มีครีบหลังชื่อปลา มารุโคะ (Maruko) ซึ่งปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ ดังกล่าวล้วนเป็นปลาที่กลายพันธุ์จากปลาวะคิน
          นอกจากนี้ยังมีปลาที่เพาะพันธุ์ได้จากปลาริวคิน คือปลาที่มีหัววุ้นชื่อ โอะรันดาชิชิกะชิระ (Orandashishigashira) หรือออรันดาหัววุ้น และปลาที่มีครีบหางเหมือนหางนกยูงคือปลา โตซาคิน (Tosakin) จากปลาอะคาเดะเมะคิน (ตาโปนสีแดง) ก็เพาะพันธุ์ได้ปลา คุโรเดะเมะคิน (Kurodemekin)
หรือเล่ห์ และปลาซันโชคุเดะเมะคิน (Sanshokudemekin) หรือ ปลาตาโปนสามสี ส่วนปลามารุโคะ ก็เพาะขยายพันธุ์ได้ปลา นันคิน (Nankin) , โอซาก้ารันซู (Oosakaranchu) และปลา รันชู (Ranchu) หรือปลาหัวสิงห์ญี่ปุ่น
           อีกด้านหนึ่งนั้นลูกพันธุ์ที่คงสายพันธุ์เดิมไว้ ได้มีการเพาะพันธุ์ลูกผสม (Hybridization) เรียกว่า พันธุ์ลูกผสม (Hybridization) เรียกว่า พันธุ์ลูกผสม เช่น ปลาวะคิน X ปลาซันโชคุเดะเมคิน (ตาโปนสามสี) จะได้ปลาชูบุนคิน (Shubunkin) และการผสมของปลาซันโชคะเดะเมะคิน X ปลาริวคิน จะได้ปลา คิยาริโคะ (Kyariko)            นอกจากนี้ปลาซันโชคุเดะเมะคิน X ปลาโอะรันดาชิชิกะชิระ (ออรันดาหัววุ้น) จะได้ปลาอะซุมานิชิกิ (Azumanishiki) ปลาอะซุมานิชิกิ X ปลารันชู จะได้ปลา เอะโดนิชิกิ (Edonnishiki)
            อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ปลาทองมีการผสมข้ามสายพันธุ์กันอย่างหลากหลาย การที่จะได้ปลาทองที่มีรูปร่างสวย สง่างาม เหมือนบรรพบุรุษ (ปลาฟุนะ) ที่เป็น
พันธุ์ดี คงทำได้ยาก และตามแผนผังแสดงสายพันธุ์นี้ถือเป็นแบบแผนที่มาของสายพันธุ์ปลาทองในปัจจุบัน

ลักษณะของปลาทอง
        ลักษณะของปลาทองที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นลักษณะปลาที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นชื่อปลาส่วนใหญ่จึงขอใช้เป็นชื่อญี่ปุ่น รายละเอียดต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้
ลักษณะรูปร่าง
รูปร่างของปลาทองมีหลายแบบซึ่งสามารถจัดเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 แบบคือ
ลักษณะแบบปลาวะคิน (Wakin) จะมีลักษณะเหมือนปลาไนหรือฟุนะ (Crucian carp) กลุ่มนี้ได้แก่ปลา ชูบุนคิน, โคเม็ท, ยามากาเตะ และจิคิน เป็นต้น
ลักษณะแบบปลาริวคิน (Ryukin) มีลักษณะลำตัวทรงกระบอกกลมและพองตัว ครีบทุกครีบยาว โดยเฉพาะครีบหางยาวพริ้วและสวยงามเป็นลักษณะเด่น ปลาในกลุ่มนี้ได้แก่ปลา คิยารโกะ, เดเมะคิน, อะซึมานิชิกิ, โตซาคิน, ออรันดาชิชิการิระ เป็นต้น
ลักษณะแบบปลารันชู (Ranchu) มีลักษณะเด่นคือไม่มีครีบหลังและ มีลักษณะลำตัวอ้วนป้อม ได้แก่ปลารันชู, นันคิน, เอโดนิชิกิ, โชเต็นกัน เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ลักษณะรูปร่างจะแตกต่างกัน แต่โครงสร้าง พื้นฐานของปลาแต่ละตัวยังเหมือนกัน ซึ่งแสดงไว้ในภาพที่ 6
ลักษณะของส่วนหัว
             ส่วนหัวของปลาทองส่วนใหญ่จะมีผิวลื่น แต่บางชนิดอาจจะมีก้อนเนื้อที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเล็ก ๆ รวมตัวซ้อนกันอยู่ดูคล้ายฟองสบู่ซึ่งเม็ดกลม ๆ ดังกล่าวประกอบไปด้วยชั้นไขมันลักษณะนี้ว่า "วุ้น" ปลาที่มีลักษณะนี้ได้แก่ ปลารันชูหรือหัวสิงห์ญี่ปุ่น, อะชิมานิชิกิและ ออรันดาชิชิกาชิระหรือออรันดาหัววุ้น เป็นต้น นอกจากนี้ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์มักจะมีวุ้นเป็นก้อนใหญ่เกิดพาดเป็นวงรอบปากเรียกว่า "เขี้ยว" ปลากลุ่มนี้นอกจากลักษณะของวุ้นแล้วเราจะให้ความสำคัญกับลักษณะที่สวยงามของลำตัวปลาอีกด้วย การเกิดวุ้นนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงและชนิดของอาหารด้วย
ลักษณะวุ้นจะไม่พบในปลาวะคินและริวคิน ส่วนหัวของปลาทองแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะได้แก่
มองจากด้านบนมีลักษณะคล้ายเรือ เช่น ปลาฟุนะ วะคิน และริวคิน
มองจากด้านบนมีลักษณะระกลมเล็กน้อย เช่น ปลาอะซุมา นิชิกิ โอะรันดาชิชิกะชิระ
มองจากด้านบนมีลักษณะทรงกลมแบบครึ่งเหรียญ เช่น ปลารันชู
ลักษณะของตา ปลาทองมีตา 4 แบบ ได้แก่
ตาลักษณะคล้ายปลาฟุนะ เช่น วะคิน, ริวคิน
ตาโปนออกมาเช่น เดะเมะคิน
ตาใกล้กันติดอยู่ที่ส่วนหัวด้านบน มองไปทางด้านบนเช่น โชเต็นกัน
ตาที่ส่วนขอบตาใหญ่อ้วนมองดูเหมือนมีถุงน้ำติดอยู่ด้านล่าง เช่น ซุอิโฮกัน
       ตาของปลาแต่ละชนิดจะมีลักษณะพิเศษแตกต่างกันไป ปลาโชเต็นกัน และซุอิโอกันนั้นมองดูเหมือนว่ายน้ำได้ถูกทิศทางและสามารถกินอาหารได้เป็นปกติ
ลักษณะของจมูก ปลาทองมีจมูกอยู่ 2 แบบได้แก่
แบบธรรมดาอยู่ที่ส่วนหัวด้านหน้า
แบบจมูกทบเป็นช่อ โดยที่ขอบของจมูกจะเป็นผิวหนังที่มีความนุ่ม แยกออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ทบไปมาเป็นช่อจมูกใหญ่ ปลาชนิดนี้นำเข้ามาจากเมืองจีน บางทีมีช่องจมูกใหญ่จนย้อยลงมาปกคลุมเข้าไปในปาก เวลาปลาว่ายน้ำก็จะงับเคี้ยวจมูกตัวเองเล่น ดูแล้วตลกดี เช่น ปลาฮะนะฟุซะ (Hahafusa) หรือ ญี่ปุ่นนิยมเรียกอีกชื่อว่า ปอมปอน (Pompon)
ลักษณะของครีบ
     ครีบหลัง อวัยวะที่สำคัญที่ทำให้ปลาว่ายน้ำได้ก็คือครีบ ถ้าแบ่งประเภทของปลาทองตามลักษณะของครีบหลังจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
ครีบหลังอยู่บริเวณกลางลำตัว และมีลักษณะแบบเสากระโดงเรือยืดออกไป เช่น ปลาฟุนะ
ไม่มีครีบหลังเช่นปลา รันชู, โชเต็นกัน, ซุอิโฮกัน
ครีบหลังยาวเช่น ปลาริวคิน, โอรันดาชิชิกะชิระ, อะซึมานิชิกิ
          ครีบหาง ครีบหางนั้นสามารถพูดได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความประทับใจอย่างมา
ดังนั้นแค่ส่วนนี้ส่วนเดียวจึงมีการเพาะพันธุ์ปลาที่มีรูปแบบครีบหางแตกต่างกันหลากหลาย ครีบหาง มี 6 แบบได้แก่
ครีบหางแบบบรรพบุรุษ (ปลาฟุนะ)
ครีบหางยาว (หางซาบะ) เช่น ปลาโคเม็ท, ชูบุนคิน
ครีบหางเป็น 3 แฉก
ครีบหางเป็นดอกซากุระ (ครีบหางเปิดออก 4 แฉก)
ครีบหางเหมือนหางนกยูง (ครีบหางนกยูงมี 4 แฉก แผ่พริ้วเช่น ปลาจิคิน)
ครีบหางกลับคือครีบหางที่ซ้าย ขวาที่อยู่ส่วนบนกลับมาอยู่ส่วนล่าง
       ความยาวของปลาทองนั้นควรจะยาวออกซ้ายขวาเท่ากัน ดูสมดุลย์ ฉะนั้นการตัดสินเราจะเลือกเฉพาะหางชนิดที่สมบูรณ์เท่านั้น
ครีบก้น ปลาปกติจะมีครีบก้น 1 ครีบ แต่ปลาทองบางชนิด มี 2 ครีบ และเป็นรูปตัว V ถ้าครีบก้นที่เป็น 2 ครีบและขนานคู่กันจะถือว่ามีราคาดี ครีบก้นมี 4 แบบ ได้แก่
ครีบก้น 1 ครีบ
ครีบก้นรูปตัว V แฉกปลาย
ครีบก้นรูปตัว V ครีบยาว
ครีบก้น 2 ครีบ ขนานกัน
       ครีบอก,ครีบท้อง จะมีด้านซ้าย ขวา อย่างละ 1 ครีบ ทำให้ปลาว่ายน้ำไปข้างหน้า
ลักษณะของเกล็ดปลาทอง
            เกล็ด มีลักษณะคล้ายกระเบื้องมุงหลังคาซ้อนกันอยู่ที่ผิวหนังของตัวปลา ปลาที่ไม่ครีบหลังเช่น รันชู หรือปลาหัวสิงห์ ส่วนของเกล็ดจะเรียงเป็นระเบียบ
บริเวณหลังซึ่งถือเป็นจุดสวยงามจุดหนึ่ง ส่วนปลาจิคินนั้นถ้าเกล็ดหลุดออก ผิวหนังของตัวปลาจะเตรียมสร้างเกล็ดใหม่ ซึ่งค่อนข้างจะไม่มีระเบียบ ลักษณะเกล็ด
ที่ดีคือส่วนตรงกลางเกล็ดจะมีลักษณะเป็นมันวาว เกล็ดที่ดูดีนั้นเรียงเป็นแนวคล้ายตาข่ายและแนวเส้นเกล็ดปลานี้สามารถตรวจอายุของปลาได้

ริมบ่อ