กุ้งป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียมักจะพบตลอดระยะเวลาของการเลี้ยง ตั้งแต่โรคตายเดือน ซึ่งอาจจะไม่มีอาการ
ผิดปกติภายนอกเด่นชัด จนถึงกุ้งตัวสีแดง หรือกุ้งป่วยที่มีสีเข้มกว่าปกติ นอกจากนั้นการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ
ในช่วงของการเลี้ยงเดือนท้าย ๆ กุ้งที่ป่วยด้วยการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio) ซึ่งมีด้วยกัน
หลายชนิด (species) อาการของกุ้งที่ป่วยที่ขึ้นมาอยู่ตามขอบบ่อ หรือลอยตามผิวน้ำมีตั้งแต่กุ้งตัวสกปรกมีตะกอน
ตามผิวตัว  กุ้งตัวสีส้ม  จับดูตัวหลวมตามลำตัวสกปรก  หางมักจะกร่อน  บางลักษณะจะพบว่าตามลำตัวจะมีจุดสีดำ
ขนาดเล็ก บริเวณแผ่นปิดเหงือกจะบวม หรือตามเปลือกจะมีจุดขาว ๆ ทั่วไป   ลักษณะของกุ้งป่วยที่กล่าวไปแล้วนั้น
เมื่อนำมาเขี่ยเชื้อจากตับและตับอ่อน หรือจากน้ำเลือด จะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก ตับและตับอ่อนมักจะมีขนาด
เล็กลงกว่าปกติ
      กุ้งที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียในลักษณะที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ไม่สามารถที่จะทำการรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะได้
เนื่องจากกุ้งในลักษณะอาการเหล่านี้มีการป่วยมาเป็นเวลานาน จนถึงระยะที่กุ้งไม่กินอาหาร ดังนั้นการรักษาจะไม่ได้
ผล แต่การใช้ยาปฏิชีวนะจะช่วยรักษากุ้งที่เพิ่งเริ่มป่วยหรือกุ้งที่มีการติดเชื้อในระยะแรกแต่ยังกินอาหาร  การรักษา
โดยใช้ยาปฏิชีวนะจะต้องทำควบคู่ไปกับการจัดการในบ่อด้วยจึงจะได้ผล ก่อนการรักษาเมื่อมีกุ้งในลักษณะที่กล่าวมา
นี้ขึ้นมาเกาะหรือตายตามขอบบ่อ   ควรจะเริ่มลงไปตรวจเช็คดูบริเวณรอบ ๆ เครื่องตีน้ำ   ประตูระบายน้ำทิ้ง  หรือ
บริเวณท่อระบาย ของเสียจากกลางบ่อ ถ้าตรวจพบมีกุ้งตายมาก   และการกินอาหารลดลงมากเช่นกัน   ควรจะรีบจับ
เพราะลักษณะเช่นนี้แสดงว่ามีกุ้งกำลังป่วยมากการรักษาโดยใช้ยาจะไม่ได้ผลเพราะกุ้งส่วนใหญ่จะไม่กินอาหาร การ
ตายของกุ้งป่วยจะเพิ่มปริมาณเชื้อ และการเน่าเสียของพื้นบ่อ การตัดสินใจจับกุ้งช้าจะทำความเสียหายได้มากในกรณี
ที่มีกุ้งขึ้นมาตายเฉพาะขอบบ่อ แต่บริเวณที่ตรวจเช็คในบ่อที่กล่าวมาแล้วไม่มีกุ้งตาย การกินอาหารของกุ้งยังไม่ลด
มาก กุ้งที่สุ่มดูจากการทอดแหยังแข็งแรงและกินอาหารเป็นปกติเป็นส่วนใหญ่   การแก้ไขโดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหรือ
การจัดการอื่น ๆ มักจะได้ผล ถ้าเป็นกุ้งที่มีขนาดใหญ่พร้อมที่จะขายได้แล้วควรจะแก้ไขด้วยการจัดการ  และเปลี่ยน
ถ่ายน้ำก็พอเพียง เพราะถ้าอาการไม่ดีขึ้นสามารถจับกุ้งขายได้ทุกเวลา การใช้ยาจะต้องรอเวลางดยานานพอสมควร
ดังนั้นผู้เลี้ยงควรจะพิจารณาให้ดีก่อนการตัดสินใจ ส่วนกุ้งที่มีขนาดยังไม่โตมาก เช่นระหว่าง 5-10 กรัม ผู้เลี้ยงมัก
จะพยายามรักษาจนถึงที่สุด เพราะกุ้งขนาดนี้มีราคาไม่สูง การจับกุ้งขนาดนี้ในฟาร์มใหญ่ หรือในรูปของบริษัทจะ
ไม่มีกำไรเลย นอกจากผลผลิตจะสูงมาก และราคากุ้งสูงด้วย
     การเลือกให้ยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ   ควรหาข้อมูลในพื้นที่นั้นว่าใช้ยาอะไรได้ผลดีเพราะยาที่ใช้กันมาเป็น
เวลานานหลายปีอาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้วในเขตนั้น ห้องปฏิบัติการที่มีการบริการทางวิชาการในแต่ละพื้นที่จะช่วยทด
สอบความไวของเชื้อแบคทีเรียต่อยาชนิดต่าง ๆ   และบอกได้ว่าควรจะใช้ยาอะไรในขณะนั้น การใช้ยาปฏิชีวนะจะ
ต้องใช้ให้ครบโดสถูกต้องตามฉลาก อย่าใช้เกินหรือน้อยกว่า นอกจากจะไม่ได้ผลแล้วอาจจะทำให้แบคทีเรียดื้อยาได้
และต้องอย่าลืมว่าการรักษาจะได้ผลดีต้องมีการจัดการเรื่องคุณภาพน้ำและพื้นบ่อให้ดีด้วยพร้อม ๆ กัน

โรคตายเดือน
     มักจะพบกับกุ้งอายุ 25-30 วัน หลังจากปล่อยกุ้งลงในบ่อเลี้ยงที่มีน้ำใส หรือมีสาหร่ายขึ้นบ่อมาก จนในที่สุดเกิด
เป็นขี้แดด  ทำให้พื้นบ่อเน่าเสีย  กุ้งเริ่มอ่อนแอและกินอาหารน้อย  ในที่สุดกุ้งในบ่อเริ่มมีการตายเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อนำมา
ตรวจดู มักจะพบแบคทีเรียในตับและตับอ่อน อาจจะพบซูโอแทมเนียมบนลำตัว หรืออาจจะมีไวรัสเอ็มบีวีในตับและ
ตับอ่อนด้วย
การป้องกัน ควบคุมพื้นบ่อให้สะอาดและรักษาสีน้ำอย่าให้ใสนานจนเกิดขี้แดดกุ้งจะไม่เป็นโรคนี้
การแก้ไข ให้กินยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการจัดการพื้นบ่อและสีน้ำให้ดีขึ้นด้วย

โรคตัวหลวม
     มักจะพบกับกุ้งอายุประมาณ 80 วันถึงจับขาย ผู้เลี้ยงกุ้งมักจะเรียกว่า กุ้งก๊อบแกบ เนื่องจากกุ้งไม่กินอาหาร หรือ
กินอาหารลดลงมากติดต่อกันหลายวัน จนตัวหลวมไม่แน่น สาเหตุมาจากสภาพในบ่อไม่ดีพบมากในการเลี้ยงกุ้งระบบ
ปิดหรือถ่ายน้ำน้อยในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ฝนตกหนักติดต่อกันนาน ๆ หรือฟ้าปิดติดต่อกันหลายวันกุ้งจะ
เข้าไปหมกเลนกลางบ่อที่มีอุณหภูมิสูงกว่าที่อื่น ๆ ถ้าพื้นบ่อบริเวณนั้นสกปรก มีออกซิเจนต่ำ   กุ้งก็จะอ่อนแอและติด
เชื้อแบคทีเรียในเวลาต่อมาทำให้การกินอาหารลดลง การรักษามักจะไม่ค่อยได้ผล เพราะกุ้งอาจจะอยู่ในระยะที่ติด
เชื้อมากเกินไป
อาการที่พบ คือกุ้งตัวหลวมไม่แน่น ตับและตับอ่อนจะมีขนาดเล็กกว่ากุ้งที่แข็งแรง ตามลำตัวอาจจะมีตะกอนหรือสิ่ง
ต่าง ๆ เกาะบ้าง
การป้องกัน จัดการพื้นบ่อให้สะอาด โดยเฉพาะปริมาณออกซิเจนจะต้องอยู่ในระดับที่สูงตลอดเวลา เพื่อการย่อยสลาย
พื้นบ่อของจุลินทรีย์ และเมื่อกุ้งเข้ามาหมกเลนกลางบ่อนาน ๆ จะไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะบริเวณนั้นไม่เน่าเสีย ใน
ช่วงที่อากาศผิดปกติ ควรให้กินยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย (ยกเว้นกุ้งได้ขนาดขายได้
แล้วห้ามใช้โดยเด็ดขาด)

อาการอื่น ๆ ที่พบได้บ่อย ๆ ของโรคติดเชื้อแบคทีเรีย
     สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่รุนแรงในลักษณะกุ้งเริ่มอ่อนแอ เพราะสภาพในบ่อไม่เหมาะสมเช่นมีสาหร่าย
ขึ้นตามพื้นบ่อมาก หรือน้ำมีสาหร่ายหนาแน่น เมื่อกุ้งอ่อนแอสาหร่ายก็เกาะตามตัวกุ้งได้ เช่นเดียวกับกุ้งที่เลี้ยงในน้ำ
ความเค็มสูง ๆ เมื่อสภาพในบ่อไม่เหมาะสม กุ้งอ่อนแอจะติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ทำให้กุ้งตายอย่างรวดเร็ว ต่อมา
เพรียงก็อาจจะเกาะตามลำตัวได้ ถ้ากุ้งเหล่านี้ยังลอกคราบได้ก็สามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าพบกุ้งเหล่านี้ตามขอบ
บ่อ ซึ่งอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมาก ไม่สามารถลอกคราบได้จะตายในที่สุด
     สำหรับระยะเวลาในการงดยาก่อนจับกุ้งขายนั้นตามปกติอย่างน้อย 14 วัน ถ้ามีการให้ยาติดต่อกันนาน 5-7 วัน
ในระดับที่แนะนำ ในกรณีที่มีกุ้งตายและรีบให้ยาปฏิชีวนะเพียง 1 มื้อ แล้วตัดสินใจจะจับกุ้ง จากการตรวจปริมาณ
ยาในตัวกุ้งพบว่า ต้องใช้เวลานาน 3 วัน ยาถึงจะถูกขับออกไปหมด


ริมบ่อ