รายงานจัดซื้อจัดจ้าง

แลกลิงค์กับ NICA

    

images by free.in.th

 

การเลี้ยงปลาไน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 02 มีนาคม 2012 เวลา 09:51 น.

 

การเลี้ยงปลาไน
( ความรู้เรื่องการเลี้ยงปลา โดย เฉลิมวิไล ชื่นศรี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2539 )


ความสำคัญ
        ปลาไน หรือ หลีฮื้อ หรือ หลีโกว เป็นปลาที่มีกำเนิดในประเทศจีน เป็นปลาที่เลี้ยงโดยมีตำราที่เก่าแก่ที่สุดในโลกราว พ.ศ.65 ขยายพันธุ์ง่ายแพร่หลายไปทั่วโลก ลูกดก โตเร็ว ราคาดี เจริญเติบโตได้ดีในบ่อดิน กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ ปลาไนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cyprinus carpio ( ไซ-ปริ-นัส คาร์-ปิ-โอ้)

รูปร่างลักษณะ
     ลำตัวป้อมสั้นแบนสั้นเล็กน้อย คล้ายปลาตะเพียน ริมฝีปากยืดหดได้ มีฟัน 3 แถวในคอ มีหนวด 2 คู่ คู่หนึ่งยาว อีกคู่หนึ่งเป็นเพียงตุ่มเล็กๆครีบหลังยาว มีก้านครีบแข็งอยู่ตอนหน้า ครีบแข็งอันสุดท้ายใหญ่กว่าครีบอื่นๆและแข็งแรง ขอบด้านหลังหยักเป็นเลื่อย ครีบหลังเริ่มต้นตรงกับจุดเริ่มต้นของครีบท้อง
ปลาไนที่พบในประเทศไทยมีหลายสี เช่น สีทอง สีเงิน สีเหลืองส้ม สีเขียวใบไม้ และมีเกล็ดทั่วตัว ปลาไนบางชนิดมีเกล็ดไม่ทั่วตัว เช่น ปลาไนหนัง ปลาไนอยู่ในครอบครัว Cyprinidae ( ไซ-ปริ-นิ-ดี้ )

การเตรียมบ่อเลี้ยง
     ปลาไนเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในบ่อดิน ขนาดของบ่อไม่จำกัด แต่ควรเป็นบ่อที่ตั้งอยู่โดด ห่างจากบ่อข้างเคียงไม่ควรต่ำกว่า 10 เมตร ทั้งนี้เพราะปลาไนมีนิสัยชอบขุดคุ้ยดินหาตัวไส้เดือนและสัตว์ในดินกินเป็นอาหาร ทำให้ขอบบ่อพังลงเสมอๆ ปลาไนไม่ต้องการบ่อลึกมากนัก ประมาณ 50 เซนติเมตรขึ้นไปก็เพียงพอ ควรมีน้ำไหลถ่ายเทได้บ้าง อัตราปล่อยปลาลงเลี้ยงอยู่ระหว่าง 1 ตัวต่อ 1-4 ตารางเมตร สามารถโตได้หนัก 1 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี

อาหารเสริม
    อาหารเสริมปลาไนนอกจากผักสด หรืออาหารเม็ดที่มีโปรตีนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว อาจแขวนกากถั่วให้กินเป็นประจำ

การเพาะปลาไน
   ปลาไนวางไข่ได้ตลอดปี ปลาไนอายุ 6 เดือนก็สามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้ ปลาไนเพศผู้จะมีลำตัวเรียวยาว ท้องไม่อูม และจะมีจุดสิวที่แก้มและตามก้านครีบหูซึ่งใกล้ๆกับบริเวณแก้ม เมื่อลูบตามบริเวณดังกล่าวจะสากมือ ตัวเมียจะไม่มีจุดขาวๆคล้ายสิวดังกล่าว เมื่อลูบตามบริเวณแก้มจะลื่นมือ ท้องอูมและนิ่มกว่าตัวผู้ จุดสิวจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อปลาพร้อมที่จะผสมพันธุ์ เอามือลูบท้องเบาๆไปทางรูก้นของปลาตัวผู้ ถ้ามีน้ำเชื้อขาวๆคล้ายน้ำนมไหลออกมาแสดงว่าปลาพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ ส่วนปลาเพศเมียช่องเปิดของเม็ดไข่จะกว้าง บางทีจะมีเม็ดไข่สีเหลืองจุกอยู่ ใช้อัตราเพศผู้สองตัวต่อเพศเมียหนึ่งตัวในการเพาะปลาไน
     ปลาไนเป็นปลาที่ติดสาหร่าย จำต้องหาพันธุ์ไม้น้ำ เช่น สาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายพุงชะโด หรือลอกเส้นใยของเชือก มัดเป็นกำผูกติดราวเชือก ราวเชือกขึงติดกับขอบไม้ไผ่ ทำเป็นแผงลอยไว้ที่ผิวน้ำในบ่อให้เต็มเนื้อที่บ่อเพาะ น้ำต้องสูบเข้าบ่อใหม่ๆใช้น้ำบ่อก็ได้ ปล่อยปลา 1 ชุด ( เพศผู้ 2 ตัวต่อเพศเมีย 3 ตัว ) ลงในบ่อต่อเนื้อที่ 1.0-2.5 ตารางเมตร ในเวลาเย็น ปลาจะไล่กันและปล่อยไข่ในตอนเช้ามืด 04:00 -06.00 นาฬิกา ในตอนเช้าตีอวนเอาพ่อแม่ปลาออก ไข่ปลาย้ายไปทั่งสาหร่ายไปยังบ่อเพาะลูกปลา บ่อเพาะลูกปลาต้องเตรียมไว้อย่างน้อย 7 วันก่อนการเพาะปลาไน โดยการล้างบ่อตากบ่อใช้ปุ๋ยคอกอัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่ ใส่น้ำ 10 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 2 วัน พอน้ำมีสีเขียวก็เติมน้ำให้ได้ระดับ 40-50 เซนติเมตร ก็จะได้อาหารธรรมชาติเลี้ยงทันทีที่ลูกปลาไนฟักออกจากไข่ ลูกปลาเล็กๆกินรำละเอียดและแขวนกากถั่วให้กินก็ได้
แม่ปลาไนขนาดหนัก 1 กิโลกรัม จะมีไข่ประมาณ 100,000 ฟองไข่ปลาไนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มิลลิเมตร ฟักออกเป็นตัวภายใน 24-40 ชั่วโมง อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลา 25-30 องศาเซลเซียส
     ปัจจุบันนี้ ปลาไนเป็นปลาที่อยู่ในความต้องการของนักเพาะปลาด้วยกรรมวิธีฉีดต่อมใต้สมองมาก ต่อมใต้สมองของปลาไนใช้ได้กับปลาแทบทุกชนิด เนื่องจากมีสารฮอร์โมนเร่งการเคลื่อนที่ของไข่จากรังไข่
ปลาไนชอบว่ายน้ำวนไปเวียนมาหากินตามพื้นบ่อและชายบ่อ นิสัยชอบไซ้ไปตามดินนี้ทำให้ขอบดินพัง จึงจัดว่าเป็นปลาที่ไม่เหมาะสมสำหรับการที่จะปลูกข้าวตามพื้นบ่อปลาไน

การแปรรูป
    การนำปลาไนมาปรุงเป็นอาหารนั้นต้องผ่าท้อง ต้องพยายามอย่าให้ดีปลาแตกและควรลอกเยื่อบุช่องท้องโดยเฉพาะที่มีสีดำออกให้หมด

 


 

เวลา

ผลงานรัฐบาล รอบ 6 เดือน

กระบวนการทำงาน

จำนวนผู้เข้าชม

1313334
TodayToday66
YesterdayYesterday1489
This WeekThis Week2844
This MonthThis Month66
All DaysAll Days1313334



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 theme  Valid XHTML and CSS.