แลกลิงค์กับ NICA

    

images by free.in.th

 

Home บทความปลาสวยงาม อะโรวาน่าเลี้ยงแล้วรวย
อะโรวาน่าเลี้ยงแล้วรวย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 14:40 น.

อะโรวาน่าเลี้ยงแล้วรวย
  ยุพินท์ วิวัฒนชัยเศรษฐ์


       อะโรวาน่าเป็นสัตว์น้ำซึ่งจัดอยู่ในประเภทปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่ง   ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกับกลุ่มคนที่รักการเลี้ยงปลาและกลุ่มคนที่มีความเชื่อถือว่า การเลี้ยงปลาชนิดนี้จะนำโชคลาภและความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิตและบริวารในครอบครัว ทั้งนี้ชนชาวเอเชียตะวันออกส่วนหนึ่งในประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ฯลฯ มีความเชื่อมั่นที่สืบทอดต่อกันมาหลายทศวรรษโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวจีน เรียกชื่อว่า "ปลามังกร" ด้วยองค์ประกอบ สรีระและลีลาการว่ายที่สง่างามมีสีสันที่ดึงดูดสายตาให้ชวนหลงใหล จึงส่งผลให้อะโรวาน่าครองใจผู้เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดจำนวนมีแต่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น   ทั้งการเลี้ยงเป็นงานอดิเรกและการเลี้ยงเพื่อธุรกิจ สำหรับผู้สนใจรายใหม่คงจะมีคำถามในใจว่า สนนราคาของปลาในกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง จะมีแนวทางการคัดเลือกอะโรวาน่าที่มีคุณภาพดี ทั้งรูปร่าง สีสัน และลีลาที่สวยงามได้อย่างไร ในช่วงแรกเราไปร่วมสนทนากับ คุณภาสกร สุตะพาหะ ผู้เลี้ยงอะโรวาน่าเป็นงานอดิเรก ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยทักษะ ประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ในขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่องและติดตามกระแสความเคลื่อนไหวปลาอะโรวาน่าจากแหล่งผลิตของประเทศเพื่อนบ้านได้แก่  มาเลเซีย  อินโดนีเซีย  ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฯลฯ คุณภาสกร ได้กล่าวถึงแนวทางการจัดการ การเลี้ยงพร้อมทั้งร่วมไขข้อข้องใจจากประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

 การเลี้ยงปลาอะโรวาน่าเป็นงานอดิเรก
     ปลาอะโรวาน่าเป็นปลาที่ต้องการพื้นที่ในการว่ายน้ำมาก ตู้ที่ใช้เลี้ยงควรมีขนาดไม่น้อยกว่า 90 x 45 นิ้ว ขนาดตู้ที่ใหญ่จะช่วยให้ปลาไม่แคระแกร็น หรือหยุดการเจริญเติบโต และควรมีฝาปิดแน่นหนา   เพื่อป้องกันปลากระโดดเมื่อปลาตกใจ  ตู้ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เงียบสงบไม่มีคนพลุกพล่าน  แสงแดดไม่ส่องตู้โดยตรง  ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับปลาอะโรวาน่า เพราะเวลาให้อาหารปลาจะเข้าฮุบเหยื่ออย่างรุนแรง อาจพลาดไปชนท่อหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดอันตรายกับตัวปลาได้ เนื่องจากอะโรวาน่าเป็นปลาที่มีความก้าวร้าว จึงควรที่จะเลี้ยงเพียงตู้ละ 1 ตัว เพื่อป้องกันปลาทำร้ายและกัดกัน
     นอกจากนี้ปลาอะโรวาน่ามีความไวต่อคลอรีนมาก น้ำที่ใช้เลี้ยงต้องปราศจากคลอรีน สำหรับน้ำประปาควรพักอย่างน้อย 1 วัน แล้วจึงนำมาใช้ในการเลี้ยงปลาโดยเปลี่ยนน้ำในตู้ทุกๆ สัปดาห์ ครั้งละไม่เกิน 1ใน 3 ของตู้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผิดน้ำ และควบคุมความเป็นกรดเป็นด่าง ความกระด้างและอุณหภูมิของน้ำอาหารหลักของอะโรวาน่าได้แก่ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน ลูกกบ ปลาเล็ก ๆจำพวกหางนกยูง มอลลี่ ทอง และลูกกุ้งซึ่งจะทำให้ปลาอะโรวาน่ามีสีสันสวยงาม ไม่ควรให้แมลงสาบหรือจิ้งจกเพราะอาจนำเชื้อโรคมาสู่ปลาได้ ปลาเล็กควรให้อาหาร 2-3 ครั้งต่อวัน ปลาใหญ่ให้อาหารวันละครั้ง โดยให้เวลาเดียวกันทุกวัน

 ข้อควรระวังเวลาให้อาหาร
     1. การให้กุ้งเป็นอาหารควรตัดครีบกุ้งออกเพื่อป้องกันอันตรายกับปากและกระเพาะอาหารของปลา
     2. อาหารมีชีวิตแยกเก็บต่างหาก อาหารสะอาด ปราศจากเชื้อโรค
     3. ควรให้อาหารที่มีชีวิตอย่างน้อย 75% ของอาหารทั้งหมดที่ให้อะโรวาน่า
     4. ไม่ควรให้แมลงสาบเป็นอาหารแก่อะโรวาน่า
     5. ไม่ควรให้ลูกกุ้งกับปลาอะโรวาน่าที่มีขนาดเล็กเพราะอาจเป็นอันตรายกับปลาอะโรวาน่าได้

 การดูปลาอะโรวาน่า
ปลาอะโรวาน่าเอเชีย เป็นปลาที่มีราคาสูง เมื่อต้องการซื้อปลาต้องเลือกร้านที่มีคุณภาพ โดยมีวิธีการดูปลาอะโรวาน่าดังนี้
     1. สี ควรมีสีตามสายพันธุ์ สีสันควรมีความเข้มสดใส
     2. รูปร่าง มีลำตัวหนา ครีบต่าง ๆ มีความสมบูรณ์ แผ่กางออกและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
     3. เกล็ด เรียงเป็นระเบียบ มีความเงางามและมีขนาดใหญ่
     4. หนวด ยาวยื่นไปด้านหน้า มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 ข้าง มีสีเดียวกับสีของปลา
     5. ครีบ มีขนาดใหญ่ แผ่กว้าง แต่ละครีบเรียงสม่ำเสมอตลอดทั้งครีบ
     6. เหงือก กระชับ โดยแนบกับหัวและลำตัว เหงือกควรมีความมันวาว
     7. ตา มีขนาดใหญ่เหมาะสม ตาไม่ตก ไม่เป็นฝ้าขาว ดวงตาแจ่มใส
     8. ปาก ปิดสนิท ไม่ยื่นออกมา
     9. ฟัน เรียงอย่างเป็นระเบียบตามแนวของปาก
     10. ช่องขับถ่าย ไม่มีส่วนอื่นยื่นออกมา โดยอยู่ในแนวของครีบทวาร
     11. การว่ายน้ำ สง่างาม และว่ายน้ำอยู่เสมอบริเวณผิวน้ำภายในตู้

          

สี : เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งผู้ซื้อปลาจะให้ความสนใจถึงแม้รูปร่างจะดี แต่ถ้าสีไม่ดีปลาก็จะไม่สมบูรณ์แบบ สีจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของปลา

รูปร่าง : ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป สิ่งแวดล้อมและอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ขนาดตู้ปลามีผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของปลา ตู้ทีมีขนาดเล็กจะทำให้ปลาอะโรวาน่า
ไม่เติบโตและมีรูปร่างแคระแกร็น มีขนาดสั้น ตู้ปลาควรมีขนาด 3 เท่าของความยาวปลา อาหารที่ให้มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ปลา กุ้ง ฯลฯ ไม่ควรให้อาหารมากเกินไป หรือให้อาหารอย่างเดียวเป็นเวลานาน ๆ และจำนวนมาก การให้อาหารต้องมีการควบคุมที่ดีมีผลต่อรูปร่างของปลา

เกล็ด : เกล็ดตัวเป็นเครื่องป้องกันตัวของปลา เกล็ดควรจะเป็นแนวที่เหมาะสม มีรูปร่างเป็นแนวรัศมี เกล็ดไม่ควรมีจุดดำหรือแดง เกล็ดปลาอะโรวาน่าที่หลุดออกสามารถ
งอกขึ้นใหม่ได้ภายใน 3-5 สัปดาห์ การจับปลาจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ปลาตกใจและกระโดดทำให้เกล็ดปลาได้รับความเสียหายได้
          ** วิธีป้องกัน : ไม่ควรจะมีสิ่งมีคมต่าง ๆ   ที่ทำให้ปลาได้รับบาดเจ็บในระหว่างการเลี้ยงต้องดูแลน้ำให้มีคุณภาพดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียจากบาดแผล ถ้า
เกล็ดที่งอกใหม่ไม่อยู่ในรูปร่างเดิม ไม่ควรถอนเกล็ดออก ซึ่งอีกระยะหนึ่งก็จะมีความสวยงามเหมือนเกล็ดเก่า

หนวด : ผู้รักปลาส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับหนวดของอะโรวาน่าเป็นอย่างมาก เปรียบได้กับเขาของมังกร หนวดของปลาจะต้องยาวเท่ากันยื่นไปด้านหน้า มีสีเดียวกับ
สีของลำตัว ต้องไม่ฉีกขาด ครีบบิดงอทำให้ปลาไม่มีคุณค่าหลาย ๆ ท่านคงอยากจะทราบว่า ทำอย่างไรปลาอะโรวาน่าที่เลี้ยงจึงจะมีหนวดสวยงาม    ซึ่งขึ้นกับสภาพแวด
ล้อมของตู้ที่เลี้ยงต้องมีขนาดใหญ่พอที่ปลาสามารถว่ายน้ำได้อย่างอิสระ หนวดปลาถ้าขาดถึงโคนจะไม่งอกอีก หนวดงอกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอายุของปลา      ถ้าปลาที่มีอายุน้อย หนวดงอกได้เร็วกว่าปลาที่มีอายุมาก ดังนั้น การป้องกันไม่ให้หนวดปลาได้รับอันตรายมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
     1. ไม่ควรตกแต่งตู้ปลาหรืออุปกรณ์ที่มีความคม
     2. ไม่ควรให้อาหารตรงริมตู้ปลา โดยให้บริเวณกลางตู้
     3. ไม่ควรเคาะกระจก ทำให้ปลาตกใจกลัว
     4. ปิดฝาตู้ด้วยกระจกหนา ซึ่งไม่มีความคม
หากหนวดที่งอกใหม่บิดงอ ควรถอนออกและให้งอกใหม่

ครีบ : เปรียบเสมือนหางเสือของเรือ ถ้ามีการฉีกขากจะมีผลทำให้ปลาอะโรวาน่า ขาดความสมส่วนในการเคลื่อนไหว และความสวยงาม
ครีบที่สวยงามต้องโค้งเรียบ ไม่มีตำหนิและไม่มีรอยฉีกขาด ดังนั้นการดูแลเริ่มตั้งแต่ปลาขนาดเล็กซึ่งต้องมีพื้นที่เลี้ยงมากพอสมควร ปลาจะได้ว่ายน้ำด้วยความรู้สึกปลอดภัย ภายในตู้ปราศจากของมีคมที่จะทำให้ปลาได้รับบาดเจ็บ หากพื้นที่แคบในช่วงแรกแม้ว่าปลาจะรู้สึกปลอดภัย สามารถว่ายน้ำได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อครีบของปลา แต่เมื่อ
ปลามีขนาดใหญ่ขึ้น จำเป็นต้องขยายตู้ให้เหมาะสมกับขนาดของปลา ทั้งนี้ภายในตู้ไม่ควรตกแต่งด้วยหินหรืออุปกรณ์มีคมและไม่ควรเลี้ยงปลาอื่น ๆ ไว้ในตู้การเคลื่อนย้าย
ปลาที่มีความยาว 15 เซนติเมตรขึ้นไปควรใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ แล้วต้อนให้ปลาเข้าไปในถุง ถ้าครีบหางหักหรือฉีกขาด ครีบหางจะงอกใหม่ได้ หากครีบหักปลาย ๆ ควรวางยาสลบแล้วตัดครีบหางออกด้วยกรรไกรคม ๆ หากครีบว่ายน้ำหักควรดูแลทันที

ตา : ปลาอะโรวาน่าในธรรมชาติเป็นปลาที่หากินบริเวณผิวน้ำ จึงใช้สายตาในการมองหาอาหารบริเวณผิวน้ำ เมื่อนำปลามาเลี้ยงในตู้ สายตาปลาก็จะใช้มองหาอาหารโดย
รอบรวมทั้งด้านข้างและด้านล่างของตู้ปลาตาของปลาที่ดีจะอยู่ตรงกลาง ไม่ยื่นออกมามาก ตาต้องไม่ตกและเคลื่อนไหวนัยน์ตาได้อย่างเป็นธรรมชาตินัยน์ตาสว่างสดใส
ชัดเจน อะโรวาน่าที่เลี้ยงในตู้ ตาของปลามักจะตกลงเนื่องจาก
     1. อาหารที่ให้จมลงพื้นตู้ ทำให้ปลาต้องใช้สายตามองดูอาหารด้านล่าง
     2. ปลามองการเคลื่อนไหวนอกตู้ได้
     3. ปลาไม่ได้ออกกำลังในการว่ายน้ำเท่าที่ควร ทำให้ปลาอ้วนและอ่อนแอ

ปาก : เมื่อปลาหุบปาก ปากต้องปิดสนิท ทั้งปากด้านบนและด้านล่าง ปากด้านล่างไม่ควรมีก้อนเนื้อนูนออกมา ปลาที่เลี้ยงในตู้มักใช้ปากถูกับตู้ ทำให้เกิดมีก้อนเนื้อยื่นออก
มาที่ริมฝีปากด้านล่าง การป้องกัน คือ เพิ่มพื้นที่ของตู้ปลา

ฟัน : นักเลี้ยงปลามักไม่ให้ความเอาใจใส่กับฟันปลามากนัก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ถ้าฟันไม่ดี ปลาก็จะมีสุขภาพไม่ดีตามไปด้วย

เหงือก : เหงือกปลาอะโรวาน่าต้องปิดสนิทแนบกับแก้ม ไม่เปิดอ้าออก

ช่องทวาร : อะโรวาน่าที่มีสุขภาพดี ไม่ควรจะมีส่วนยื่นจากช่องทวาร หากมีส่วนยื่นออกมาจากช่องทวาร แสดงว่าต้องมีปัญหาภายในช่องทวาร

ลีลาการว่ายน้ำ : ปลาที่มีความสวยงามแต่ท่วงท่าการว่ายน้ำไม่สวยงาม ก็จะทำให้คุณค่าของปลาลดลง ลีลาการว่ายน้ำที่สวยงามจะต้องว่ายน้ำในแนวราบ ครีบทุกส่วนกางออกหนวดชี้ตรงไปข้างหน้า สามารถที่จะเลี้ยวกลับตัวได้อย่างสวยงามจะไม่ว่ายน้ำขึ้นลง หรือว่ายในแนวเอียง

 สายพันธุ์ธรรมชาติปลาอะโรวาน่า
     คุณภาสกร สุตะพาหะ กล่าวถึงการแบ่งสายพันธุ์อะโรวาน่าตามธรรมชาติได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ อะโรวาน่าสีทอง อะโรวาน่าสีแดง และอะโรวาน่าสีเขียว สำหรับอะโรวาน่าสีทองมีความแตกต่างของโทนสี 2 ชนิด คือ ชนิดที่พบในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรู้จักในชื่อ Red Tail Golden (ทองหางแดง) และอีกชนิดหนึ่งพบในประเทศมาเลเซีย   ที่มีชื่อรู้จักกันคือ Cross Back Golden  ( ทองคาดหลัง ) สำหรับอะโรวาน่าสีแดง  จะมีข้อแตกต่างในโทนสีระหว่างสีแดงพริก (Chilli Red ) สีแดงเลือด ( Blood Red ) และสีแดงส้ม ( Orange Red ) ซึ่งโทนสีจะไม่แตกต่างกันมากเหมือนอะโรวาน่าสีทอง อะโรวาน่าสายพันธุ์สีแดง จะพบมากในอินโดนีเซีย แถบกะลิมันตัน ส่วนอะโรวาน่าเขียวพบในประเทศ อาทิ ไทย เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สีสันของปลาจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยตามสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศของแต่ละแห่ง ต่อมาได้มีการพบอะโรวาน่าพันธุ์หางเหลืองบริเวณกะลิมันตัน อินโดนีเซีย ทำให้มีการรวบรวมสายพันธุ์ตามธรรมชาติของอะโรวาน่า 7 สายพันธุ์ ดังนี้
1. อะโรวาน่าสายพันธุ์ทองคาดหลัง (Cross Back Golden) ถูกจับโดยชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยตามแม่น้ำหรือทะเลสาบ เช่น มาลายัน ประหังโกลด์เด้น แม่น้ำตรังค์ ลีปรา จีดองส์ โบกัด และทะเลสาบบูกิดมิลา ฯลฯ ปลาอะโรวาน่าปัจจุบันมีราคาค่อนข้างแพง อะโรวาน่าสายพันธุ์ Super Red มีราคาสูงมาก แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่าพันธุ์
ทองคาดหลัง เพราะจำนวนปลาที่ออกสู่ตลาดยังมีไม่มากนัก เนื่องจากฟาร์ม สิงคโปร์และมาเลเซียมีจำนวนจำกัด สายพันธุ์ Super Red ส่งออกตลาดมากกว่านับว่ามีส่วนสร้างสีสัน   ความสวยงามและเสน่ห์ของปลาอะโรวาน่าอีกด้วย
      สายพันธุ์ทองคาดหลังนั้นอยู่ที่เส้นซึ่งมีประกายทองของแถบต่าง ๆ บนลำตัวปลา ต่างจาก  Red  Tail Golden จะมีแถบทองในช่วงที่ 4 ขึ้นไป (นับจากท้อง) แถบสีแดงของพันธุ์ทองคาดหลัง (Cross Balk Gloden) แสดงให้เห็นชัดเมื่อโตเต็มที่สีจะเข้มมากขึ้นเมื่อแก่ตัวลงแถบสีแดงนั้นกล่าวกันว่าจะคาดจากลำตัวด้านหนึ่ง
ไปอีกด้านหนึ่งโดยมีสีม่วงเป็นหลัก ส่วนสีอื่น ๆ เช่น น้ำเงิน เขียว ทอง ซึ่งเป็นสีที่นิยมและมีราคาสูงในญี่ปุ่น คือ ทินแฟรมพื้น ม่วงครอสแบค ทินเฟรม หมายถึง แถบทั้งหมดมีสีม่วงมากกว่าสีแดง สีทองจะปรากฎเพียงแถบที่อยู่ขอบริมและด้านนอกเท่านั้น จึงแลดูสง่างาม อะโรวาน่าสีม่วงครามกับแถบสีแดงคลุมด้วยเกล็ดสีทอง
      เมื่อลูกปลามีขนาด 7-8 เซนติเมตร จะมองเห็นเกล็ดที่ปกคลุมเป็นประกายทองตามด้วยสีเหลืองแกมเขียวบาง ๆ ตลอดตัว เมื่อมีขนาด 9-10 เซนติเมตร   จะมีสีม่วงที่พื้นแถบที่ 4 ( สำหรับปลาสีม่วง ) และขนาดที่จำหน่าย 12-15 เซนติเมตร ซึ่งสีสันจะเพิ่มไปถึงแถบที่ 5 อย่างน้อย ( ครีบหลัง ) ประมาณ2 ปี ปลาจะมีสีทองประกายตลอด
ทั้งตัว ด้วยสีสันดังกล่าวทำให้ Red Tail Golden ตั้งแต่ส่วนหางและครีบมีสีเหมือนกัน แต่ในบางครั้ง Cross BackGolden อาจมีสีครีบไม่เข้มสำหรับลักษณะสีที่ใกล้เคียงกับ Red Tail Golden มากจึงเป็นจุดสำคัญทั้งนี้ผู้เริ่มต้นเลี้ยงควรขอรับคำแนะนำจากผู้รู้ก่อนจะซื้อ\ปลาที่มีราคาสูงหรือซื้อจากฟาร์มและร้านจำหน่ายปลาที่เชื่อถือได้

2. Super Red หรือ First Grade Red ( แดงเกรดหนึ่งหรือซูเปอร์เรด ) การเรียกชื่อนี้ในวงการปลาอะโรวาน่าจะรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี รวมถึง Chilli  Red ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จะเพาะพันธุ์ Super Red ซึ่งตลาดมีความต้องการสูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นอันดับสองรองจาก Cross Back Golden ในด้านราคา แต่อย่างไรก็ตามอะโรวาน่าแดงยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นที่ยึดถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม คือ สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล   ด้วยความนิยมดังกล่าว   ยากที่สายพันธุ์สีทองจะมาแทนที่ได้  บางรายก็เลี้ยงถึง 9 ตัว
      แหล่งกำเนิดของอะโรวาน่าแดงอยู่แถบหมู่เกาะกะลิมันตันตะวันตกในอินโดนีเซีย พบที่กะปัวและทะเลสาบเซนทารัม โดยชนเผ่าพื้นเมืองอิบัน ชาวอิบันจะมีความใกล้ชิดผูกพันอยู่แบบลักษณะเป็นกลุ่ม เมื่อปี พ.ศ. 2513 ชาวอิบันได้นำอะโรวาน่ามาประกอบอาหารต่อมาในปี พ.ศ. 2525-2528 ชาวอิบัน ได้รับการว่าจ้างจากผู้เพาะเลี้ยงให้จับปลาเพื่อนำไปขยายพันธุ์ โดยใช้ตาข่าย 2 ผืน  ควบคู่กับหมวกที่มีไฟฉายติดเป็นอุปกรณ์ในการจับปลาเหล่านี้  โดยปลาอะโรวาน่าจะซ่อนตัวตามพุ่มไม้และบริเวณริมฝั่ง ในหนองและแม่น้ำ เมื่อปลาเห็นแสงสว่างมาใกล้จะกระโจนพรวดขึ้นเหนือน้ำทันทีทำให้ถูกจับไปขาย ในเวลากลางวัน อะโรวาน่าจะซ่อนตัวบริเวณน้ำลึกกลางทะเลสาบ และจะมาอยู่ตามชายฝั่งบริเวณผิวน้ำเฉพาะกลางคืน เนื่องจากตอนกลางคืนปริมาณออกซิเจนในทะเลสาบค่อนข้างเบาบางลง
     ฤดูกาลจับปลาของทุกปี คือ ช่วงเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งปลาตัวผู้ที่ถูกจับขึ้นมาได้ 10 ตัวจะมีลูกปลาติดมาด้วยโดยอมไว้ในปากประมาณ 10-30 ตัว
     สีของอะโรวาน่าแดงพันธุ์ต่าง ๆ จะแสดงให้เห็นตั้งแต่อายุประมาณ 1 ปี อย่างช้าถึง 10 ปี โดยเฉลี่ย 4-5 ปี ส่วนมากจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีส้ม และสีส้มเป็นสีแดงอ่อน และสุดท้ายเป็นสีแดงเข้ม
     ปัจจุบัน Super Red ที่รู้จักมี 3 สายพันธุ์ แบ่งตามแหล่งกำเนิดที่ค้นพบซึ่งแตกต่างกันออกไป

3. Chilli Red (ชิลลี่ เรด หรือ แดงพริก) เป็นอะโรวาน่าที่พบทางตอนใต้ของทะเลสาบเซนทารัม ปัจจุบันเป็นอะโรวาน่าสีแดงที่มีราคาแพงที่สุด ลำตัวอาจจะมีสีน้ำเงินเป็นสีพื้น ที่เกล็ดหรือผิวหนังส่วนหัวเป็นสีเขียว เกล็ดบางทำให้เห็นสีแดงเข้ม มีเหงือกสีแดงสด ครีบและครีบหางใหญ่ ถึงแม้ว่าปลายังมีขนาดโตไม่เต็มที่ก็สามารถมองรูปลักษณ์ของอะโรวาน่าชนิดนี้ได้คือ ตาโต ครีบหางเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน การว่ายที่คล่องแคล่ว ส่วนหัวและปากแหลม ครีบสีแดง โดยเฉพาะครีบที่หน้าอก ระยะความห่างระหว่างตาทั้งสองข้างจะเท่ากับระยะห่างระหว่างตากับส่วนสูงสุดของปาก เกล็ดมีสีเขียวเหลืองหรือส้มเจืออยู่ สีสันดังกล่าวจะเห็นเต็มที่ในช่วงอายุประมาณ 1 ปี หรือมากกว่า 4 ปี

4. Blood Red (บลัดเรด หรือ แดงเลือด) เป็นอะโรวาน่าที่พบในแถบตอนเหนือของทะเลสาบเซนทารัม ปลาที่มีขนาดโตเต็มที่จะมีลักษณะเกล็ดที่บาง เหงือกสีแดง ครีบสีแดง รูปร่างเพรียวยาวกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ จะแสดงสีสันในช่วงอายุ 1 ปีขึ้นไป ราคาอาจถูกกว่า ชิลลี่ เรด ( Chilli Red ) เพราะมีจำนวนมากกว่า สำหรับปลาซึ่งยังไม่โตเต็มที่ รูปร่างจะยาว ครีบเล็ก ตาเล็ก ครีบมีสีแดง ครีบหางกลม หัวและปากไม่แหลมมาก เกล็ดจะมีสีเขียวอ่อนและสีชมพูเจืออยู่
     นอกจากนี้ได้มีการค้นพบอะโรว่าน่า Orange Red (สีแดงส้ม) ในแม่น้ำเกตังกู และสาขาของแม่น้ำเกตังกู รูปร่างของปลาตัวนี้ค่อนข้างยาวกว่าบลัดเรด (สีแดงเลือด) เมื่อโตเต็มที่มีความยาวถึง 90 เซนติเมตร เหงือกสีส้มแดง เกล็ดเป็นสีส้มเท่านั้น ครีบเป็นสีส้มแดง บางตัวเป็นสีเหลือง สำหรับลูกปลาที่มีสายพันธุ์ไม่ดี ลูกปลาจะมีหัวและปากกลมกว่า สีเกล็ดไม่สดใสเหมือนบลัดเรด และชิลลี่ เรด มักจะปรากฏเป็นสีมัว ๆ ตาจะเล็กกว่า ชิลลี่ เรด เป็นปลาราคาถูกที่สุดในประเภทอะโรวาน่า และไม่เป็นที่นิยมของผู้เลี้ยง

5. Red Tail Golden (ทองหางแดง) ในบรรดาอะโรวาน่าสายพันธุ์อินโดนีเซีย โกลด์เด้น (ทองอินโด) สุมาตรา โกลด์เด้น แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจาก Cross Back Golden (ทองคาดหลัง) และ Super Red แต่หลังจากที่ฟาร์มในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ขึ้นมาได้ ยิ่งทำให้ความเข้าใจและพึงพอใจในทองหางแดงมากขึ้น เพราะปลาสายพันธุ์นี้ให้ความคุ้มค่ามากในเงื่อนไขราคา และความสวยงามที่ปรากฏให้เห็นราคาที่สมดุล ถูกกว่าทองคาดหลัง และซูเปอร์เรด แต่ราคาสูงกว่าอะโรวาน่าพันธุ์สีเขียว สวยกว่าในราคายุติธรรม ซึ่งราคาอาจจะต่ำลงไปอีกก็เป็นได้หากมีปริมาณมากจนล้นตลาดของฟาร์มที่ผลิตจากทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว
     แหล่งกำเนิดของอะโรวาน่าชนิดนี้อยู่บนเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซียที่แม่น้ำเปกันมารู ( Pekanbaru ) และแม่น้ำกัมพาร์ ( Kampar ) ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้จะมีอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ คือ ส่วนของกระหม่อมที่เป็นสีดำหรือน้ำตาลเข้มห้อมล้อมเกล็ดแถวที่ 5-6 ทั้งหมด ตั้งแต่เกล็ดแถวที่ 4 ขึ้นไป ถึงจะมีสีทองเจืออยู่ทั้งหมดก็ไม่เหมือนสายพันธุ์ทองคาดหลัง ครีบหางส่วนบน 1 ใน 3 เป็นสีเขียวเข้มคล้ายกับที่ครีบหลังอีกสองส่วนตรงครีบหาง ครีบทวาร ครีบเชิงกรานและครีบอกเป็นสีส้มแดงทั้งหมดค่อนข้างคล้ายกับพันธุ์ซูเปอร์เรด

6. Green (อะโรวาน่าเขียว) จากไซเตสทั้งหมดที่คุ้มครองเอเชียอะโรวาน่า อะโรวาน่าพันธุ์เขียวมีราคาต่ำที่สุดที่มีจำหน่ายอย่างกว้างขวางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟาร์มที่ได้รับอนุญาตจากไซเตส ส่วนใหญ่ยังมีการเพาะพันธุ์ต่าง ๆ เพราะตลาดในญี่ปุ่นยังมีความต้องการสูง โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนจึงเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลยของผู้นำเข้าชาวญี่ปุ่นที่จะซื้อลูกปลา 400-500 ตัวในแต่ละครั้ง
     อะโรวาน่าเขียวมีทั้งแบบเกล็ดใสและทึบ ซึ่งจะมีเส้นข้างลำตัวโดยเฉพาะจึงดูสะดุดตา ระหว่างเกล็ดมีสีเขียวอมเทา เมื่อปลามีขนาดพอประมาณแล้วจะมีสีน้ำเงินและสีม่วงเจืออยู่ตรงส่วนบนของลำตัวปลาที่เจริญเติบโตเต็มที่จะมีหัวที่กลมและเล็กกว่า ซึ่งดูแตกต่างจากปลาสายพันธุ์อื่น ๆ ปลาที่ยังโตไม่เต็มที่เมื่อเปรียบเทียบดูแล้วจะน่าดูกว่าปลาที่มีขนาดโตเต็มที่เพราะส่วนหัวที่แลดูไม่สมส่วนเท่าไรนัก

7. Yellow Tail (อะโรวาน่าเหลือง) โดยทั่วไปจะเรียก อะโรวาน่าเหลือง หรือ อะโรวาน่าหางเหลือง ซึ่งมีครีบเป็นสีชมพูขณะที่ยังโตไม่เต็มที่ และสีนี้จะหายไปเมื่อโตเต็มที่แล้ว สีครีบทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีค่อนข้างเหลืองจึงเป็นที่มาของชื่อ โดยสันนิษฐานว่าปลาสายพันธุ์นี้เป็นผลของการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างซูเปอร์เรดกับทองหางเหลืองหรืออะโรวาน่าเขียวในป่า   แต่ความจริงแล้วเป็นไปตามสายพันธุ์ของมันเอง  เนื่องจากข้อบกพร่องในเรื่องของสีสัน  จึงทำให้ปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์นี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมดังเช่นอะโรวาน่าสายพันธุ์อื่น ๆ มีฟาร์มเพียงไม่กี่แห่งที่เพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้ เพราะความต้องการของตลาดไม่มากนักและราคาต่ำ นอกจากนี้ยังมีการนำมาผสมข้ามสายพันธุ์กับซูเปอร์เรดเพื่อให้ลูกออกมามีสีแดงขึ้น  ปลาอะโรวานาชนิดนี้มีจำนวนมากในแม่น้ำ  กระจายอยู่รอบ ๆ  เมืองทางตอนใต้ของเมืองกะลิมันตัน (Kalimantann) กับปัญจะมาสินธุ์ (Banjamasin)

 อะโรวาน่าสายพันธุ์ใหม่
     จุดสำคัญของการเพาะอะโรวาน่าสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาก็เพื่อผลิตพันธุ์ปลาอะโรวาน่าที่น่าสนใจ และเพื่อจำหน่ายอะโรวาน่าสายพันธุ์แปลกใหม่ที่มีการพัฒนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักของผู้เพาะเลี้ยงทั้งหลาย การเพาะพันธุ์อะโรวาน่าสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาต้องใช้เวลานาน 8-9 ปี เพราะแต่ละรุ่นต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าปลาจะเติบโตเต็มที่ แต่ถึงกระนั้นการเพาะพันธุ์ได้เพียง 2 รุ่นก็จะถือว่าเป็นสายพันธุ์ได้แล้วสำหรับอะโรวาน่า เจ้าของฟาร์มจำเป็นต้องมีความอดทนและมีเงินทุนสำหรับการเพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์ใหม่ให้สำเร็จ
1.) 1.5 Grade Red หรือ "ปัญจาเรด (Banjar Red)"
     เป็นอะโรวาน่าสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างซูเปอร์เรดกับเยลโลเทล หรือกรีนอะโรวาน่า ลักษณะของปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์นี้จะมีสีพื้นของลำตัวเป็นสีเขียวและสีแดงบ้างที่ครีบ บางครั้งอาจจะพบจุดสีแดงทางด้านล่างของปากหรือด้านล่างของตัวปลาด้วย ปลาบางตัวที่มีคุณภาพดีกว่าจะมีครีบสีแดงมากเหมือนซูเปอร์เรด แต่หนวดและปากจะไม่มีสีแดง
     ในขณะที่เป็นลูกปลา ปากของมันจะกลมกว่าเมื่อเทียบกับซูเปอร์เรด ลายดำบนครีบหลังทั้ง 3 จะเรียงเป็นแนวตามรูปร่างของครีบ ไม่เหมือนซูเปอร์เรด ซึ่งมีลักษณะไขว้กับครีบที่เป็นแฉกแข็ง ในปัจจุบันมีฟาร์มต่าง ๆ จากทั้ง 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ จำนวนไม่มากนักที่เพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้เนื่องจากราคาต่ำแต่บางครั้งก็มีผู้จำหน่ายที่ไร้คุณธรรมบางส่วนที่หลอกว่าเป็นซูเปอร์เรดเพื่อให้ขายได้ในราคาที่สูง นี่ก็เป็นข้อควรระวังสำหรับผู้เลือกซื้อ

2.) 2 Grade Red
     เป็นอะโรวาน่าที่ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างเยลโลเทลกับกรีนอะโรวาน่าพันธุ์ต่าง ๆ โดยใช้พ่อ-แม่พันธุ์ที่มีลักษณะไม่ดีนัก อะโรวาน่าสายพันธุ์นี้ไม่เป็นที่นิยมเพาะพันธุ์กันมีเพียงไม่กี่ฟาร์มในอินโดนีเซียที่เพาะเลี้ยง

3.) High Back Golden
     เป็นอะโรวาน่าที่ได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างครอสแบคโกลด์เด้นกับเรดเทลโกลด์เด้น เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่สูงขึ้นเป็นไฮเกอร์แบคเรดเทลโกลด์เด้น

4.) Goledn Red
     เป็นอะโรวาน่าสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างอะโรวาน่าแดงพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆกับครอสแบคโกลด์เด้นพันธุ์ต่าง ๆ ลูกที่ได้ออกมาจะมีสีทองเข้มเจืออยู่บนเกล็ด
สีชมพูอมฟ้า

5.) Platinum White
     แพลตทินั่ม ไวท์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "อะโรวาน่าหิมะ" เป็นอะโรวาน่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างไร ยังคงถูกเก็บเป็นความลับทางการค้าอยู่    โดยพื้นฐานอะโรวาน่าสายพันธุ์นี้ใหญ่มาก สีจะออกเป็นสีขาวหรือสีเงินหรือสีโลหะที่เปล่งปลั่ง แต่ดูจากลักษณะแล้วคาดกันว่าน่าจะมีกำเนิดมาจากอะโรวาน่าเขียว ซูเปอร์เรด และครอสแบคโกลด์เด้น จึงมีลักษณะออกมา ได้เช่นนี้ ยกเว้นแต่ลูกปลาซูเปอร์เรด  แพลตทินั่ม  ซึ่งจะมีสีแดงที่ครีบบ้างหรือสีขาว / เหลืองที่ครีบ  จำนวนที่ผลิตได้และส่งออกจำหน่ายยังมีน้อยกว่าความต้องการ ดังนั้นราคาจึงค่อนข้างสูงตลาดใหญ่อย่างญี่ปุ่นยังมีไม่ถึง 10 ตัว ในขณะที่ความต้องการมีมากกว่านั้น

การเลือกซื้อปลาอะโรวาน่า
     เมื่อปลายสิบปีก่อนปลาอะโรวาน่าที่เลี้ยงมาจากการจับในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือที่เรียกว่า "ปลาป่า"   ซึ่งการจับปลาลูกปลาต้องทำลายพ่อแม่ปลา เพื่อเอาลูกที่อยู่ในปาก บางประเทศจึงห้ามนำเข้า ต่อมามีการทำฟาร์มอะโรวาน่าและการเพาะขยายพันธุ์ได้จึงมีการติดชิพเพื่อได้ตรวจสอบว่าเกิดจากการเพาะพันธุ์ในฟาร์ม นักเลี้ยงปลาอยากได้ปลาอะโรวาน่าที่สวยงามไปเลี้ยง โดยเฉพาะอะโรวาน่าแดงมีราคาแพงตัวหนึ่งหลายหมื่นบาท
     ** ขนาดปลาที่ขาย ส่วนใหญ่มีความยาว 3-5 นิ้ว เป็นปลาขนาดเล็ก ราคายังไม่แพงมาก ปลาขนาด 10 นิ้ว ขึ้นไปส่วนใหญ่เห็นสีของปลาได้ชัดเจนมากกว่าปลาเล็ก สนนราคาแพงกว่า 1 เท่าตัว ผู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่าส่วนใหญ่มักจะซื้อปลาขนาด 3-5 นิ้ว ซึ่งมีวิธีเลือกดูปลา ดังนี้
     1. เกล็ดปลา จะเห็นความแตกต่างขณะที่ปลาว่ายกลับตัวจากมุมตู้ซึ่งเกล็ดจะสะท้อนกับแสงแดด หรือแสงไฟในตู้ปลา ถ้าปลามีเกล็ดออกสีน้ำเงิน สีม่วง สีฟ้า แสดงว่าคุณภาพปลาเมื่อโตขึ้นจะออกสีแดงสวยงามมาก
     2. สีหางของปลา ครีบส่วนบน ครีบส่วนล่างและหางปลาต้องแดงและกางออกอยู่ตลอดเวลา คล้าย ๆ กับปลากัด
     3. ลักษณะปากปลา ต้องปิดสนิทพอดี ปากบนไม่ควรเกยปากล่างหรือปากล่างไม่เกยปากบน
     4. ชั้นของวงเกล็ด ดูเกล็ดที่วาวของปลาให้สูงขึ้นถึงแนวหลังให้มากที่สุด
     5. หนวดปลา มี 2 เส้นขนาดสม่ำเสมอชี้ไปข้างหน้าในระดับที่เท่ากัน
     6. ส่วนหัวของปลา จะโค้งเว้าเล็กน้อย เมื่อปลาโตขึ้นจะดูคล้าย ๆ ช้อน ซึ่งนักเลี้ยงปลาเรียกว่า "ช้อนเงิน-ช้อนทอง"

 ปัญหาและโรคในปลาอะโรวาน่า อาทิ
     1. ตาปลาขุ่นหรือปลาเป็นแผล หางแตก เชื้อราตามเกล็ดปลา
     2. หนอนสมอ ปลาที่เป็นหนอนสมอ จะว่ายน้ำสะบัด งอตัว และมีการขับเมือก โดยดูที่หลังจะเห็นได้ชัดเจน และมีเส้นขาว ๆ เกาะตามหางปลาการฝึกให้ปลากินอาหารที่ไม่มีชีวิต เช่น กุ้งหรือปลาควรให้ตอนที่ปลาหิว ซึ่งเป็นช่วงที่ปลามารอกินอาหารโดยโยนอาหารไปข้างหน้าตัวปลา เมื่ออาหารกระทบ
น้ำปลาอะโรวาน่าจะกระโจนไปกินทันทีในช่วงแรกปลายังไม่คุ้นเคยจะคายออกมาให้ช้อนออก วันรุ่งขึ้นให้ใหม่อีก เมื่อปลาเริ่มกินแล้วจะมีการเจริญเติบโตดี และมีสีสันสวยงาม

 การเลือกทำเลที่ตั้งฟาร์ม มีข้อควรพิจารณาดังนี้
     1. อยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
     2. ดินเป็นดินเหนียว ทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้ดี
     3. น้ำควรมีความเป็นกรดเป็นด่าง 5-6 และหลังการพักน้ำค่าความเป็นกรดเป็นด่างเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 ซึ่งเหมาะในการเพาะเลี้ยงอะโรวาน่า
     4. อยู่ใกล้แหล่งสาธารณูปโภค การคมนาคมสะดวกมีไฟฟ้าพร้อม
     5. อยู่ใกล้แหล่งอาหารที่จะนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงอะโรวาน่า

 การเตรียมบ่อดิน
     ในกรณีที่เป็นบ่อใหม่ใช้ปูนขาวโรยให้ทั่วเพื่อลดความเป็นกรด อัตราปูนขาว 10 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ข้อควรระวังไม่ควรเติมปูนขาวมากเกินไป จะทำให้น้ำเป็นด่างหรือมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างสูง ทั้งนี้ควรเติมปูนขาว 2-3 สัปดาห์ และรอให้บ่อแห้งแตกระแหงและมีหญ้าขึ้น
     ก่อนที่จะเติมน้ำในบ่อ ความลึกของบ่อดิน 2-3 เมตร ทิ้งบ่อไว้อย่างน้อย 1 เดือนก่อนปล่อยปลา การพักบ่อจะทำให้สิ่งแวดล้อมในบ่อปรับสมดุลตามธรรมชาติ
     การทดสอบค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำมีความจำเป็น เพราะน้ำในบ่อมักมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างที่ 8 - 9 บ่อขนาดใหญ่จะมีสภาพเป็นด่างสูง เนื่องจากมีพืชน้ำสีเขียวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและตายลง ทำให้น้ำมีสภาพเป็นด่างสูง การเติมปุ๋ยธรรมชาติในน้ำเขียวจะทำให้แพลงก์ตอนเจริญเติบโตส่งผลให้น้ำในบ่อมีสีเขียวหรือสีน้ำตาลซึ่งแพลงก์ตอนสัตว์กินแพลงก์ตอนพืช เป็นห่วงโซ่อาหาร และตกตะกอนเป็นโคลนที่พื้นบ่อ
     เมื่อเตรียมบ่อพร้อมแล้วทดลองปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลาสอด เพื่อทดสอบคุณภาพน้ำ ถ้าปลาเหล่านี้สามารถมีชีวิตได้ดี ก็ลองใส่อะโรวาน่าไป 1 ตัวก่อน หลังจากนั้น 2-3 วัน สังเกตดูว่า อะโรวาน่าตัวแรกไม่มีปัญหาก็ปล่อยปลาอะโรวาน่าที่ต้องการเพาะเลี้ยงลงบ่อได้ แต่ต้องระวัง คือปรับสภาพน้ำและอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกันก่อนปล่อยปลาลงบ่อ   ในช่วงเช้าหรือเย็นภายในบ่อจะมีพืชน้ำบ้าง   เพื่อความสมดุลทางธรรมชาติ  เช่น  ผักตบชวา จอกแหน บัว ฯลฯ  โดยตอนกลางวันพืชน้ำจะใช้แสงแดดในการสังเคราะห์แสง   เป็นร่มเงาและเพิ่มปริมาณออกซิเจนในบ่อปลาทั้งยังช่วยกำจัดของเสียในน้ำ ได้แก่ ไนโตรเจน แอมโมเนีย  ไนโตรและยูเรีย  สำหรับพืชน้ำต้องไม่เกินกว่า 50% ของผิวน้ำหน้าบ่อ

 ความหนาแน่นของปลาในบ่อ
     บ่อขนาด 900 ตัน กว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร ลึก 2 เมตร ปล่อยพ่อแม่ปลา 50-80 ตัว ขนาด 45 เซนติเมตรขึ้นไป อัตราส่วน 1 : 1 พ่อแม่ปลาจะจับคู่ตามธรรมชาติปลาที่มีความสมบูรณ์จะสังเกตเพศได้ 70-80% คือ ตัวผู้จะมีครีบอกใหญ่ สีเข้ม ปากล่างลึกกว่าตัวเมีย ความแตกต่างของเพศปลาอะโรวาน่า จะทราบได้แน่นอนเมื่อปลามีอายุ 3-4 ปี และดูจากการอมไข่ของปลาเพศผู้

 การดูแล
     ควรตรวจดูคุณสมบัติน้ำในบ่อทุกสัปดาห์ โดยใช้ pH มิเตอร์ เครื่องตรวจแอมโมเนีย เครื่องวัดการละลายออกซิเจนอัตโนมัติ ก็จะช่วยให้การตรวจสอบได้ถูกต้อง  และหากมีสิ่งผิดปกติก็สามารถแก้ไขได้รวดเร็ว เวลาที่ควรวัด pH คือ ช่วงเช้าถ้ามีฝนตกน้อยหรือไม่มีฝนตกเลย จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำทุก ๆ สัปดาห์ประมาณ 20-30% แล้วเติมน้ำใหม่
     เวลาให้อาหาร ควรให้ตอนเช้าและเย็นจะดีที่สุด ทั้งนี้ไม่ควรเปลี่ยนเวลาและตำแหน่งที่ให้อาหาร เพื่อให้อะโรวาน่าคุ้นเคย เมื่อถึงเวลาปลาจะมารวมกัน ณ จุดที่เคยให้อาหาร ปริมาณอาหารที่ให้ 1-2% ของน้ำหนักตัวปลา (เนื้อปลา กุ้งสด ลูกกบ จิ้งหรีด ปลาเหยื่อ) ต้องระวังไม่ควรให้อาหารมากเกินไป อาหารที่เหลือและกินไม่หมดจะทำให้เกิดแอมโมเนียในบ่อซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพของอะโรวาน่า อะโรวาน่าขนาดโตเต็มที่แล้วควรให้อาหารวันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน (2 วันต่อครั้ง) สำหรับพ่อแม่พันธุ์อ้วนมีไขมันมากเกินไปจะมีผลต่อการสืบพันธุ์ทำให้การวางไข่น้อยลง

 การจับคู่ของอะโรวาน่า
     อะโรวาน่าจะว่ายน้ำคู่กันจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของบ่อ การจับคู่จะเริ่มเมื่อปลาอายุ 2 ปี ขนาดความยาว 40 เซนติเมตร แต่จะวางไข่เมื่ออายุประมาณ 3 ปีการจับคู่ก่อนหน้าก็เป็นเพียงการดูเชิงกัน
     วัยเจริญพันธุ์ของอะโรวาน่าสีทอง (ทองมาเลย์ และทองอินโด) เมื่ออายุ 3 ปี อะโรวาน่า สีแดง Super Red วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่า 1-2 ปี ในช่วงอายุ 4-5 ปี หรืออาจถึง 6 ปี อะโรวาน่าเพศเมียอายุน้อยที่สุดพบว่ามีไข่ในท้องมีอายุ 2 ปี ขนาด 40 เซนติเมตร ไข่จะมีขนาดเล็กและมีจำนวนน้อย เนื่องจากยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์
     การจับคู่อะโรวาน่า จะเกิดขึ้นได้ทุก ๆ สภาพในบ่อบางครั้งอาจจับคู่กลางบ่อหรือริมบ่อ ส่วนใหญ่มักจะจับคู่บริเวณที่มีร่มเงาของบ่อ เมื่อตัวเมียวางไข่แล้วตัวผู้จะอมไข่ไว้ในปาก การจับคู่ของอะโรวาน่าทำได้ตลอดทั้งวันแต่โดยมากจะเป็นตอนเช้า หรือตอนเย็นในช่วงอากาศเย็น อะโรวาน่าจะถูกกระตุ้นโดยสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ พ่อแม่
ปลาจะเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมและวางไข่ในที่เดิม ตัวผู้คอยปกป้องคู่ของมันจากปลาตัวอื่น
     การวางไข่ อะโรวาน่าจะวางไข่ครั้งละ 30-40 วินาทีแล้วพักประมาณ 1 นาที เพื่อวางไข่ชุดต่อไป ในช่วงการจับคู่อะโรวาน่าจะกินอาหารน้อยลง ทำให้ผู้เลี้ยงทราบว่า ถ้าอะโรวาน่ากินอาหารน้อยลงก็หมายความว่าอะโรวาน่าใกล้จะจับคู่แล้ว
     บ่อเพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าควรเป็นบ่อดินจะดีกว่า บ่อคอนกรีตและบ่อไฟเบอร์กลาส เพราะบ่อดินอยู่กลางแจ้งจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ง่ายอันเนื่องมาจากลมฟ้าอากาศ คุณสมบัติของดิน แสงแดด ฯลฯ สำหรับพื้นที่ที่มีฝนตกชุกจะมีปัญหาเรื่องน้ำมีความเป็นกรดเป็นด่าง ถ้าฝนตกน้ำจะมีสภาพเป็นกรดหรือมีความเป็นด่างต่ำ ทั้งนี้บ่อเพาะพันธุ์ควรให้ได้รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 10-17 ชั่วโมง ซึ่งจะมีผลดีต่อสุขภาพ และการผสมพันธุ์ของปลาอะโรวาน่าอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวัน 28-32 องศาเซลเซียส กลางคืนควรมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิไม่ควรลดต่ำลงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้อะโรวาน่าไม่แข็งแรงและป่วยได้
     จากข้อจำกัดในเรื่องอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเพาะขยายพันธุ์อะโรวาน่าจึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีอุณหภูมิค่อนข้างเย็น ไม่สามารถเพาะพันธุ์อะโรวาน่าเชิงการค้าได้ โดยมีการนำเข้าอะโรวาน่ามากที่สุดในโลก
     ขนาดบ่อเพาะพันธุ์อะโรวาน่าแต่ละประเทศจะมีขนาดแตกต่างกัน สำหรับ่อในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียจะมีขนาดเล็กเป็นบ่อสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร ลึก 1 เมตร ส่วนในประเทศอินโดนีเซียบ่อจะมีความยาวมาก บางแห่งยาว 200 เมตร กว้าง 15 เมตร ลึก 3 เมตร เนื่องจากอินโดนีเซียมีพื้นที่ว่าง แต่บ่อขนาดใหญ่มีข้อเสียคือ การรวบรวมลูกปลาทำได้ยาก รวมไปถึงการให้อาหารและการดูแลอีกด้วย

     ต่อไปนี้จะขอพาท่านไปเยี่ยมชมฟาร์มปลาอะโรวาน่า "แกรนด์ อะควอเรี่ยม ฟาร์ม" ตั้งอยู่เลขที่ 6 ปากซอยพัฒนาการ 56 พบกับคุณสิทธิธรรม เรืองจรุงพงศ์ ซึ่งเป็นอีกท่านหนึ่งที่มีความรักทุ่มเทกำลังกาย กำลังทรัพย์ และสละเวลามาดูแลปลา นับเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับวัยรุ่นไทยที่รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง ครอบครัว และเพื่อน ๆ กลุ่มเดียวกันได้อีกด้วย

แกรนด์ อะควอเรี่ยมฟาร์ม เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาชนิดใดบ้างคะ
คุณสิทธิธรรม : แกรนด์ อะควอเรี่ยมฟาร์ม ก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าซึ่งได้ดำเนินการ 2 ? ปีแล้ว
จากจุดเริ่มต้น 2 ? ปี ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์มาจากใคร
คุณสิทธิธรรม : หากจะกล่าวถึงประสบการณ์ ได้รับการถ่ายทอดมานับสิบปีตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ สมัยก่อนคนเลี้ยงปลาอะโรวาน่าจะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กระแสความเคลื่อนไหวก็คงที่ไม่ขึ้นลงเหมือนในปัจจุบันนี้
เพราะเหตุใดการเลี้ยงปลาอะโรวาน่าจึงอยู่ในวงจำกัด
คุณสิทธิธรรม : ปัจจัยที่ทำให้การเลี้ยงปลาอะโรวาน่าอยู่ในวงจำกัดคือ
     1. มีราคาสูง
     2. ความรู้เรื่องสายพันธุ์มีน้อย
     3. ขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง
การเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจได้มีการสั่งสมมานานมากน้อยเพียงใด
คุณสิทธิธรรม : คุณพ่อชอบเลี้ยงปลาและสอนให้ลูกรักและรู้จักการเลี้ยงปลา   โดยเฉพาะปลาที่คุณพ่อเลี้ยงนั้นส่วนใหญ่เป็นปลาแม่น้ำจากแหล่งต่าง ๆ เช่น  ปลาบึก ปลากระโห้ ปลายี่สก รวมทั้งปลาอะโรวาน่า ก็ได้มีการเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งการให้อาหารปลา การเปลี่ยนถ่ายน้ำ และศึกษาเพิ่มพูนความรู้จากหนังสือ รวมทั้งไปเยี่ยมฟาร์ม ฯ ด้วย
การดูความงดงามของปลาอะโรวาน่านั้นจะสังเกตได้อย่างไร
คุณสิทธิธรรม : ในบรรดาปลาน้ำจืด ปลาอะโรวาน่าถือได้ว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามมาก จัดเป็นสุดยอดปลาน้ำจืดสวยงาม คือ มีความงดวามทั้งสีสัน ลักษณะลีลาการว่ายน้ำ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
พันธุ์ปลาอะโรวาน่ามีกี่สายพันธุ์ ปัจจุบันผู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่านิยมสายพันธุ์ใด
คุณสิทธิธรรม : ปลาอะโรวาน่ามีอยู่รอบโลก ตามแนวเส้นศูนย์สูตร ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมเกือบทุกทวีปจะมีสายพันธุ์ปลาอะโรวาน่า ซึ่งแตกต่างกันในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัยเช่น ทวีปเอเชียมีอะโรวาน่าอินโด อะโรวาน่ามาเลย์ อะโรวาน่าไทย (ตะพัด) อะโรวาน่าออสเตรเลีย อะโรวาน่าแอฟริกาใต้ ซึ่งปลาจะมีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ความนิยมของผู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่าจะเป็นปลาจากที่ไหน
คุณสิทธิธรรม : ปลาอะโรวาน่าจากเอเชียเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีสีสวยกว่าภูมิภาคอื่น ขนาด (Size) พอดี ลีลาการว่ายสวยและสง่างามชอบแสดงออกโดยว่ายรอบ ๆ ตู้ปลาตลอดเวลาไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่
ปลาอะโรวาน่าจากเอเชียที่นิยมเป็นชนิดไหน
คุณสิทธิธรรม : จากเอเชีย ได้แก่ ทองมาเลย์ แดงอินโด ทองอินโด ส่วนสายพันธุ์ไทย หรือตะพัด เป็นปลาที่อยู่ในประเภทสัตว์คุ้มครองจึงไม่มีผู้เลี้ยงให้ความสนใจเหมือนอะโรวาน่าจากอินโดนีเซีย และมาเลเซีย นอกจากนี้ผู้เลี้ยงปลาบางรายชอบให้ปลาขึ้นมาฮุบเหยื่อ ซึ่งเป็นความชอบอีกแบบหนึ่ง เนื่องจากปลาอะโรวาน่าเป็นปลาล่าเหยื่อ
ปลาอะโรวาน่าชอบกินอาหารประเภทใด บางท่านบอกว่าปลาอะโรวาน่าชอบกินแมลงสาบจริงหรือไม่
คุณสิทธิธรรม : ก่อนอื่น ขอสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ยังคิดว่า เมนูอาหารรสเด็ดของปลาอะโรวาน่า คือ แมลงสาบ โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดแมลงสาบ แมลงสาบจะสะสมพิษในตัว เจ้าของปลาอะโรวาน่าบางท่านอาจเคยประสบปัญหานี้มาบ้างแล้ว ทำให้ปลาตายไปอย่างน่าเสียดายมาก ๆ ส่วนท่านที่ยังไม่เคยทดลองก็อย่าลองหรือหยุดเลยดีกว่านะครับสำหรับอาหารที่ให้ปลาอะโรวาน่า ถ้าเป็นปลาสีทองจะให้เนื้อปลา 5 วัน กุ้งฝอย 2 วัน ปลาอะโรวาน่าแดงให้กุ้งฝอย 5 วันเนื้อปลา 2 วัน และหนอนนก
เนื้อปลาที่ให้เป็นปลาอะไร และการให้กุ้งฝอยเป็นอาหารจะมีผลดีอย่างไร
คุณสิทธิธรรม : สำหรับปลาเป็นปลาข้างเหลือง จะทำให้ลำตัวปลามีสีนวล ส่วนการให้กุ้งฝอยจะทำให้ปลาสีแดงมีสีสดใส แต่การที่ทางฟาร์มไม่ให้ปลามีชีวิตเพราะคิดว่าบาป ดังนั้นจึงได้ให้ปลาข้างเหลืองซึ่งไม่มีชีวิต
ปลาข้างเหลืองที่ให้แบบสับเป็นชิ้น ๆ หรือให้ทั้งตัว
คุณสิทธิธรรม : กรณีที่เป็นปลาขนาดเล็กจะสับเป็นชิ้น ๆ ปลาโตความยาว 1 ฟุตก็จะให้ปลาข้างเหลืองเป็นตัว ๆ วันละ 1 ตัว ภายในตู้จะมีกุ้งฝอยให้เสริมไว้อีกด้วย
การขุนเลี้ยงปลาเพื่อจะนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปนั้นเริ่มจากปลาขนาดใด
คุณสิทธิธรรม : ทางฟาร์ม ฯ ได้นำเข้าปลาขนาด 3 นิ้วจากประเทศมาเลเซียมาขุนเลี้ยงไว้เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ เว้นแต่ถ้ามีปลาใหญ่ความยาว 20 นิ้วสวย ๆ ก็จะนำเข้าไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ด้วยเช่นกัน
การที่จะกำหนดว่าปลาอะโรวาน่าตัวนั้นมีขนาดใหญ่กลาง และเล็กมีอะไรที่เป็นเกณฑ์ในการวัด
คุณสิทธิธรรม : ปลาขนาดเล็ก ความยาว 3-6 นิ้ว ปลาขนาดกลาง ความยาว 6-12 นิ้ว ปลาขนาดใหญ่ ความยาว 12 นิ้วขึ้นไป
ทำไมจึงนำเข้าปลาอะโรวาน่าขนาดเล็ก ความยาว 3 นิ้ว
คุณสิทธิธรรม : ผู้ซื้อส่วนใหญ่มีความคิดว่า การเลี้ยงปลาตั้งแต่เล็ก ๆ ปลาจะเชื่องกับคนเลี้ยง เหมือนคนที่เลี้ยงสุนัขจะซื้อสุนัขอายุ 2 เดือนมาเลี้ยง ไม่นำสุนัขที่มีอายุ 6 เดือนมาเลี้ยง ปลาอะโรวาน่าก็เช่นกัน จะนิยมซื้อปลาขนาดเล็กเว้นแต่ปลาใหญ่ขนาด 20 นิ้วขึ้นไปเป็นปลาสวยเพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์
เมื่อพูดถึงการนำปลามาเลี้ยง ในกรณีที่เป็นมือใหม่ยังขาดทักษะประสบการณ์ คุณสิทธิธรรมจะมีวิธีการแนะนำในการคัดเลือกสายพันธุ์และลักษณะรูปร่างปลาที่ซื้ออย่างไร
คุณสิทธิธรรม : อะโรวาน่า เป็นปลาที่เลี้ยงค่อนข้างง่าย จัดอยู่ในประเภทปลาแม่น้ำ ซึ่งแตกต่างกับปลาทอง ซึ่งมักมีปัญหาโรคต่าง ๆ ดังนั้น ก่อนที่จะซื้อพันธุ์ปลาอะโรวาน่ามาเลี้ยงต้องศึกษาหาความรู้ ซึ่งมีแหล่งข้อมูลหลายแห่ง อาทิ ฟาร์มปลา กรมประมง ร้านจำหน่ายปลาที่เชื่อถือและไว้ใจได้ในการเริ่มต้น หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วก็มาถึงขั้นทดลองเลี้ยง โดยซื้อปลาสายพันธุ์ที่มีราคาถูกมาเลี้ยงก่อนเพื่อหาประสบการณ์ เพิ่มพูนทักษะในการเลี้ยง การดูแล การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ฯลฯ
ตู้ปลาที่ใช้เลี้ยงปลาควรเป็นขนาดใดจึงจะเหมาะสม
คุณสิทธิธรรม : ขนาดตู้ปลาอะโรวาน่า 60x24x24 นิ้ว ใช้เลี้ยงปลาขนาดเล็ก จนกระทั่งมีขนาดโตเต็มที่ สำหรับตู้ปลาขนาด 60x20x20 นิ้ว ไม่เหมาะสมที่จะใช้เลี้ยงปลาอะโรวาน่า เนื่องจากเมื่อปลามีการเจริญเติบโตเต็มที่ปลาจะว่ายกลับตัวยาก จึงเหมาะสมที่จะใช้ขนาดตู้ 60x24x24 นิ้ว โดยบอกความประสงค์ให้กับผู้จำหน่ายตู้ปลาว่าต้องการนำไปใช้เลี้ยงปลาอะโรวาน่า
คุณภาพน้ำอย่างไรที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของปลาอะโรวาน่า
คุณสิทธิธรรม : ปลาอะโรวาน่า ชอบน้ำที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) 6-7 จุดอ่อนของปลาอะโรวาน่า คือ แพ้คลอรีนและคาร์บอน โดยเฉพาะผงคาร์บอนจะทำให้ปลาอะโรวาน่าอ่อนแอมาก ห้ามเด็ดขาดที่จะนำมาใส่ในตู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่าเลยนะครับ
ภายในตู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่า นิยมตกแต่งภายในตู้ด้วยพรรณไม้น้ำ หิน และกรวดหรือไม่
คุณสิทธิธรรม : ที่ฟาร์ม ฯ พื้นตู้เกลี้ยงไม่ใส่หินหรือกรวดจะทำให้การเลี้ยงดูแลพื้นตู้ง่ายต่อการทำความสะอาด การดูดตะกอน และขี้ปลา แต่จะมีการใส่ต้นไม้เพื่อให้กุ้งฝอยเกาะปลาอะโรวาน่าไม่ต้องว่ายลงมาจับกินกุ้งที่พื้นน้ำอย่างไรก็ตาม การประดับตกแต่งภายในตู้ปลาขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคล
การใส่ต้นไม้ในตู้นั้นจะเป็นพรรณไม้น้ำสดหรือประดิษฐ์
คุณสิทธิธรรม : เป็นพรรณไม้น้ำประดิษฐ์ หรือพลาสติกครับ โดยเพียงวัตถุประสงค์ให้กุ้งฝอยได้เกาะ ซึ่งเป็นแนวความคิดของผมเองครับ
ในกรณีที่เป็นมือใหม่ นอกจากตู้ปลา คุณภาพน้ำ ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นอีกไหม
คุณสิทธิธรรม : ปัจจุบันตู้ปลาทั่ว ๆ ไปจะมีระบบกรองน้ำสำหรับตู้ปลาเพื่อใช้เลี้ยงปลาอะโรวาน่า ถ้าระบบกรองเสมอกับระดับน้ำล้น เมื่อปลากินเหยื่อจะชนคานทำให้เกิดบาดแผลได้
     ปลาอะโรวาน่าชอบน้ำใหม่ ซึ่งจะทำให้ปลาสดชื่น กินอาหารได้มากขึ้น โดยทั่วไปการเลี้ยงปลาอะโรวาน่าควรเปลี่ยนน้ำ 20 เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ 2 สัปดาห์ แต่ที่ฟาร์มฯ เป็นระบบกรอง ทำให้สามารถถวนน้ำได้ตลอดเวลา
ปัญหาเรื่องโรคที่เกิดกับปลาอะโรวาน่าส่วนใหญ่เป็นโรคอะไร
คุณสิทธิธรรม : โรคที่พบบ่อย คือ หนอนสมอ ซึ่งจะติดตามครีบ หาง อาจเนื่องมาจากปลาเหยื่อที่ซื้อมาให้เป็นอาหารปลา เช่น ลูกปลานิล ลูกปลาสอด ลูกปลากัด ถ้าซื้อลูกปลาดังกล่าวมาเป็นเหยื่อ ต้องนำมาแช่ยาฆ่าเชื้อ หรือแช่ด่างทับทิมก่อนนำไปให้ปลาอะโรวาน่ากิน ทั้งนี้ ต้องพักไว้ประมาณ 2 วัน ถ้าลูกปลาไม่ตายนึงนำไปให้ปลาอะโรวาน่ากิน
จะทราบได้อย่างไรว่าปลาอะโรวาน่าที่ซื้อมามีคุณลักษณะสีสันตรงตามสายพันธุ์
คุณสิทธิธรรม : ประการแรก ขึ้นกับสายพันธุ์ ต้องศึกษาและรู้จักสายพันธุ์ปลาเพราะปลาขนาด 3-6 นิ้ว ยังมีขนาดเล็กไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ชัดเจนนักในกรณีที่เป็นมือใหม  ่ สำหรับปลาอะโรวาน่าแดงอินโด   เมื่อเติบโต  ลำตัวมีสีแดง ครีบแดง ปากแดง  ปัจจุบันปลาอะโรวาน่าแดงมาเลย์ซึ่งขนาดเล็กดูไม่ออก จนกระทั่งเติบโตจะเหมือนปลาตะพัดบ้านเรา ซึ่งมีสีเขียว โดยยังไม่ปรากฎสีสันชัดเจนในปลาขนาดเล็ก หางมีสีเหลืองอ่อน ๆ ราคาจะแตกต่างกันหลายเท่าตัว บางร้านหัวใสนำปลาอะโรวาน่ามาเลย์ขายให้โดยที่ผู้ซื้อไม่รู้ด้วยราคาแพง ดังนั้นหากซื้อปลาไม่ตรงตามสายพันธุ์เลี้ยงต่อไปก็ไม่มีความสุข เพราะถูกผู้ขายปลาหลอกลวง สำหรับผู้สนใจเลี้ยงปลาอะโรวาน่าในช่วงเริ่มต้นต้องเพิ่มความระมัดระวังด้วย
วิธีแก้ไขทำอย่างไรสำหรับผู้สนใจเลี้ยงปลาอะโรวาน่ามือใหม่
คุณสิทธิธรรม : พูดคุยกับเจ้าของร้านจำหน่ายปลา เพื่อศึกษาข้อมูลชนิดปลา รวมทั้งสีสันและสอบถามผู้รู้ซึ่งเคยเลี้ยงปลาอะโรวาน่ามาก่อน
การดูว่าปลามีลักษณะดี สุขภาพแข็งแรง จะสังเกตได้ในส่วนไหนบ้าง
คุณสิทธิธรรม : การเลือกซื้อปลาขนาดเล็กต้องดูการว่าย ปลาที่มีสุขภาพดีจะว่ายวนรอบตู้ ครีบหรือที่เรียกว่าเครื่องแผ่ขยายกางออก สำหรับปลาป่วย หรือมีสุขภาพไม่แข็งแรงจะว่ายนิ่ง หรือว่ายกระสับกระส่ายทั้งซ้ายและขวา
เกล็ดปลามีส่วนเสริมสร้างรูปลักษณ์ของปลาอะโรวาน่าหรือไม่
คุณสิทธิธรรม : สีของเกล็ดปลาขึ้นอยู่กับเกรดปลา ปลาอะโรวาน่าที่อยู่ในเกรดซึ่งมีคุณภาพดี เกล็ดจะแวววาว นอกจากนี้อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาก็มีส่วนเสริมให้เกล็ดปลามีความแวววาวและสีนวลด้วย
แนวทางปฏิบัติในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพดี
คุณสิทธิธรรม : การเพาะขยายพันธุ์เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งในการก่อตั้งฟาร์มแกรนด์ อะควอเรี่ยม เนื่องจากปลาอะโรวาน่าเป็นปลาที่มีศักยภาพในการส่งเป็นสินค้าออกได้ ซึ่งพันธุ์ปลาที่ต่างประเทศเพาะขยายพันธุ์ได้ยังมีปริมาณไม่เพียงพอ   ดังนั้น  ที่ฟาร์มจึงเริ่มนำเข้าปลาขนาดเล็กในช่วงก่อตั้ง  สำหรับวัยเจริญพันธุ์ของปลาอะโรวาน่าที่อายุ 3 ? - 4 ปี เป็นขนาดปลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์จะมีการจับคู่
ขณะนี้ทางฟาร์มฯ ได้มีการเพาะขยายพันธุ์ไปบ้างหรือยังคะ
คุณสิทธิธรรม : ยังครับ แต่ก็ได้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ปลาอะโรวาน่า 30 ตัว เพื่อทดลองเพาะขยายพันธุ์ ปลารุ่นนี้ค่อนข้างสมบูรณ์และจะดำเนินการเพาะพันธุ์ต่อไป พร้อมกันนี้ได้ไปศึกษาคุณสมบัติน้ำของประเทศมาเลเซียที่ใช้ในการเพาะพันธุ์ จากการสังเกตพฤติกรรมปลาที่ฟาร์มแกรนด์ อะควอเรี่ยม พบว่ามีการจับคู่
ในรอบปี ปลาอะโรวาน่ามีการเพาะขยายพันธุ์กี่ครั้ง
คุณสิทธิธรรม : การเพาะขยายพันธุ์ของปลาอะโรวาน่าจะมี 2 ครั้ง สำหรับครั้งแรกตั้งแต่เดือน 3-5 และครั้งที่สองเดือน 9-11 ปลาที่มีอายุเยอะหน่อยจะขยายพันธุ์ได้ถึง 3 ครั้งในรอบปี ปัจจุบันมีโครงการทดลองเพาะพันธุ์ปลาอะโรวาน่าทั้งแบบการผสมเทียมและโคลนนิ่ง สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการ รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ซันซื่อ ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความอนุเคราะห์ช่วยดูให้อยู่ในขณะนี้ โดยการตรวจวินิจฉัยโรคปลาอะโรวาน่าจากเมือก ด้วยการนำปลาอะโรวาน่าขึ้นมาใช้สำลีขูดเมือก จากนั้นนำไปวิเคราะห์ก็จะทราบว่าเป็นปลาตัวผู้หรือปลาตัวเมีย หรือป่วยเป็นโรคอะไร วิธีดำเนินการจะมีการบันทึกเพื่อติดตามผลการศึกษา
ปลาอะโรวาน่าที่เลี้ยงในฟาร์มแกรนด์ อะควอเรี่ยม เคยประสบปัญหาปลาป่วยบ้างหรือไม่
คุณสิทธิธรรม : ยังไม่เคยเลยครับ มีแต่นำปลาอะโรวาน่าไปตรวจเพื่อการขุนเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ ปัญหาการเพาะขยายพันธุ์ก็คือ การแยกเพศปลา เมื่อดูลักษณะภายนอกจะแยกไม่ออกว่าปลาตัวไหนเป็นปลาตัวผู้หรือตัวเมีย ซึ่งต้องไปตรวจ ดี เอ็น เอ จึงจะทราบได้
ทางฟาร์มได้มีการเพาะขยายพันธุ์ไปบ้างหรือยังคะ
คุณสิทธิธรรม : ปลาของเรายังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์ และปลาที่นำเข้ามาเลี้ยงก็ยังมีขนาดเล็ก ไม่ถึงระยะที่จะให้ลูกได้ แต่อีกไม่ช้าคงประสบผลสำเร็จ
ปัญหาการเลี้ยงปลาอะโรวาน่า นอกจากมีหนอนสมอบางครั้งนั้นพอจะบอกสาเหตุได้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร
คุณสิทธิธรรม : ปลาที่มีปัญหาดังกล่าว เนื่องมาจากน้ำไม่สะอาดและเกล็ดกร่อนเนื่องมาจากแบคทีเรียเข้าทำลาย นอกจากนี้มีผลกระทบจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ผู้เลี้ยงควรหาซื้อเทอร์โมมิเตอร์เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ นำไปใส่ไว้ในตู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่า ถ้าช่วงใดอุณหภูมิต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียสก็ให้ใส่ฮีทเตอร์ เพื่อปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น
ที่ฟาร์มฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมบ้างไหมคะ
คุณสิทธิธรรม : ฟาร์มแกรนด์ อะควอเรี่ยม ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสายพันธุ์ปลาอะโรวาน่า หากสมาชิกวารสารการประมงท่านใดสนใจก็ขอเชิญแวะมาที่ฟาร์มฯ ซึ่งเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ทุกวัน โดยจะมีบุคลากรของฟาร์มคอยต้อนรับ พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านสายพันธุ์ หรือปลาสายพันธุ์ไหนเติบโตจะมีลักษณะเป็นอย่างไร เรามีปลาขนาดใหญ่ให้ชม ฟาร์มฯ ตั้งอยู่ที่ปากซอยพัฒนาการ 56 และขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า ก่อนตัดสินใจเลี้ยงปลาอะโรวาน่าต้องศึกษา สั่งสมความรู้ความเข้าใจ เพราะการเลี้ยงปลาอะโรวาน่าต้องการการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องน้ำและอาหาร
เกี่ยวกับความเชื่อที่ว่าปลาอะโรวาน่าชอบกินแมลงสาบเป็นอาหารโปรดจริงไหม
คุณสิทธิธรรม : ไม่จริงครับ ขอให้ทุกท่านนึกถึงหลักความเป็นจริงด้วย เพราะปัจจุบันแมลงสาบอาจได้รับสารพิษ เช่น ดีดีที เมื่อปลาอะโรวาน่ากินก็จะเป็นอันตราย

     เป็นอย่างไรบ้างคะ จากการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของคุณภาสกร สุตะพาหะ เกี่ยวกับการดูปลาอะโรวาน่า การเลือกซื้อปลา แล้วไปเยี่ยมชมปลาอะโรวาน่าที่แกรนด์ อะควอเรี่ยม ท่านสมาชิกวารสารการประมง และผู้อ่านคงจะได้มีความเข้าใจมากขึ้น หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งสองท่านฝากบอกมาว่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง คุณภาสกร สุตะพาหะ โทร. 0-1657-8163 คุณสิทธิธรรม เรืองจรุงพงศ์ โทร. 0-2722-9485, 0-1842-8631 และคุณจินตนา ขวัญขจิตวงศ์ กรรมการผู้จัดการนิตยสาร PET-MAG ที่ได้กรุณาประสานข้อมูลทำให้บทความนี้มีสาระประโยชน์อย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมสร้างเสริมความสมบูรณ์และความถูกต้อง ถ้าท่านสมาชิกใดเลี้ยงปลาอะโรวาน่าประสบปัญหาเรื่องปลาป่วย หรือต้องการทราบเพศปลา โปรดติดต่อกับ รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ซันซื่อ ต้องการเมือกปลาไปศึกษา ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยของเราจะมีความก้าวหน้าทางวิทยากรอีกด้านหนึ่ง ขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

 


 

( วารสารการประมง ปีที่ 55 ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน - ธันวาคม 2545 )

 

เวลา

LINKS

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th 

จำนวนผู้เข้าชม

541249
TodayToday134
YesterdayYesterday1397
This WeekThis Week3028
This MonthThis Month3028
All DaysAll Days541249



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 theme  Valid XHTML and CSS.