แลกลิงค์กับ NICA

    

images by free.in.th

 

Home บทความนานาสาระ คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก
คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 02 กรกฏาคม 2013 เวลา 15:25 น.

4. คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก

สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย  ผมรู้สึกปราบปลื้มมากที่ผมได้รับการยกย่องอย่างแรงเลย ที่จริงงานนี้  ผมว่าตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดที่จะทำหรอกครับ เพราะว่าถูกอาจารย์อำพล ท่านสั่งให้ลงทะเลเพราะว่าตอนนั้นเราก็มีกันอยู่ 2 คน  ปฏิบัติกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีคุณทรงชัย กับผม คุณทรงชัย น่ะเมาคลื่น เมาคลื่นมากเลย ผมก็บอกว่า  “เพื่อนเอ๋ยขึ้นฝั่งเถอะ ผมจะขอปฏิบัติ งานในทะเลเอง” เพราะการปฏิบัติงานในทะเลตอนแรกเราต้องสำรวจค้นคว้าทั้งในทะเลสาบและก็ออกไปทะเลด้านนอก  ทะเลใกล้เคียง เดือนหนึ่งผมต้องออกไปเองอย่างน้อย ๆ ตั้ง 10 วัน 10 วันกินอยู่ในทะเล แล้วก็ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จะขอร้องใครให้มาช่วย  เพราะว่าในเมื่อเขาเห็นว่าเราสู้ทะเลได้ เราก็ทำไปทั้งทะเลสาบข้างใน ทะเลสาบข้างในสำรวจหมดเลยครับ ทั้งแพลงก์ตอน  พันธุ์ปลา ทั้งเบนโทส เอาหมดเลยเอาหยาบ ๆ  เรามีความรู้แค่นั้นก็เลยเอาหยาบ ๆ เป็นการจุดประกายเริ่มแรก

ทีนี้เมื่อ อาจารย์อำพล ไปตั้งสถานีนากุ้ง (ปัจจุบัน คือ สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง) ขึ้นมาทุกคนก็ระดมไปทำกุ้งหมดทั้งพี่ไพโรจน์ ก็ไปอยู่กับโครพิโดซิสของท่านจนไม่มีเวลาจะทำอะไร  ตอนนั้นต่างคนต่างมีแผนการ ผมพอสำรวจไปหลาย ๆ ปีเข้า ขึ้นมาบนฝั่งก็งงสิครับ ไม่รู้จะเอาอะไรเพราะเค้าก็ทำกันหมดแล้ว ส่วนมากจะเป็นกุ้งทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นกุ้งน้ำจืด กุ้งน้ำเค็ม  เอ๊ะ.. แล้วเราจะทำอะไรเนี่ย  ก็พิจารณาดูแล้วว่าเอ.. ตอนแรกก็จับ ๆ ปลามาลอง Pretest ก่อนว่ามันจะเอากับเราแน่มั้ย  มันจะยอมอยู่กับเราแน่มั้ย

ตอนแรกผมจับปลากุเลามาก่อน  แต่รู้สึกว่าปลากุเลามันใจน้อยน่ะครับ  เราต้องเอาขึ้นมาวัดมาชั่งสมัยก่อน เราไม่ได้ใช้ยาสลบเหมือนสมัยนี้ จับมันขึ้นมาชั่งมาวัดมันก็เสียหายทุกที ไม่เป็นล่ำเป็นสัน ก็มองไปมองมาตอนนั้นมันไม่มีปลาอะไรที่จะเลี้ยงได้  เราก็ดูว่า เอ.. ผมก็อยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต ก็เห็นว่าเวลาเค้าเอาปลากะพงมาขายเนี่ย แหม! ราคามันดีเหลือเกิน ขึ้นเหลาทีนึง โอ้โห ราคาแพงมาก สมัยก่อนตัวหนึ่งประมาณ 400 - 500 บาทได้ สมัยก่อนน่ะครับ เงินเดือนผม 900 เข้ามาครั้งแรก อาจารย์อำพล บอกเอาไป 950 บาท ผมต่อสู้กันจัง ว่าผมจบ 5 ปีน่ะครับ ให้ 950 ไม่พอกินหรอกครับ  ก็เลยบอก อาจารย์อำพล ว่าผมจบ 5 ปี ควรจะได้ 1,250 สู้กันอยู่พักหนึ่ง อาจารย์อำพล ก็โอเคๆ ท่านเป็นคนที่รับฟังครับ

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องปลาทำไมผมต้องเอาปลาตัวนี้มาเป็นตัวที่ว่าจะเอาขึ้นมาเพาะเลี้ยงน่ะครับ ทีนี้ครั้งแรก เราจะไปฟังใครเพราะไม่มีใครให้คำอธิบายเราได้ เพราะว่าการเลี้ยงปลาทะเลตอนแรกไม่มีน่ะครับ แล้วผู้เชี่ยวชาญส่วนมาก ท่านก็ไม่ได้คลุกคลีกับเรา และเขาก็เอาเรามาให้ทำปลา  โอเคเราก็ลองจับปลามาเลี้ยงแล้วดูว่ามันจะยอมรับการกักขังมั้ย เราต้องดูว่ามันยอมมั้ย เราจะเอาวัสดุอะไรมาเป็นกรงเลี้ยงมัน ก็พอดีทางกรมก็ส่งกระชังไม้จากอุทัยธานีมาให้ โดยส่งมากับเรือภาณุรังษี ผมก็ยังออกไปรับเลย ส่งมา 2 ใบ มาอยู่ในทะเล เพรียงมันชุม น่ะครับ ไม่เหมือน จ.อุทัยธานี หรอกครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง กระแสน้ำมันแรง เราก็เอามาวางไว้ที่ฝั่งเก๋ง มันก็ลอยพลิกคว่ำพลิกหงายเพราะว่าข้างล่างมันก็เป็นไม้  ผมก็ว่าไม่สำเร็จแน่ ถ้าอย่างนี้แค่ pretest ผมก็ว่าไปไม่รอด

ผมก็เลยมาลองดูตาข่าย ลวดตาข่ายเลี้ยงไก่ ลวดเหล็กน่ะ ผมก็เอาลวดตาข่ายมาทำเป็นกรงดู แล้วก็เอาน้ำมันดินทาเพื่อกันสนิม แล้วก็ใส่ลูกปลาลงไปเป็นลูกปลาจากธรรมชาติใส่ลงไป  แล้วเราก็ไม่ค่อยได้ไปดูซักเท่าไหร่ เพราะแต่ก่อนข้ามฟากไปฝั่งเก๋งมันลำบากเรือมันออกไปแต่ละเที่ยวต้องใช้เวลา  ผมก็อาศัยยาม เขาก็รายงานว่าเวลาเราให้อาหารไปมันกินอาหารมั้ย มันยอมรับอาหารที่เราให้กินมั้ย ปรากฏว่า ครั้งหนึ่งยามบอกว่า  “กินแล้วครับ...ปลามันกิน” ผมก็ดีใจมันยอมรับ ๆ เราก็สำเร็จไป 2 ประการแล้ว

แล้วทีนี้เราจะทำยังไงให้กระชังมันถาวร เพราะเราเลี้ยง ๆ ไปเดี๋ยวกระชังขาด สนิมมันขึ้น ปลาไปหมดแล้ว ก็คิดไม่ตกว่าจะเอาอะไรทำกระชัง   กระชังไม้ก็ไม่ได้ กระชังเหล็กก็ไม่ได้ คิดไปคิดมา ก็เอ…เรา น่าจะเอากระชังไนล่อนมาลองดู  ปรึกษาชาวบ้านที่ทำโพงพางบ้าง อะไรบ้าง เค้าบอกว่าไปไม่รอด เพราะว่าปลากะพงนี้มันไม่ยอม เพราะว่าข้างแก้มมันมีใบเลื่อยอยู่ เดี๋ยวมันเอาใบเลื่อยตัดกระชังขาดหมดปลาไปหมด  แต่เอ…มันจะตัดขาดได้ยังไง ในเมื่อมันเอาปากเข้าไม่ได้ เอาปากเข้าไม่ได้มันก็ตัดไม่ได้  ก็ลองทำดู ก็ตามประสานักทดลอง มันโยเยไปตามเรื่อง  กระชังแทนที่จะลงมาอย่างงี้  ติดตูดอย่างงี้ เวลาเราปักหลักก็ปักเอียงบ้างอะไรบ้าง ก็พัฒนาไปเรื่อย ทีนี้ก็ โอเค มันผ่าน เลี้ยงปลาได้ ทดลองได้ว่ามันอยู่ มันโต

แล้วทีนี้จะเอาพันธุ์ที่ไหนล่ะครับ  มันไม่มีพันธุ์น่ะ ส่วนมากที่ไปเอาก็จาก จ.สตูล ไปที่ทุ่งหว้า แต่ก่อนยังเป็นแหล่งน้ำอยู่ เราก็ไปเอาที่นั่นประจำ  ตอนหลังนี้ชาวบ้านก็รู้ว่าไปเอาจากตรงนั้นมันก็ขายได้  มันก็หมด เราก็เร่งใหญ่ ทดลองเลี้ยง  ทดลองเพาะดูแล้ว  ตอนแรกเราไม่มีพ่อแม่พันธุ์หรอกครับ เราต้องอาศัยจากธรรมชาติ ว่ามันเคลื่อนไหวยังไง เคลื่อนไหวจากน้ำจืดมาลงน้ำเค็มได้ยังไง  เดือนไหนอะไรต่าง ๆ เราก็ศึกษาจากต่างประเทศด้วยว่ามันเป็นอย่างไง  ลักษณะมันยังไง เราก็รู้ว่าภายในเดือนสิงหา  กันยา มันก็จะเริ่มแล้ว มัน Move แล้ว ทีนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าจะผสมกันยังไง มันยากเหลือเกิน มันยากไม่มีใครแนะนำด้วย แล้วก็ตอนแรก ๆ ก็คอยจะให้จับทั้งตัวผู้และตัวเมียได้พร้อมกันมันไม่ได้ ก็มัน migrate เข้าสู่ spawning ground บริเวณปากทะเลสาบเป็นแหล่ง spawning ground ของมัน มาคนละที แก้ไม่ได้เราก็ไม่รู้จะทำยังไง จนว่าทางกรมเค้าก็อ่อนใจทำมาเกือบ 2 ปี

สุดท้ายพี่ไพโรจน์มายืนเกาะโต๊ะผม แล้วบอกว่า “้ไม่ได้เราก็ไม่รุ้่มีใครแน่คุณสวัสดิ์...! คุณพอได้แล้ว” ผมบอกพี่ไพโรจน์ว่า “ผมขออีกครั้งเดียว” เนี่ยถ้าไม่ได้พี่ไพโรจน์ผมปิ๋วแล้ว เพราะฉะนั้นต้องมีเจ้านายดี ผมบอกขออีกทีเดียว อีกทีเดียว ผมก็บอกว่าแก้อย่างนี้น่ะ ผมก็ได้พ่อปลาแม่ปลามาไม่พร้อมกันซักที แต่ตอนนี้ผมเตรียมแล้ว ผมรีดน้ำเชื้อไว้แล้ว ผมรีดน้ำเชื้อใส่ tube ไว้แล้ว ใส่ในกระติกน้ำแข็งแล้วเอาเกลือใส่  ผมผ่าปลาพร้อมไว้แล้ว ทีนี้วันนั้นแหละ วันที่ 16 เดือนอะไรก็ไม่ทราบ (16 สิงหาคม 2516) แต่วันนั้นผมจำได้ว่าเป็นวันที่เจ้าฟ้าชาย เจ้าฟ้าชายของเราเนี่ยแหละครับ เสด็จมายกช่อฟ้าที่วัดมัชฌิมาวาสนี้แหละครับ

โอสวรรค์โปรดแล้วน่าจะมีฤกษ์ดี  ผมก็ออกไปพอดีน่ะครับ ไปตรวจ ๆ เรืออะไรต่าง ๆ มันก็ไม่มี  จับไม่ได้ซักที ขากลับ 5 โมงเย็นแล้ว ผมก็ผ่านจะกลับบ้านแล้ว มันก็มีชาวประมง  ผมไปกับบังสะหรี สันบูกา ซึ่งเป็นคนขับเรือคู่ใจ ไอ้คนที่จับปลาได้ ตะโกนว่าเนี่ยได้ปลา ได้ปลาแล้ว ผมก็เข้าไปดู แวะเข้าไปดู ปรากฏว่า ปลามันตายแล้ว ปลาตัวเมียมันตายแล้ว แต่ผมก็คลำๆ ดูไอ้ข้างในมันคงไม่ตายมั่ง มันไม่ตายหรอกเพราะเราก็ศึกษา Embryo มาแล้ว ถ้าไข่ mature แล้ว มันสุกแล้ว มันไม่เกี่ยวกับแม่มันแล้ว ถ้า serum ในถุงยังมีมันก็ไม่ตาย ผมก็จัดแจงผ่าเลย แล้วเอาน้ำเชื้อ ที่ผมเตรียมไว้พร้อมแล้ว ผมก็เอาผสมเลย กลับมาที่ฝั่งเก๋ง ส่องกล้องดู บอกคุณนิเวศน์ส่องให้ที  ปรากฏว่าติดเลย  ผมก็รายงานพี่โรจน์ว่า “ผมเรียบร้อยแล้วนะครับ  ตามที่ขอไว้หนึ่งครั้ง” ถ้าพี่โรจน์ไม่ให้ผม ผมจบแล้ว

จากนั้นมันก็พัฒนามาเรื่อย  แต่ว่าปลาตัวนี้มันเป็นปลาคู่สถานีจริงๆ  คู่เพาะเลี้ยงนี้จริงๆ โอ้โหตะลุมบอนเลยตอนนั้น  มากันไม่รู้ชาติไหนต่อชาติไหน มากันหมดเลย  ผมเกรงใจพี่โรจน์แก  ทุกคนมาเพราะอยากคุยกับผม  ผมก็บอกว่าต้องมีระเบียบหน่อย  ก็ต้องบอกพี่โรจน์เค้าก่อนว่าเค้าจะอนุญาตมั้ย ปลาตัวนี้ผมว่าเหมาะนะครับเหมาะที่จะเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม เพราะว่าปลาหมอเทศเนี่ย มันออกไข่เยอะ ออกไข่เร็ว แต่ผมว่าแพ้ปลากะพงหลุดลุ่ยเลย  เพราะว่ากะพงเราไข่ทีหนึ่งออกมาก็ 1-2 ล้านฟอง ปลาตัวนี้เหมาะที่จะยึดเป็นอุตสาหกรรมได้

แต่ก่อนผมเคยคิดว่าแล้วใครจะมารับปลาของผมเพราะปลาตัวนี้เป็นที่น่ารังเกียจ  และต้องให้อาหาร  ชาวประมงที่ไหนจะซื้ออาหารเป็น  แล้วเมื่อเราให้อาหารเป็นมันก็ต้องลำบากชาวประมง  แล้วก็เมื่อเราเลี้ยงไปมากๆ ชาวประมงก็ต้องเบื่อ เพราะความเติบโตของมันปีแรกก็ประมาณ 1 กิโล  จะทำไงให้ชาวบ้านเค้าเห็นด้วยกับเรา ก็เอางี้สิ คุณแบ่งกันเลี้ยงคนละ 6 เดือน  เอาปลาเซ็นไปเลี้ยง มาคนละ 3 เดือน 4 เดือน น่าจะรับไปต่อเป็นงานที่กระจายไปได้สำเร็จ

แต่ว่าปัญหาของผมมันคือว่า อาหารปลาเป็ดหายากมาก  เวลาให้กินอะไรเน่าๆ ผมว่าคุณภาพที่คนกินเข้าไปมันจะเป็นยังไง  มันแย่ไปด้วยใช่ไหม  มันกินของเน่า  กินของไม่สดผมว่า  ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว  ก็จนมาเข้า 30-40 ปี จนถึงปัจจุบัน  มันมีการทดลองของเอกชน  ว่าปลานี้มันให้อาหารเม็ดแล้วที่ฉะเชิงเทราทดลองมาแล้ว  แต่เป็นของบริษัทน่ะ  เขาก็ไม่ได้เปิดเผย  ผมก็ไปดูการเลี้ยงว่ามันเป็นอย่างไร  มันโอเคครับ  อาหารที่ผลิตทั้งปลาแต่ละรุ่นมันโอเคหมด  ผมว่ามันน่าจะเข้ามาอีกซักครั้งหนึ่ง  ผมเข้ามาได้ซักปีหนึ่งแล้ว  ผมก็จะฝึกปลาเล็กของผมให้มันกินอาหารเข้าไปเรื่อยๆ  แล้วก็ร่วมมือกับสมาคมชาวประมงที่หาดแก้วหลัง ปตท. ก็ร่วมมือกันอยู่ช่วงหนึ่ง  แล้วก็ไปร่วมที่หัวไทรที่มีนาปลาอยู่เยอะ ทดลองเรื่องอาหารเลย  ผมคิดว่าถ้าทำเรื่องอาหารได้นะครับ

ไอ้เรื่องอาหารที่จะมา support  อะไรต่างๆ บริษัทเขาต้องทำ อย่างซีพีเค้าก็มีมานานแล้ว แต่ว่ามันไม่ค่อย perfect เท่าไหร่  ถ้าเราฝึกปลาอะไรต่างๆ ชาวบ้านฝึกปลา 5 นิ้ว 6 นิ้ว ตลอดจน 10 นิ้ว มันก็เพิ่มราคา  ตอนนี้นิ้วละ 3.50 บาท หาไม่ได้นะครับ แล้วชาวประมงที่เกาะยอ กระชังแห้งหมดเลยครับปีนี้  กระชังต้องยกหมดเพราะว่าดินฟ้าอากาศไม่อำนวย  ปลาก็หาไม่ได้  น้ำมันก็แพง  มันก็ไม่ส่งมาแล้ว  มันไม่ส่งขายมาทางนี้  ก็คิดว่าปลาตัวนี้ยังไปได้ไกลครับ  เพราะอีกอย่างหนึ่งถ้าส่งเสริมให้ชาวบ้านได้เลี้ยงแบบเป็นบ่อใหญ่ๆ ก็น่าจะเป็นผลดี  เท่านี้ก่อนเพราะว่าพี่ชนินทร เตือนว่าหมดเวลาแล้ว

 

เวลา

LINKS

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th 

จำนวนผู้เข้าชม

654844
TodayToday106
YesterdayYesterday1364
This WeekThis Week7386
This MonthThis Month39266
All DaysAll Days654844



ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free Joomla 1.5 theme  Valid XHTML and CSS.