เยี่ยมชม ฟาร์มปลากัดยักษ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 11:26 น.

 

เยี่ยมชม ฟาร์มปลากัดยักษ์
วารสารการประมง ปีที่ 56 ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ 2546


 

     เมื่อพูดถึงปลากัด คนไทยส่วนใหญ่คงพอจะรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าพูดถึงปลากัดยักษ์หลาย ๆ ท่านคงยังไม่รู้จักกันแพร่หลายมากนัก ในโอกาสนี้จะพาท่านสมาชิกผู้อ่านหนังสือพิมพ์วารสารการประมงไปทำความรู้จักกับปลากัดยักษ์เป็นปลากัดที่มีขนาดใหญ่กว่าปลากัดทั่วไปประมาณ 2 เท่า คิดค้นผสมพันธุ์และคัดพันธุ์ได้สำเร็จโดยฝีมือคนไทยนี่เอง เกษตรกรท่านนี้คือ คุณนธี รัตนพิเชษฐ์ เจ้าของฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา และรองประธานชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ดังนั้นเราไปร่วมสนทนากับคุณนธีกันเลยนะคะ

ถาม : สวัสดีค่ะคุณนธี อยากจะให้คุณนธีเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของปลากัดยักษ์ ว่ามี พัฒนาการมาอย่างไร อะไรคือแรงบันดาลใจให้เพาะพันธุ์ปลากัดยักษ์ขึ้นมา
คุณนธี : ต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนพ่อผมเพาะปลากัดเก่ง ผมมารับช่วงทำฟาร์มปลากัดต่อจากพ่อแล้วเกิดความโชคดีของเราที่ได้ปลากัดผ่าเหล่าซึ่งมีขนาดโตกวาปลากัดปกติมาตัวหนึ่ง จึงเกิดความคิดที่อยากจะทำให้การเพาะพันธุ์ปลากันในครอกมาผสมกันมีทั้งจากคนละครอกและครอกเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปลายปี 2544 จึงได้สายพันธุ์ปลากัดยักษ์ใหญ่ที่นำออกมาเผยแพร่ ให้เป็นที่รู้จักในขณะนี้ ถ้านำพ่อ - แม่ปลากัดยักษ์จากที่ฟาร์มเพชรพันธุ์ปลาไปเพาะก็จะได้ลูกเป็นปลากัดยักษ์แท้ ๆ จะไม่กลับไปเป็นปลากัดปกติอีกแล้วเพราะเลือกนิ่งแล้ว

ถาม  : ปลากัดยักษ์มีขนาดประมาณเท่าไหร่
คุณนธี : ขนาดของปลากัดยักษ์ ถ้านำมาวัดความยาวจากปากถึงโคนหางจะมีขนาด 2.5 นิ้ว
ขึ้นไป เมื่อมีขนาดโตเต็มวัย นำมาชั่งจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 10 กรัม

ถาม  : ปลากัดยักษ์จะสวยงามเท่าปลากัดธรรมดา หรือไม่ และมีอะไรเป็นจุดเด่น
คุณนธี : ปลากัดยักษ์จะมีจุดเด่นที่มีขนาดใหญ่กว่าปลากัดปกติ 2 เท่าตัว เมื่อได้มีการพัฒนา
รูปทรงและสีสัน ปลากัดยักษ์ก็สวยงามเหมือนปลากัดปกติ เพียงแต่ความสวยงามนั้นจะขยายใหญ่และมีความชัดเจนมากกว่าเป็นสองเท่า

ถาม  : แนวโน้มของตลาด และราคาปลากัดยักษ์เป็นอย่างไรบ้าง
คุณนธี : ปลากัดยักษ์เป็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ จึงนับว่าเป็นโอกาสดีทางการตลาดที่เปิดกว้าง
ทั้งภายในและต่างประเทศ ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้าและความนิยมสนนราคาในตอนนี้มีตั้งแต่ ตัวละ 300 บาท ขึ้นไปจนถึงตัวเลขห้าหลักก็มีนะครับ

ถาม  : ทราบว่าคุณนธีเป็นรองประธานชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ด้วย กรุณาเล่าถึงความเป็นมาของชมรมฯ นี้และกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่
คุณนธี : ชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 นี้เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของผู้ที่รักและสนใจปลากัดยักษ์และมองเห็นโอกาสในการส่งเสริมตลาดที่ดีจึงเข้ามาร่วมกันจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ กันอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น จัดเปิดอบรมเกี่ยวกับการเพาะขยายพันธุ์ปลากัดยักษ์ จัดประกวดปลากัดยักษ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีชมรมปลากัดยักษ์เพื่อการส่งออกอีกชมรมหนึ่ง ที่มีส่วนผลักดันและส่งเสริมส่งให้ดำเนินกิจกรรม ดังกล่าวอีกด้วย

ถาม  : ในปัจจุบันมีสมาชิกกี่ราย และจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าเป็นสมาชิกของชมรมฯ
คุณนธี : ปัจจุบันนี้มีสมาชิกทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 ราย เพียงแต่จะมีอุปสรรคด้านการติดต่อสื่อสารกันบ้าง ซึ่งทางชมรมฯ ก็ได้พยายามส่งข้อมูลข่าวสารความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปลากัดยักษ์ตลอดจนปลากัดไทยไปถึงสมาชิกชมรมฯ อย่างสม่ำเสมอ

ถาม  : ในขณะนี้คุณนธีสามารถเพาะพันธุ์ปลากัดยักษ์ได้กี่ชนิดสายพันธุ์ กี่สี กี่แบบแล้วคะ
คุณนธี : ปัจจุบันนี้สามารถพัฒนาได้ 4 สายพันธุ์ คือ ปลากัดยักษ์สายพันธุ์ครีบสั้น ปลากัดยักษ์สายพันธุ์ครีบยาว ปลากัดยักษ์สายพันธุ์หางคู่ และปลากัดยักษ์สายพันธุ์ปลากัดป่า สำหรับเรื่องของสีสันนั้นจะมีสีต่าง ๆ ของแต่ละสายพันธุ์ สายพันธุ์ละ 10 สี

ถาม  : ถ้ามีผู้สนใจจะเลี้ยงปลากัดยักษ์ อยากทราบว่าต้องใช้งบประมาณลงทุนมากไหมคะและมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการเพาะเลี้ยงอะไรบ้างคะ
คุณนธี : การจัดเตรียมอุปกรณ์และสายพันธุ์ในการเพาะเลี้ยงก็ไม่มีอะไรมากครับ มี
*  พ่อ - แม่พันธุ์ปลา 1 คู่ ราคาประมาณ 1,000 บาท
*  ตู้เลี้ยงหรือบ่อเพาะ ราคาประมาณ 300 บาท/บ่อ (บ่อขนาด 1 ตารางเมตร)
*  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ประมาณ 200 บาท เพียงเท่านี้ก็สามารถเพาะปลากัดยักษ์ได้แล้วแต่ถ้าจะให้ได้ดีต้องใส่ใจลงไปด้วยเยอะ ๆ นะครับ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าเรื่องของสิ่งมีชีวิตและเจ้าตัวน้อย ๆ นี่แหละครับเปรียบเสมือนเด็กอ่อน ต้องมีความละเอียดอ่อนในการดูแล ถึงแม้ว่าปลากัดจะเป็นปลาที่มีความอดทนสูงก็ตาม

ถาม  : อยากทราบว่าตอนนี้จะมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดยักษ์เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
คุณนธี : การพัฒนาของปลากัดยักษ์ด้านความใหญ่ยังคงพัฒนาต่อไปด้วยการคัดพันธุโดยเลือกปลาที่มีขนาดใหญ่มาเพาะขยายพันธุ์กันส่วนเรื่องของรูปทรงและสีสันก็ยิ่งต้องพัฒนากันมากขึ้นเพราะปัจจัยเหล่านี้ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของการตลาดด้วย ถ้าเราทำสีสันและรูปทรงใหม่ ๆ ออกมาได้ ราคาก็จะดีตามไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา สรุปแล้วถ้าปลากัดปกติมีสีอะไร เราก็จะพัฒนาปลากัดยักษ์ให้มีสีนั้น ๆ ด้วย พร้อมทั้งพยายามพัฒนาสีสันและความแปลกใหม่ขึ้นมาอีกด้วย

ถาม  : ปลากัดยักษ์เลี้ยงยากหรือไม่ เมื่อเทียบกับปลากัดธรรมดา
คุณนธี : การเลี้ยง การดูแล ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ปลากัดยักษ์จะมีพฤติกรรมหวงพันธุ์ในช่วงการเพาะพันธุ์มากกว่าปลากัดปกติ จึงเพาะพันธุ์ได้ยากกว่า ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน

ถาม  : อายุขัยของปลากัดยักษ์กับปลากัดปกติจะแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
คุณนธี : ปลากัดปกติทั่วไปจะมีอายุเฉลี่ย 2 ปี ความยามเต็มที่ประมาณ 2.5 นิ้ว ส่วน
ปลากัดยักษ์จะมีอายุเฉลี่ยใกล้เคียงกันกับปลากัดปกติทั่วไป แต่มีความยาวตั้งแต่ 3-4 นิ้ว (ความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง)

ถาม  : ลักษณะเด่นของปลากัดยักษ์ ที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นลูกปลากัดยักษ์แท้ ๆ มีความแตกต่างกับปลากัดปกติหรือไม่
คุณนธี : ในช่วงที่ลูกปลากัดยักษ์ยังมีขนาดเล็ก ยังไม่สามารถสังเกตความแตกต่างได้ชัดเจนดูได้ลำบาก นอกจากเปรียบเทียบกับปลากัดปกติที่อยู่ในวัยเดียวกันจะสามารถเห็นความแตกต่างเรื่องของขนาดได้ แต่ถ้านำปลากัดยักษ์ที่ยังตัวเล็กมาพร้อมกับปลากัดปกติที่มีอายุมากกว่าหรือตัวเท่ากันจะไม่สามารถตอบได้ว่าตัวไหนเป็นปลากัดยักษ์ของแท้ คือ สรุปแล้วดูยากจนกว่าจะเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง ประมาณ 5 เดือน

ถาม  : เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปที่ตลาดซันเดย์ จตุจักรเห็นมีร้านจำหน่ายลูกปลากัดยักษ์หลายร้านอยากทราบว่าปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบกิจการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์กี่ราย
คุณนธี : เป็นเพื่อนในกลุ่มสมาชิกของชมรมฯ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายท่านก็จะนิยมเพาะเลี้ยงเพื่อดูความสวยงามมากกว่าที่จะเพาะขยายพันธุ์เพื่อเข้าสู่ตลาด แต่ในอนาคตคาดว่าน่าจะมีผู้ที่สนใจประกอบการด้านนี้มากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันปลากัดยักษ์กำลังได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างประเทศ เช่น ชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อเมริกา และญี่ปุ่น ส่วนใหญ่พวกนี้จะเดินทางเข้ามาเที่ยวและเลือกซื้อด้วยตัวเองในตอนแรก หลังจากนั้นก็จะมียอดสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต

ถาม  : ชาวต่างชาตินิยมซื้อปลากัดยักษ์ไปเลี้ยงเพื่อเป็นงานอดิเรกใช่หรือไม่
คุณนธี : ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ส่วนหนึ่งเพื่อนำยีนส์สายพันธุ์ปลากัดยักษ์ไปพัฒนา
ปลากัดที่ได้รับความนิยมในประเทศนั้น ๆ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่บางรายก็เลี้ยงเพื่อความสวยงามเป็นความเพลิดเพลิน และเลี้ยงให้พร้อที่จะส่งแข่งขันประกวดชิงรางวัลกันในประเทศ

ถาม  : คุณนธีหรือทางชมรมฯ ได้มีการดำเนินการจดสิทธิบัตรหรืออะไรที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์แล้วหรือยังคะ
คุณนธี : เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศเราไม่สามารถจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสัตว์น้ำเหล่านี้ได้เนื่องจากที่มาของปลากัดยักษ์เป็นการคัดและปรับปรุงพันธุ์โดยอาศัยวิธีธรรมชาติซึ่งไม่ใช่ผลิตผลจากการประดิษฐ์

ถาม  : ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานมีบ้างไหมคะ
คุณนธี : ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในขณะนี้ จะเป็นปัญหาส่วนตัวของผมมากกว่า คือ ด้านการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศ เพราะเรื่องภาษาอังกฤษผมแย่มาก ส่วนภาษาญี่ปุ่นนี้พูดไม่เป็นเลยอีกประการหนึ่งคือการขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีราคาแพง ขั้นตอนการดำเนินงานล่าช้าบ้าง และพื้นที่ขนส่งค่อนข้างจำกัดทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าไปตามที่ลูกค้ากำหนดไว้หรือเกิดความเสียหายในบางครั้ง

ถาม  : ถ้าหากมีผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลากัดยักษ์จะสามารถติดต่อคุณนธี หรือคนอื่นที่สามารถให้คำแนะนำปรึกษาได้อย่างไร
คุณนธี : แหล่งที่จะติดต่อได้มีดังนี้
1. ชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ตลาดเซเว่นเดย์
2. ชมรมปลากัดยักษ์พัฒนาเพื่อการส่งออก ปากซอยลาดพร้าม 56 (โชคชัย 4)
3. ร้าน KGB ปลากัดไทย ตลาดซันเดย์ ข้างตลาดนัดจตุจักร์ ร้านนี้จะเปิดสัปดาห์ละ 6 วัน ตั้งแต่ 08.00 - 19.00 น. ปิดวันจันทร์วันเดียว หรือโทร.0-9412-2103
4. ฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา ต. คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทร. 0-1918-0172 หรือ 0-2901-5010-1

     เป็นอย่างไรบ้างคะหลาย ๆ ท่านคงรู้จักกับปลากัดยักษ์กันบ้างแล้ว หากอยากทราบว่าปลากัดยักษ์จะมีสีสัน รูปร่างสวยงามอย่างไรก็ต้องพลิกกลับไปที่หน้าสี่สีของวารสารการประมงฉบับนี้ดูนะคะ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปลากัดไทยจะได้รับการพัฒนาสายพันธุ์และอยู่คู่คนไทยพร้อที่จะโกอินเตอร์ในอนาคตอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ คุณนธี รัตนพิเชษฐ์ แห่งฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา เป็นอย่างยิ่งที่กรุณาเอื้อเฟื้อพันธุ์ปลากัดยักษ์ให้ถ่ายภาพและร่วมสนทนาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกผู้อ่านวารสารการประมง สวัสดีค่ะ

                                                                                                                                               รัชนีบูลย์ ทิพย์เนตร

     เมื่อพูดถึงปลากัด คนไทยส่วนใหญ่คงพอจะรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าพูดถึงปลากัดยักษ์หลาย ๆ ท่านคงยังไม่รู้จักกันแพร่หลายมากนัก ในโอกาสนี้จะพาท่านสมาชิกผู้อ่านหนังสือพิมพ์วารสารการประมงไปทำความรู้จักกับปลากัดยักษ์เป็นปลากัดที่มีขนาดใหญ่กว่าปลากัดทั่วไปประมาณ 2 เท่า คิดค้นผสมพันธุ์และคัดพันธุ์ได้สำเร็จโดยฝีมือคนไทยนี่เอง เกษตรกรท่านนี้คือ คุณนธี รัตนพิเชษฐ์ เจ้าของฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา และรองประธานชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ดังนั้นเราไปร่วมสนทนากับคุณนธีกันเลยนะคะ

ถาม : สวัสดีค่ะคุณนธี อยากจะให้คุณนธีเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของปลากัดยักษ์ ว่ามี พัฒนาการมาอย่างไร อะไรคือแรงบันดาลใจให้เพาะพันธุ์ปลากัดยักษ์ขึ้นมา
คุณนธี : ต้องบอกก่อนว่าเมื่อก่อนพ่อผมเพาะปลากัดเก่ง ผมมารับช่วงทำฟาร์มปลากัดต่อจากพ่อแล้วเกิดความโชคดีของเราที่ได้ปลากัดผ่าเหล่าซึ่งมีขนาดโตกวาปลากัดปกติมาตัวหนึ่ง จึงเกิดความคิดที่อยากจะทำให้การเพาะพันธุ์ปลากันในครอกมาผสมกันมีทั้งจากคนละครอกและครอกเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปลายปี 2544 จึงได้สายพันธุ์ปลากัดยักษ์ใหญ่ที่นำออกมาเผยแพร่ ให้เป็นที่รู้จักในขณะนี้ ถ้านำพ่อ - แม่ปลากัดยักษ์จากที่ฟาร์มเพชรพันธุ์ปลาไปเพาะก็จะได้ลูกเป็นปลากัดยักษ์แท้ ๆ จะไม่กลับไปเป็นปลากัดปกติอีกแล้วเพราะเลือกนิ่งแล้ว

ถาม  : ปลากัดยักษ์มีขนาดประมาณเท่าไหร่
คุณนธี : ขนาดของปลากัดยักษ์ ถ้านำมาวัดความยาวจากปากถึงโคนหางจะมีขนาด 2.5 นิ้ว
ขึ้นไป เมื่อมีขนาดโตเต็มวัย นำมาชั่งจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 10 กรัม

ถาม  : ปลากัดยักษ์จะสวยงามเท่าปลากัดธรรมดา หรือไม่ และมีอะไรเป็นจุดเด่น
คุณนธี : ปลากัดยักษ์จะมีจุดเด่นที่มีขนาดใหญ่กว่าปลากัดปกติ 2 เท่าตัว เมื่อได้มีการพัฒนา
รูปทรงและสีสัน ปลากัดยักษ์ก็สวยงามเหมือนปลากัดปกติ เพียงแต่ความสวยงามนั้นจะขยายใหญ่และมีความชัดเจนมากกว่าเป็นสองเท่า

ถาม  : แนวโน้มของตลาด และราคาปลากัดยักษ์เป็นอย่างไรบ้าง
คุณนธี : ปลากัดยักษ์เป็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ จึงนับว่าเป็นโอกาสดีทางการตลาดที่เปิดกว้าง
ทั้งภายในและต่างประเทศ ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้าและความนิยมสนนราคาในตอนนี้มีตั้งแต่ ตัวละ 300 บาท ขึ้นไปจนถึงตัวเลขห้าหลักก็มีนะครับ

ถาม  : ทราบว่าคุณนธีเป็นรองประธานชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ด้วย กรุณาเล่าถึงความเป็นมาของชมรมฯ นี้และกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่
คุณนธี : ชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 นี้เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของผู้ที่รักและสนใจปลากัดยักษ์และมองเห็นโอกาสในการส่งเสริมตลาดที่ดีจึงเข้ามาร่วมกันจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ กันอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น จัดเปิดอบรมเกี่ยวกับการเพาะขยายพันธุ์ปลากัดยักษ์ จัดประกวดปลากัดยักษ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีชมรมปลากัดยักษ์เพื่อการส่งออกอีกชมรมหนึ่ง ที่มีส่วนผลักดันและส่งเสริมส่งให้ดำเนินกิจกรรม ดังกล่าวอีกด้วย

ถาม  : ในปัจจุบันมีสมาชิกกี่ราย และจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าเป็นสมาชิกของชมรมฯ
คุณนธี : ปัจจุบันนี้มีสมาชิกทั่วประเทศ ประมาณ 1,000 ราย เพียงแต่จะมีอุปสรรคด้านการติดต่อสื่อสารกันบ้าง ซึ่งทางชมรมฯ ก็ได้พยายามส่งข้อมูลข่าวสารความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปลากัดยักษ์ตลอดจนปลากัดไทยไปถึงสมาชิกชมรมฯ อย่างสม่ำเสมอ

ถาม  : ในขณะนี้คุณนธีสามารถเพาะพันธุ์ปลากัดยักษ์ได้กี่ชนิดสายพันธุ์ กี่สี กี่แบบแล้วคะ
คุณนธี : ปัจจุบันนี้สามารถพัฒนาได้ 4 สายพันธุ์ คือ ปลากัดยักษ์สายพันธุ์ครีบสั้น ปลากัดยักษ์สายพันธุ์ครีบยาว ปลากัดยักษ์สายพันธุ์หางคู่ และปลากัดยักษ์สายพันธุ์ปลากัดป่า สำหรับเรื่องของสีสันนั้นจะมีสีต่าง ๆ ของแต่ละสายพันธุ์ สายพันธุ์ละ 10 สี

ถาม  : ถ้ามีผู้สนใจจะเลี้ยงปลากัดยักษ์ อยากทราบว่าต้องใช้งบประมาณลงทุนมากไหมคะและมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการเพาะเลี้ยงอะไรบ้างคะ
คุณนธี : การจัดเตรียมอุปกรณ์และสายพันธุ์ในการเพาะเลี้ยงก็ไม่มีอะไรมากครับ มี
*  พ่อ - แม่พันธุ์ปลา 1 คู่ ราคาประมาณ 1,000 บาท
*  ตู้เลี้ยงหรือบ่อเพาะ ราคาประมาณ 300 บาท/บ่อ (บ่อขนาด 1 ตารางเมตร)
*  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ประมาณ 200 บาท เพียงเท่านี้ก็สามารถเพาะปลากัดยักษ์ได้แล้วแต่ถ้าจะให้ได้ดีต้องใส่ใจลงไปด้วยเยอะ ๆ นะครับ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าเรื่องของสิ่งมีชีวิตและเจ้าตัวน้อย ๆ นี่แหละครับเปรียบเสมือนเด็กอ่อน ต้องมีความละเอียดอ่อนในการดูแล ถึงแม้ว่าปลากัดจะเป็นปลาที่มีความอดทนสูงก็ตาม

ถาม  : อยากทราบว่าตอนนี้จะมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดยักษ์เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
คุณนธี : การพัฒนาของปลากัดยักษ์ด้านความใหญ่ยังคงพัฒนาต่อไปด้วยการคัดพันธุโดยเลือกปลาที่มีขนาดใหญ่มาเพาะขยายพันธุ์กันส่วนเรื่องของรูปทรงและสีสันก็ยิ่งต้องพัฒนากันมากขึ้นเพราะปัจจัยเหล่านี้ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของการตลาดด้วย ถ้าเราทำสีสันและรูปทรงใหม่ ๆ ออกมาได้ ราคาก็จะดีตามไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา สรุปแล้วถ้าปลากัดปกติมีสีอะไร เราก็จะพัฒนาปลากัดยักษ์ให้มีสีนั้น ๆ ด้วย พร้อมทั้งพยายามพัฒนาสีสันและความแปลกใหม่ขึ้นมาอีกด้วย

ถาม  : ปลากัดยักษ์เลี้ยงยากหรือไม่ เมื่อเทียบกับปลากัดธรรมดา
คุณนธี : การเลี้ยง การดูแล ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ปลากัดยักษ์จะมีพฤติกรรมหวงพันธุ์ในช่วงการเพาะพันธุ์มากกว่าปลากัดปกติ จึงเพาะพันธุ์ได้ยากกว่า ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน

ถาม  : อายุขัยของปลากัดยักษ์กับปลากัดปกติจะแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
คุณนธี : ปลากัดปกติทั่วไปจะมีอายุเฉลี่ย 2 ปี ความยามเต็มที่ประมาณ 2.5 นิ้ว ส่วน
ปลากัดยักษ์จะมีอายุเฉลี่ยใกล้เคียงกันกับปลากัดปกติทั่วไป แต่มีความยาวตั้งแต่ 3-4 นิ้ว (ความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง)

ถาม  : ลักษณะเด่นของปลากัดยักษ์ ที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นลูกปลากัดยักษ์แท้ ๆ มีความแตกต่างกับปลากัดปกติหรือไม่
คุณนธี : ในช่วงที่ลูกปลากัดยักษ์ยังมีขนาดเล็ก ยังไม่สามารถสังเกตความแตกต่างได้ชัดเจนดูได้ลำบาก นอกจากเปรียบเทียบกับปลากัดปกติที่อยู่ในวัยเดียวกันจะสามารถเห็นความแตกต่างเรื่องของขนาดได้ แต่ถ้านำปลากัดยักษ์ที่ยังตัวเล็กมาพร้อมกับปลากัดปกติที่มีอายุมากกว่าหรือตัวเท่ากันจะไม่สามารถตอบได้ว่าตัวไหนเป็นปลากัดยักษ์ของแท้ คือ สรุปแล้วดูยากจนกว่าจะเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง ประมาณ 5 เดือน

ถาม  : เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปที่ตลาดซันเดย์ จตุจักรเห็นมีร้านจำหน่ายลูกปลากัดยักษ์หลายร้านอยากทราบว่าปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบกิจการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์กี่ราย
คุณนธี : เป็นเพื่อนในกลุ่มสมาชิกของชมรมฯ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลายท่านก็จะนิยมเพาะเลี้ยงเพื่อดูความสวยงามมากกว่าที่จะเพาะขยายพันธุ์เพื่อเข้าสู่ตลาด แต่ในอนาคตคาดว่าน่าจะมีผู้ที่สนใจประกอบการด้านนี้มากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันปลากัดยักษ์กำลังได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างประเทศ เช่น ชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อเมริกา และญี่ปุ่น ส่วนใหญ่พวกนี้จะเดินทางเข้ามาเที่ยวและเลือกซื้อด้วยตัวเองในตอนแรก หลังจากนั้นก็จะมียอดสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต

ถาม  : ชาวต่างชาตินิยมซื้อปลากัดยักษ์ไปเลี้ยงเพื่อเป็นงานอดิเรกใช่หรือไม่
คุณนธี : ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ส่วนหนึ่งเพื่อนำยีนส์สายพันธุ์ปลากัดยักษ์ไปพัฒนา
ปลากัดที่ได้รับความนิยมในประเทศนั้น ๆ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่บางรายก็เลี้ยงเพื่อความสวยงามเป็นความเพลิดเพลิน และเลี้ยงให้พร้อที่จะส่งแข่งขันประกวดชิงรางวัลกันในประเทศ

ถาม  : คุณนธีหรือทางชมรมฯ ได้มีการดำเนินการจดสิทธิบัตรหรืออะไรที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์แล้วหรือยังคะ
คุณนธี : เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศเราไม่สามารถจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสัตว์น้ำเหล่านี้ได้เนื่องจากที่มาของปลากัดยักษ์เป็นการคัดและปรับปรุงพันธุ์โดยอาศัยวิธีธรรมชาติซึ่งไม่ใช่ผลิตผลจากการประดิษฐ์

ถาม  : ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานมีบ้างไหมคะ
คุณนธี : ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในขณะนี้ จะเป็นปัญหาส่วนตัวของผมมากกว่า คือ ด้านการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศ เพราะเรื่องภาษาอังกฤษผมแย่มาก ส่วนภาษาญี่ปุ่นนี้พูดไม่เป็นเลยอีกประการหนึ่งคือการขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีราคาแพง ขั้นตอนการดำเนินงานล่าช้าบ้าง และพื้นที่ขนส่งค่อนข้างจำกัดทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าไปตามที่ลูกค้ากำหนดไว้หรือเกิดความเสียหายในบางครั้ง

ถาม  : ถ้าหากมีผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลากัดยักษ์จะสามารถติดต่อคุณนธี หรือคนอื่นที่สามารถให้คำแนะนำปรึกษาได้อย่างไร
คุณนธี : แหล่งที่จะติดต่อได้มีดังนี้
1. ชมรมปลากัดยักษ์ใหญ่ไทยแลนด์ 2542 ตลาดเซเว่นเดย์
2. ชมรมปลากัดยักษ์พัฒนาเพื่อการส่งออก ปากซอยลาดพร้าม 56 (โชคชัย 4)
3. ร้าน KGB ปลากัดไทย ตลาดซันเดย์ ข้างตลาดนัดจตุจักร์ ร้านนี้จะเปิดสัปดาห์ละ 6 วัน ตั้งแต่ 08.00 - 19.00 น. ปิดวันจันทร์วันเดียว หรือโทร.0-9412-2103
4. ฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา ต. คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทร. 0-1918-0172 หรือ 0-2901-5010-1

     เป็นอย่างไรบ้างคะหลาย ๆ ท่านคงรู้จักกับปลากัดยักษ์กันบ้างแล้ว หากอยากทราบว่าปลากัดยักษ์จะมีสีสัน รูปร่างสวยงามอย่างไรก็ต้องพลิกกลับไปที่หน้าสี่สีของวารสารการประมงฉบับนี้ดูนะคะ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปลากัดไทยจะได้รับการพัฒนาสายพันธุ์และอยู่คู่คนไทยพร้อที่จะโกอินเตอร์ในอนาคตอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ คุณนธี รัตนพิเชษฐ์ แห่งฟาร์มเพชรพันธุ์ปลา เป็นอย่างยิ่งที่กรุณาเอื้อเฟื้อพันธุ์ปลากัดยักษ์ให้ถ่ายภาพและร่วมสนทนาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกผู้อ่านวารสารการประมง สวัสดีค่ะ

                                                                                                                                               รัชนีบูลย์ ทิพย์เนตร