ซีโอไลต์.......ช่วยลดแอมโมเนีย
1/5/2552 9:40:53, by ขวัญเรือน สุวรรณรัตน์

ซีโอไลต์.......ช่วยลดแอมโมเนีย โดย ขวัญเรือน สุวรรณรัตน์
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับแอมโมเนียกันก่อนน่ะค่ะว่าแอมโมเนียในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเราเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วส่งผลอย่างไรต่อสัตว์น้ำของเรา จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องกำจัดแอมโมเนียออกจากระบบของเรา สารอาหารในการเลี้ยงสัตว์น้ำมีหลายชนิด ได้แก่ แอมโมเนีย ไนไตรท์ และไนเตรท ก๊าซไข่เน่า มีเทน ฯลฯ แต่ที่สำคัญและเป็นปัญหาในการบำบัดน้ำมากที่สุดมี 3 มี แอมโมเนีย ไนไตรท์ และไนเตรท ซึ่งเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่เกิดจากการเมตาโบลิซึมสิ่งขับถ่ายจากสิ่งมีชีวิตในน้ำ ซึ่งสิ่งขับถ่ายจากกิจกรรมเมตาโบลิซึม (Metabolic waste) และสารประกอบที่เป็นผลผลิตต่อเนื่องและสะสมอยู่ในน้ำ เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตสำหรับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำ และทั้งสามชนิดสามารถเปลี่ยนกลับไปกลับมาได้ ขึ้นอยู่กับสภาพและองค์ประกอบอื่นๆ ทั้งสามชนิดเป็นผลผลิตจากกระบวนการเมตาโบลิซึมของปลา กุ้ง และสัตว์น้ำ เมื่อปลา กุ้ง และสัตว์น้ำขับถ่ายของเสียออกมา จะเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียสะสมอยู่ในน้ำ จากนั้นก็จะมีแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งมาเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรท์ โดยกระบวนการนี้ต้องใช้ออกซิเจนด้วย เมื่อไนไตรท์มีมากพอจะมีแบคทีเรียอีกกลุ่มหนึ่งมาเปลี่ยนไนไตรท์เป็นไนเตรท ซึ่งไนเตรทนี้เองเป็นเหมือนปุ๋ยตัวหนึ่งที่พืชสามารถนำไปใช้ได้และมีอันตรายน้อยกว่าแอมโมเนียและไนไตรท์
สาเหตุที่ทำให้เกิดพิษจากแอมโมเนีย มีหลายสาเหตุที่ทำให้ปริมาณแอมโมเนียสะสมมากขึ้นในบ่อปลา กุ้ง และสัตว์น้ำ เช่น - ระบบกรองที่ยังไม่ทำงานเต็มที่ คือ ยังมีปริมาณจุลินทรีย์ที่จะมาทำหน้าที่ย่อยสลายแอมโมเนียไม่มากพอกับปริมาณแอมโมเนียที่เกิดขึ้นในตู้ - ปล่อยปลา กุ้ง และสัตว์น้ำหนาแน่นเกินไป มีปลา กุ้ง และสัตว์น้ำมากเกินไป หรือปลา กุ้ง และสัตว์น้ำผลิตของเสียเร็วเกินไป หรือขับของเสียมามากเกินไป - มีการเน่าเสียในตู้ เช่น มีปลา กุ้ง และสัตว์น้ำตายมีต้นไม้ตาย แพลงก์ตอนตาย ให้อาหารมากเกิน ปลา กุ้ง และสัตว์น้ำกินหมด โดยเร็วจนอาหารเน่าเสียในตู้ - การให้อาหารมากเกินไปอย่างไม่สม่ำเสมอ การผลิตแอมโมเนียก็ไม่สม่ำเสมอตามไปด้วย - มีการทำลายระบบกรองชีวภาพ เช่น มีการใช้ยาปฏิชีวนะ ระบบส่งน้ำขัดข้องหรือมีการขัดขวางทางเดินน้ำที่ไปสู่ระบบกรอง ทำให้ระบบกรองขาดออกซิเจน การบำรุงรักษากรองที่ไม่ถูกต้อง ฯลฯ
ซีโอไลต์ช่วยดูดซับแอมโมเนีย เมื่อทราบว่าปลา กุ้ง และสัตว์น้ำในบ่อได้รับพิษจากแอมโมเนียเราสามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำที่มีแอมโมเนียเข้มข้นออกไปแล้วนำน้ำที่ปลอดภัยกว่าเข้ามาแทน แต่ถ้ายังไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ให้ทำตามวิธีต่อไปนี้ ซึ่งสามารถชะลอพิษของแอมโมเนียลงได้บ้างคือ หรือใช้ซีโอไลต์ มีลักษณะเป็นเกล็ดที่มีรูพรุนสามารถดูดซับแอมโมเนียได้ดี และสัตว์น้ำก็จะอยู่สุขสงบดี แต่เมื่อไรที่มีสิ่งผิดปกติ เกิดการสะสมในขั้นตอนใดๆ ก็ตาม ปัญหาที่อาจทำให้ปลา กุ้งและสัตว์น้ำป่วยและตายอาจเกิดขึ้นได้
เมื่อเราทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดแอมโมเนียในระบบการเลี้ยงปลาแล้วต่อไปเรามาทำความรู้จักกับซีโอไลต์สักหน่อยน่ะค่ะซีโอไลต์ เป็นสารในรูปแร่อะลูมิโนซิลิเกต (aluninosilicates) ชนิดหนึ่งที่มีสมบัติดูดน้ำได้ดี ดังนั้นเมื่อนำไปใช้โดยใส่ลงไปในดินจึงช่วยทำให้ดินมีความสามารถอุ้มน้ำได้สูงขึ้น และทำให้พืชที่ปลูกสามารถใช้น้ำในดินได้ขึ้น นอกจากนั้นซีไอโลต์ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่มีคุณค่าอีกหลายประการโครงสร้างมีลักษณะเป็นรูพรุนสม่ำเสมอเป็นจำนวนมาก มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกสูงมากรวมทั้งความสามารถในการดูดซับโมเลกุลสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสารที่ไม่มีพิษภัยหรือสารพิษต่างๆที่อาจก่อให้เกิดภาวะปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม และเป็น ตัวเร่งปฎิกิริยา จากบทความข้างต้นทำให้เราทราบแล้วว่าแอมโมเนียเกิดขึ้นมาจากไหนบ้างเราจึงควรหลีกเลี่ยงในสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จำเป็นที่ต้องหาวิธีมากำจัดแอมโมเนียอาจจะใช้วิธีอื่นๆ แต่อย่างไรก็ควรคำนึงถึงต้นทุนอย่างวิธีที่นำเสนอเหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาในตู้ปลาขนาดเล็กที่ไม่สะดวกต่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำจึงควรใช้ซีโอไลต์เป็นตัวกรองในระบบเพื่อช่วยลดแอมโมเนียได้บ้างแทนที่จะเปลี่ยนน้ำทุกวันอาจจะเป็นอาทิตย์ละครั้งก็ได้น่ะค่ะ
เอกสารอ้างอิง จำรัส ลิ้มตระล. เคมีของซีโอไลต์,วารสารวิทยาศาสตร์. 51(6) : 420-422 ; พฤศจิกายน-ธันวาคม 2540. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง. กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, (2551). วิธีวิเคราะห์ คุณภาพน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง.หน้า 120-123. http://board.dmr.go.th/board/data/0410.html http://web.ku.ac.th/nk40/jamrus.htm http://board.dserver.org/k/kungthai/00000378.html http://www.buildboard.com/viewtopic.php/176/2202/98308/0/ http://www.oknation.net/blog/zeolite-saponin/2008/08/23/entry-1/comment
|
 |
|