สัตว์ติดดินคุณค่าติดดาว
26/6/2552 14:33:58, by จำนง ถีราวุฒิ

สัตว์ติดดินคุณค่าติดดาว (ไส้เดือนยักษ์ แอฟริกา) โดยจำนง ถีราวุฒิ
ไส้เดือนเป็นสัตว์ชั้นต่ำ มากด้วยคุณค่า มนุษย์เป็นสัตว์ชั้นสูงแต่บางคนอยู่อย่างไร้คุณค่า ทำลายตัวเองทำลายประเทศชาติ ซึ่งต่างกับไส้เดือนถึงจะเป็นแค่สัตว์ชั้นต่ำ แต่ก็ทำประโยชน์ให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากมายเหลือเกิน เช่น ด้านการเกษตรช่วยให้ดินร่วนซุย มูลของไส้เดือนก็ยังทำเป็นปุ๋ยชั้นดี ไส้เดือนก็ยังเป็นอาหารชิ้นเลิศของปลาสวยงาม เช่น ปลาอะโรวาน่า ปลาหมอสี และปลาชนิดอื่น ๆ ไส้เดือนอบแห้งบดแปรรูปเป็นอาหารคนแก้โรคความดัน โรคหัวใจและสมรรถภาพทางเพศ โอ้ ! รู้อย่างนี้เลี้ยงไส้เดือนไว้กินเองตั้งนานแล้ว ฮา ฮา ฮา...แล้วคนเราละครับที่อ้างว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงเป็นสัตว์ประเสริฐ ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม และประเทศชาติบ้างแล้วหรือยัง ?
จะเอามังคุดทุเรียนมาฝากก็คงลำบากน่าดู เริ่มต้นบทความฉบับนี้ตามแบบฉบับของ จำนง ถีราวุฒิ นะครับ ที่มักจะนำของฝากที่ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นข้อคิดดี ๆ ให้เราคนไทยทุกคนรักและสามัคคีมาฝากกันเป็นประจำ และที่สำคัญของบทความฉบับนี้ผมได้นำการเลี้ยงสัตว์ที่ชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำแต่มีคุณค่ามากมาย เลี้ยงแล้วได้เงิน มาฝากอีกด้วย
ไส้เดือนแอฟริกาเป็นไส้เดือน ที่อาศัยอยู่หน้าดิน กินอาหารที่เป็นอินทรียวัตถุ เช่น มูลสัตว์ เศษอาหาร เศษเหลือทางการเกษตร เศษผัก เศษหญ้า และใบไม้ ไส้เดือนชนิดนี้เป็นไส้เดือนขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาไส้เดือนที่นิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไปมีขนาดโตเต็มที่ 12 นิ้ว น้ำหนัก 1.8 กรัม/ ตัว มีจำนวนปล้องโดยทั่วไป 188-297 ปล้อง ลำตัวมีสีเทาอมม่วง ลำตัวด้านท้องแบนเล็กน้อย และมีสีซีดกว่าด้านหลัง ช่องเพศเมียอยู่บริเวณปล้องที่ 13 ช่อง เพศผู้วางตัวอยู่ระหว่างปล้องที่ 17 และ 18 อัณฑะวางอยู่บริเวณผนังกั้นระหว่าง ปล้องที่ 10 กับ 11 ถุงเก็บอสุจิอยู่ปล้องที่ 12 และ 13 รังไข่อยู่ระหว่างปล้องที่ 13 และ 14 ไส้เดือนเป็นสัตว์สองเพศในตัวเดียวกัน
จากสิ่งมีชีวิตติดดินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่านี้เองทำให้ไส้เดือนแอฟริกากลายเป็นสัต์ที่ถูกนำมาสู่ธุรกิจการเพาะเลี้ยงและตอนนี้ไส้เดือนชนิดนี้ก็นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกอีกด้วย เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนนาดา เม็กซิโก อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรเลีย และในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทยของเราเริ่มมีการเพาะเลี้ยงอย่างจริงจังเช่นกัน มิตรใหม่ฟาร์มเป็นตัวอย่างฟาร์มที่ได้นำกลยุทธ์การผลิตไส้เดือน แอฟริกาสู่ธุรกิจที่ทำรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของฟาร์มคุณสถาพร ฉายะโอภาส หรือพี่เอกเจ้าของมิตรใหม่ฟาร์มสิ่งที่ทำให้หันมาเลี้ยงไส้เดือนอย่างจริงจัง จนกลายเป็นธุรกิจ พี่เอกบอกว่า
1. ในการเลี้ยงไส้เดือนนั้นลงทุนเพียงครั้งเดียว และเรื่องการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างง่าย ในหนึ่งสัปดาห์ดูแลการให้อาหารและความชื้นแค่เพียงสองครั้งเท่านั้น ระยะเวลาที่ดูแลก็ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อครั้ง 2. ได้ผลผลิตเร็วคล้าย ๆ กับปลาหางนกยูง ที่ออกลูกเร็วต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องไปนั่งผสมพันธุ์ ไม่ต้องไปเลือกตัวที่สวยงาม
พอได้คุยกับพี่เอกถึงเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนทำให้เกิดแนวคิดเหมือนกันนะครับ เออ ! ระดับเรา ๆ นี่นะ คิดอยากจะทำอาชีพอะไรสักอย่าง แต่ที่คิดไม่เคยตกก็เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่แหล่ะจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุน และแล้วก็ได้แค่คิด (เป็นประจำ) เลี้ยงไส้เดือนได้ไม่ได้ ไหวไม่ไหว เขียนบทความฉบับนี้เสร็จก็คิดอยู่เหมือนกันครับน่าจะลองดู เพราะต้นทุนการเลี้ยงค่อนข้างต่ำ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่เคยหนักใจก็น่าจะไหวนะครับ แล้วท่านละครับสนใจมั๊ยไม่เสี่ยงหรอก ต้นทุนแหม๋...ซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้ากินยังมากกว่าอีก วิธีการเลี้ยงตามผมมาเลยครับ ไปถามพี่เอกรู้แน่นอนว่าไส้เดือนเลี้ยงอย่างไร
วิธีการเลี้ยง
เตรียมภาชนะกะละมังหรือกล่องพลาสติกก็ได้ใส่ปุ๋ยคอกเพื่อเป็นที่อยู่ของไส้เดือน ถ้าให้ดีต้องเป็นมูลวัวนะครับ ก่อนใช้หมักไว้ก่อนเพราะถ้านำมูลสัตว์ที่ใหม่ ๆ มาใช้จะทำให้เกิดแก๊ส ไส้เดือนอาจตายได้ ใส่น้ำพอหมาด ๆ อย่าให้แฉะ ใส่พันธุ์ไส้เดือนแอฟริกาลงเลี้ยงได้เลย เอ๊ะ ! ไม่ยากนี่น่า เราก็ทำได้ ผมเชื่อครับว่าคนทำได้หลังจากนั้นก็คอยให้อาหารและดูแลความชื้นอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง
อาหาร อาหารที่ให้เป็นจำพวก ผัก ผลไม้ เศษอาหารก็ได้ ส่วนความชื้นให้ใส่น้ำแต่อย่าให้แฉะ ไส้เดือนจะไข่ทุกอาทิตย์ใช้เวลาไข่ฝัก 7-10 วัน ก็จะฟักเป็นตัวในไข่หนึ่งฝักจะให้ลูกออกมาประมาณ 5-20 ตัว เลี้ยง 40 วัน ก็จะมีขนาดโตเต็มวัยก็สามารถจับขายได้หรืออาจจะจับขายได้ก่อน 40 วัน ก็ได้ขึ้นอยู่กับลูกค้าต้องการขนาดไหน การเจริญเติบโตของไส้เดือนที่เลี้ยงขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ด้วย โดยเฉพาะการให้อาหารถือว่าสำคัญเช่นกัน แต่ที่พิเศษสุดคือ ไส้เดือนเป็นสัตว์ที่มีสองเพศในตัวเดียวกัน ฉะนั้นการที่เราผสมพันธุ์ลูกที่ออกมาก็จะได้ไข่ทั้งสองเพศ และนี่เองที่ทำให้การเลี้ยงไส้เดือนนั้น ได้ผลผลิตที่เร็วกว่าการเลี้ยงสัตว์ประเภทอื่น การตลาด รูปแบบการตลาดที่ทำอยู่ในขณะนี้มีหลายช่องทางด้วยกัน เช่น 1. ไส้เดือนบรรจุกล่องพร้อมขายเป็นอาหารสัตว์ ตกปลา เป็นเหยื่อ 2. ปุ๋ยและน้ำจากมูลไส้เดือนใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ 3. จำหน่ายพ่อแม่พันธุ์ให้กับผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยง 4. เลี้ยงเพื่อนำมาทำเป็นไส้เดือนตากแห้งป่น ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเพื่อมาเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจจำพวกสัตว์บก ปลากบ และหมู เนื่องจากไส้เดือนมีโปรตีนที่สูงมาก เลี้ยงไม่ยาก ต้นทุนต่ำให้ผลผลิตเร็ว ช่องทางการตลาดมีหลากหลาย พ่อแม่พันธุ์หาซื้อได้ไม่ยาก เลี้ยงไส้เดือนควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นด้วย ยิ่งดี เช่นเลี้ยงกบและปลาเป็นต้น จุดเด่นและปัจจัยประกอบเหล่านี้แหละครับที่ผมคิดว่าไส้เดือนยักษ์แอฟริกา น่าจะกลายเป็นสัตว์ติดดินคุณค่าติดตาว อย่างไม่ต้องสงสัย ระดับนักลงทุนที่เป็นเสมือนรากหญ้าอย่างพวกเรา สามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินลงทุนมากนัก ขอขอบคุณ คุณสถาพร ฉายะโอภาส เจ้าของมิตรใหม่ฟาร์มมากนะครับที่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือนแอฟริกา หากผู้อ่านท่านใดสนใจที่จะเลี้ยง หรือสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามหรือเยี่ยมชมได้ที่นิมิตรใหม่ ลำลูกกาคลอง 7 หมู่บ้านสัมมากร ตามเบอร์โทรนี้เลยครับ 086-8899958 ติดต่อคุณสถาพร (พี่เอก)
|