Home | หน้าบทความ | ถามตอบปัญหาการเพาะเลี้ยง | Admin   
 
 


9 กันยายน 2553  

น้ำเซาะทราย......อันตราย...โลกตะลึง!!
12/5/2552 15:02:36, by จำนง ถีราวุฒิ


 

น้ำเซาะทราย......อันตราย...โลกตะลึง!!
โดยจำนง   ถีราวุฒิ


เชื่อหรือไม่ครับ แผนที่โลกใหม่กรุงเทพหายไป ฟิลิปปินส์  อินโดนีเซีย หมู่เกาะดูรินและเกาะแซคาลินของรัสเซียจมอยู่ใต้ทะเล เมืองซานวาดอร์ เซาเปาโล  ริโอดอร์จาเนโร และบางส่วนของอุรุกวัยจะจมหายไปในทะเลเหมือนกับหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ และอีกหลายๆ พื้นที่ของโลก  ปรากฎการณ์เช่นนี้ถ้าถามผมว่าเชื่อหรือไม่ ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่พอดูข่าวหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ เช่นที่ประเทศอินเดีย เกาะโลฮาซาราจมหายไปในทะเล ส่วนเกาะโกรามาราซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันจมหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง แล้วอีกไม่นานประเทศตูวาลู ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกและเกาะมาดากัสการ์จะจมหายไปเช่นกัน ไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์บอกว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ  1 เมตร การกัดเซาะชายฝั่งของน้ำทะเลจะทวีความรุนแรงขึ้น  เอ๊ะ!!!! มันเริ่มเป็นจริงแล้วนี่น่า......ถ้าจะให้ผมหลับหูหลับตาแล้วตอบอย่างเสียงแข็งว่าไม่เชี่อ ถึงอย่างไรก็ไม่เชื่อ  เออ.....ถ้าตอบอย่างนี้ก็คิดหนักเหมือนกันนะครับ (ถ้าเกิดขึ้นจริงก็คงอีกหลายปี นี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณ)
การกัดเซาะชายฝั่งของน้ำทะเลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนต่างประเทศถือว่าหนักแล้วบ้านเราล่ะหนักมั๊ย??? ไม่ถึงกับประเทศต้องจมหายไปในทะเลครับแต่ก็เกิดขึ้นในหลายพื้นที่โดยเฉพาะชายฝั่งด้านอ่าวไทย เสียหายหนักกว่าฝั่งอันดามันตั้งแต่ภาคตะวันออกลงมาถึงจังหวัดทางภาคใต้บางพื้นที่อาการค่อนข้างหนักเหมือนกัน ผมมีภาพและตัวอย่างของพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ จากการกัดเซาะของน้ำทะเลมาให้ดู เกิดขึ้นใกล้ๆ กับสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งนี่เองที่บ้านบ่ออิฐ ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง และที่บ้านปึก ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ภาพที่  1  แสดงต้นหูกวางอายุนับ  100 ปี ถูกโค่นล้ม 


       
      ภาพที่  2  แสดงถนนพังเสียหาย  

     
   ภาพที่ 3 แสดงน้ำกัดเซาะชายฝั่งที่บ้านปึก

ภาพที่1 เกิดขึ้นที่บ้านบ่ออิฐ ต้นไม้ที่เห็นเป็นต้นหูกวางอายุร่วม 100 ปี คุณลุงในภาพท่านยืนยันได้ท่านอายุ 80 ตอนเด็กๆ ก็เห็นต้นหูกวางต้นนี้อยู่แล้ว แต่เอ๊ะ   คุณลุงในภาพหน้าตาคุ้นๆ อ๋อ คุณลุง ถาวร ถีราวุฒิ คุณพ่อผมเอง ไม่ได้เล่นเส้นนะครับ พอดีเห็นว่าท่านผูกพันและชอบไปนั่งพักผ่อนใต้ต้นหูกวางต้นนี้อยู่เป็นประจำใช้เป็นที่หลบร้อน เวลาออกไปทอดแห  ก็เลยนำท่านมาเป็นนายแบบเสียเลย ภาพที่ 2   แต่ก่อนไปไหนมาไหนระวังแค่อุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วไป แต่เดี๋ยวนี้ไม่น่าเชื่อขี่รถต้องระวังตกทะเล ภาพนี้เกิดขึ้นที่บ้านบ่ออิฐเช่นกัน ส่วนภาพที่ 3 เกิดขึ้นที่บ้านปึกสภาพเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับรุนแรงไม่แพ้บ้านบ่ออิฐเช่นกัน
ผลที่ได้รับมันรุนแรงเหลือเกินแล้วสาเหตุจริงๆ มันคืออะไรกันแน่หลายท่านคงสงสัย

สาเหตุที่สำคัญมีอยู่ 2 ประการ
1.   เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล  กระแสน้ำมีการเปลี่ยนแปลง  คลื่นลมแรง ปริมาณตะกอนจากทะเลที่พัดพาเข้าฝั่งลดลง และปริมาณฝนตกที่มากกว่าปกติ
2.   เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์นอกจากจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อนแล้วการปลูกสิ่งก่อสร้างก็มีส่วนสำคัญเช่นกันการสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นน้ำ การสร้างท่าเทียบเรือ การถมสร้างชายหาดเทียมเป็นต้น สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ขัดขวางการพัดพาของตะกอนก่อให้เกิดการพังทลายของชายหาด

แนวทางการแก้ไข   
แนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งสามารถทำได้ 2  วิธีคือ
1)   การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแบบไม่ใช้โครงสร้างเหมาะสำหรับชายฝั่งที่มีชุมชนไม่แน่นหนาการกัดเซาะไม่รุนแรง เช่น การปลูกต้นไม้
2)   การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแบบใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมเหมาะสำหรับบริเวณชายฝั่งที่มีปัญหาถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง เช่น เติมทรายชายฝั่ง ก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งกั้นคลื่น ก่อสร้างเขื่อนกั้นคลื่นใต้น้ำ ก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งกั้นคลื่นสลับกับก่อสร้างเขื่อนกั้นคลื่นใต้น้ำ ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเป็นต้น

ตอนนี้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่บ้านบ่ออิฐ และบ้านปึกใช้แนวทางแก้ไขแบบใช้โครงสร้างทาง วิศวกรรมโดยการก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งกั้นคลื่นของกรมขนส่งทางน้ำพาณิชยนาวีกระทรวงคมนาคม (ดูรูปที่  4  ประกอบ ) และจะสร้างต่อไปจนถึงชายฝั่งบริเวณบ้านทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 3-7 ตำบลเขารูปช้าง


        
      ภาพที่ 4  แสดงเขื่อนหินทิ้งกั้นคลื่น

   จากวิกฤตที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่ง บ้านปึก บ้านบ่ออิฐ บ้านเนินชายทะเล  บ้านทุ่งใหญ่  อำเภอ เมือง  จังหวัดสงขลา กรมประมงโดยสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา เป็นเสือปืนไวอีกเช่นเคยครับ เล็งเห็นถึงการสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส ( ไม่ใช่การสร้างโอกาสให้เป็นวิกฤตเหมือนที่สังคมไทยกำลังกระทำอยู่ขณะนี้นะครับ) พื้นที่ว่างระหว่างแนวหินกั้นคลื่นกับชายฝั่ง นอกจากจะใช้เป็นแนวกั้นคลื่นลมแล้วที่ตรงนั้นแหละครับสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลามองว่าน่าจะใช้เป็นที่เลี้ยงปลาในกระชัง สร้างแหล่งทำกินที่ใหม่ให้กับชาวบ้านส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงปลาในกระชัง ด้วยการรวมกลุ่มกันเลี้ยง กลุ่มละประมาณ  20 คน ช่วยกันดูแล  ช่วยกันเลี้ยง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินงานครับถ้าหากว่ามีความคืบหน้าประการใดผมนำมาเสนอให้ทราบอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
   สภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งละลายระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คลื่นลมแปรปรวนการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงมีผลทำให้แผนที่โลกเปลี่ยน ฟังดูแล้วน่าใจหายเหมือนกันน่ะครับถึงแม้ว่าบ้านเราไม่รุนแรงถึงขนาดประเทศต้องจมอยู่ใต้ท้องทะเล.......จริงสินะประเทศของเราอาจจะไม่จมเพราะน้ำท่วมหรือน้ำกัดเซาะชายฝั่งหรอก เพราะบ้านเมืองของเรากำลังจะจมด้วยคนในประเทศทะเลาะกันเองมากกว่าแต่ถึงอย่างไรก็อย่าให้เกิดกับบ้านเมืองของเราเลย ถึงแม้ว่ามันเป็นคำขอที่ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน จะช่วยได้ พวกเรางัยครับ พวกเรานี่แหละคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงที่จะช่วยโลกและประเทศไทยของเราได้ การแก้ไขปัญหาที่กระทำอยู่ในขณะนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับหยุด!!!!! พฤติกรรมที่ทำให้เกิดโลกร้อนนี่ต่างหากที่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว......สัญญาสิครับ


    



บทความ
ปิดอ่าว...เล่าเรื่องปลาทู (2)
ปิดอ่าว...เล่าเรื่องปลาทู
เมื่อเอลนีโญ...มาเยือน
ภาวะโลกร้อนกับการประมง
แมงกะพรุนกล่อง มฤตยูร้ายใต้ทะเล
แนวเขื่อนหินบ้านบ่ออิฐพลิกวิกฤติทรัพยากรประมง
ป่าชายหาด….ปราการที่หดหาย
สัตว์ติดดินคุณค่าติดดาว
น้ำเซาะทราย......อันตราย...โลกตะลึง!!
เลี้ยงกบควบคู่ปลูกผัก...บนแปลงผักลอยน้ำ
 
© Copyright 2002 Nicaonline.com. All right reserved.
Powered by Dwc_Articles 1.2 Beta