ปลิงทะเล..... สัตว์เศรษฐกิจจากท้องทะเลสู่การเพาะเล
5/8/2551 13:13:58, by จำนง ถีราวุฒิ

ปลิงทะเล..... สัตว์เศรษฐกิจจากท้องทะเลสู่การเพาะเลี้ยงที่ยั่งยืน
กว่าจะได้เรียบเรียงเขียนเรื่อง ปลิงทะเล คิดอยู่ตั้งหลายตลบเหมือนกัน เพราะโดยส่วนตัว เป็นคนที่กลัวมากๆสำหรับเจ้าตัวที่มีลักษณะลำตัวนุ่มหยุ่นว่ายน้ำพะยืดพะยาดอย่างเงียบๆเมื่อพบเป้าหมายหรือเหยื่อจะคืบมาแย่งกันดูด...ดูดและก็ดูด จนมันหนำใจตัวบวมเต่งถึงจะยอมทิ้งจากเหยื่ออันโอชะ..... ฟังดูน่ากลัวนะครับ จนบางครั้งทำให้ผมรู้สึกว่า เอ๊ะ! เราจะเขียนในสิ่งที่เรากลัวหรือแต่นั่นมันก็เป็นอดีตแหละครับ เพราะเดี๋ยวนี้พอนึกถึงปลิงทะเลเป๋าฮื้อน้ำแดงหม้อดิน ปลิงทะเลผัดเสฉวน ปลิงทะเลรวมพลกระเพาะปลาสดหรือปลิงทะเลตุ๋นหม้อดิน ปลิงทะเลกุ้งน้ำมันหอย อาการขยะแขยงก็หายไป อาการน้ำลายหยด น้ำลายไหลก็เกิดขึ้นมาแทนทันที... เอ้า ! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ถ้าอย่างนั้นมาติดตามเนื้อหาสาระของเจ้าปลิงทะเลกันดีกว่าครับว่ามันจะน่ากลัวเหมือนปลิงในนาบ้านเราหรือน่ากินเหมือนเมนูอาหารที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นหรือเปล่าและที่สำคัญปลิงทะเลมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศด้วยนะครับ ปลิงทะเลเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจัดอยู่ใน Phylum Echinodermata Class Holothunoidea อาศัยอยู่ก้นทะเลโดยฝังตัวขุดรูอยู่ในโคลน ทราย หรืออาศัยอยู่ตามกอสาหร่ายทะเล ปะการัง มีขนาดรูปร่างแตกต่างกันโดยทั่วๆไปมีรูปร่างทรงกระบอก ยาวคล้ายถุง มีปากและช่องขับถ่ายอยู่ที่ปลายส่วนหัวและหางรอบๆปากมีหนวด (tentacles) หนวดมีจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของปลิงทะเล เช่น Cucumaria thyone มีหนวด 10 เส้น Holothuria sp. มีหนวด 20-30 เส้น เป็นต้น ผิวตัวของปลิงทะเลอาจนุ่ม มีลักษณะบางโปร่งแสง หรือหนาทึบแสงบาง ชนิดผิวเรียบ แต่ปกติมักจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้าย หูดที่บริเวณผิวจะมีสปีคุล (spicules) ซึ่งเป็นแผ่นโครงร่าง (Skeletal plates) ลักษณะของสปีคุลใช้ในการจำแนกชนิดของปลิงทะเล ซึ่งแต่ละชนิดจะมี สปีคุลแตกต่างกันออกไป บางชนิดสปิคุลจะมีลักษณะคล้ายรูปสมอเรือ เช่น สกุล Holothuria
ปลิงทะเลอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลในระดับความลึก 20-30 เมตร สามารถพบได้ในบริเวณหาดทรายปนเลนหรือทรายล้วนๆ หรือตามบริเวณที่ที่มีกระแสน้ำ ตามเกาะบริเวณปะการัง และสภาพน้ำทั่วไป อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 24-28 องศาเซลเซียส ความเค็มสามารถอยู่ได้ในระดับ 27-35 ppt ถึง 17 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอยู่ในระดับความเค็มสูงจะมีความแข็งแรงกว่าความเค็มต่ำ ปลิงทะเลปกติไม่ชอบแสงสว่าง และออกหาอาหารในเวลากลางคืน จะยื่นหนวดลงสู่พื้นดินเพื่อหาอาหาร คุณค่าทางอาหารของปลิงทะเล มีโปรตีนประมาณ 10-12% ความชื้น 70-80% ไขมัน 0.002-0.04% และเนื้อปลิงทะแลยังมีสารมิวโคโปรตีนที่มี Chondroitin sulfurie acid คาดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุโดยการช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี.... นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่าในเนื้อปลิงทะเล Stichopus japonicus มีมิวโคโปรตีน (mucoprotein) ปริมาณสูงซึ่งมิวโคโปรตีนนั้น มีคอนดรอยติน ซัลฟุริคแอซิด (Chondroitin - sulfuric acid) อยู่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และจากการศึกษาในผู้สูงอายุยังพบว่า การที่กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้นั้นเนื่องจากปริมาณของคอนดรอยติน ซัลฟุริค แอชิด ลดลง ดังนั้นจึงอาจใช้เรื่องนี้เป็นเหตุผลในการอธิบายถึงการที่ชาวจีนนิยมรับประทานปลิงทะเลกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คอนดรอยติ ซัลฟุริค แอชิด ตามธรรมชาติมักอยู่ในสภาพมิวโคโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ เช่น กระดูกอ่อน เอ็นและของเหลวที่หล่อลื่นตามข้อต่างๆ ดังนั้น การรับประทานปลิงทะเลก็นับว่าให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้เช่นกัน ปลิงทะเลตากแห้งนับว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในประเทศทางตะวันออก โดยเฉพาะทางหมู่เกาะทะเลใต้ (South pacific) ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้นิยมรับประทานปลิงทะเลกันมาก ปลิงทะเลที่รับประทานได้ส่วนใหญ่อยู่ในวงค์ Stichopodidae และ Holothuriidae ส่วนชาวจีนจะแปรรูปปลิงทะเลโดย จับเอาปลิงทะเลขึ้นมาผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออกต้มจนแข็งและยืดหยุ่นได้คล้ายยาง จึงเอาไปตากแดดรมควันจนแห้งแล้วเก็บไว้ในลัง ในประเทศไทยปลิงทะเลที่พบส่วนมากในบริเวณอ่าวไทย และมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจากการเก็บตัวอย่าง ที่จังหวัด ภูเก็ต เมื่อนำมาจัดจำแนกหมวดหมู่ จะได้ 4 อันดับ (Orders) 5 วงศ์ (Families) 8 สกุล (genera) และ 17 ชนิด (Species) ในบรรดาปลิงทะเลทั้งหมดนี้ จากรายงานพบว่าสามารถนำมารับประทานได้ 2 สกุล 6 ชนิด คือ Holothuria scabra (Jaeger) เรียกกันทั่วไปว่า ปลิงขาว,ปลิงดำ ในบ้านเราชนิดที่นิยมนำมารับประทาน และมีขายตามท้องตลาดในสภาพปลิงทะเลตากแห้ง คือ Holothuria scabra ปลิงทะเล มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ในแง่ของการย่อยสลายสารอินทรีย์ในตะกอนดิน และปลดปล่อย ธาตุอาหาร สู่วงจรอาหารในธรรมชาติ นอกจากนี้ปลิงทะเลยังนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ของหลายประเทศในมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สำหรับประเทศไทย พบการทำประมงปลิงทะเล เพื่อการบริโภคภายในประเทศ และส่งออกทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยการเอาอวัยวะภายในออกแล้วนำมาต้มและตากแห้งเพื่อทำเป็นปลิงทะเลแห้ง สำหรับนำไปประกอบอาหารและส่งออกไปยัง ประเทศมาเลเซียเพื่อใช้ทำยา และผลิตเป็นแคปซูลขายเป็น อาหารเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย เห็นความสำคัญของเจ้าปลิงทะเลหรือยังครับ ทำเป็นอาหารก็อร่อย แถมยังเป็นมิตรกับระบบนิเวศอีกต่างหาก แค่มองจากภายนอกดูอย่างไรก็ไม่น่ารักแต่มองลึกๆ..... ปลิงทะเลนี้มีคุณค่ามากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะมองอะไรสักอย่างอย่ามองที่รูปกายภายนอกนะครับ ขอให้ดูส่วนลึกๆจากข้างใน แล้วเราจะได้รู้ถึงคุณค่าอย่างแท้จริงของสิ่งนั้น หลังจากที่อ่านบทความฉบับนี้แล้วผมเชื่อนะครับ หลายท่านคงจะมีความคิดคล้ายๆผม..... ในเมื่อปลิงทะเลมีประโยชน์ และมีความสำคัญเช่นนี้ แล้วทำไม? กรมประมงถึงไม่ศึกษาทดลองอย่างจริงจัง เพื่อจะนำปลิงทะเลมาเพาะเลี้ยงให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจและส่งเสริมให่แก่บุคคลที่สนใจ ทำการเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพ... สงสัย ! ใช่มั๊ยครับ อ่านต่อสิครับผมมีคำตอบ ผมมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์พูดคุยกับท่าน ผอ.นพดล ภูวพานิช ผอ. สวช. สงขลา ซึ่งท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าทดลองเรื่องปลิงทะเล ท่านกล่าวว่า... การเพาะพันธุ์ปลิงทะเลในขณะนี้กรมประมงสามารถประสบผลสำเร็จในการเพาะพันธุ์โดยการทดลองของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์โดยการนำปลิงทะเลจากธรรมชาติในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชนิด Holuthuria atra Jager,1833 มาทำการทดลองเพาะพันธุ์ ผลที่ได้นั้นเป็นที่น่าพอใจ มีลูกปลิงทะเลจากไข่ที่ผสมแล้ว จนถึงขนาด 1 เซนติเมตร มีปริมาณไม่ต่ำกว่า 6,000ตัวจากจำนวนไข่ทั้งสิ้น 55,000 ฟอง แต่ปัญหาของการเพาะพันธุ์ปลิงทะเล ที่สำคัญคือ การเจริญเติบโตค่อนข้างช้าและอัตราการรอดต่ำ ท่านผอ. กล่าว ต่อว่า ความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลชนิดนี้ จะเป็นแนวทางในการพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลให้มีปริมาณไข่มากขึ้น และมีเปอร์เซนต์รอดตายสูง รวมถึงการศึกษา การอนุบาล การเลี้ยงในบ่อดิน การปล่อยคืนสู่แหล่งธรรมชาติที่มีการประมงปลิงทะเล ส่วนแนวโน้มการเพาะเลี้ยงปลิงทะเลเชิงพานิชในอนาคต มีโอกาสเป็นไปได้สูง เนื่องจาก ปัจจุบันปลิงทะเลในธรรมชาติลดน้อยลงมาก ความต้องการของตลาดยังสูง การเพาะพันธุ์ปลิงทะเลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักนิดในการศึกษาค้นคว้าทดลอง ยังไม่สามารถส่งเสริมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรได้ ที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงหน่วยงานของราชการเท่านั้น นี่ก็เป็นบทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งจากท่าน ผอ. นพดล ภูวพานิช ผมต้องขอกล่าวขอขอบคุณท่าน ผอ.มากนะครับที่ได้ให้ข้อมูลดีๆในเรื่องการเพาะพันธุ์ปลิงทะเล สำหรับข้อมูลหรือเนื้อหาสาระที่ชัดเจนเมื่อมีการค้นคว้าทดลองจนได้ผลสรุปที่แน่นอน ผมขอรับรองครับ จะนำเรื่องราวของการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลมาบอกเล่าเก้าสิบ ในโอกาสต่อไปอย่างแน่นอน (โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้)
อ้างอิง - ผอ. นพดล ภูวพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ. สงขลา - เล่าเรื่องสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่16 สำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้อม วารสารรายไตรมาสเม็ดทรายปีที่ 4 ฉบับที่ 2 เมษายน- มิถุนายน 2551 หน้า 8-9
|
 |
|