Home | หน้าบทความ | ถามตอบปัญหาการเพาะเลี้ยง | Admin   
 
 


10 กันยายน 2553  

โรคที่พบในกุ้งแชบ๊วย
11/6/2546 14:53:45, by สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง


 

โรคที่พบในกุ้งแชบ๊วย

      โรค Vibrio harveyi สาเหตุของโรคแบคทีเรียเรืองแสง แบคทีเรียเรืองแสง ซึ่งเจริญแพร่หลายมากในบ่อเพาะฟักในขณะที่เกิดการตายของลูกกุ้ง
ระยะต่างๆ ถึง 70-100% ถูกจำแนกชนิดตามลักษณะทาง morphology และการใช้อาหารทาง ชีวเคมีเป็นเชื้อ Vibrio harveyi
โรคในโรงเพาะฟัก
     ลูกกุ้งทะเลที่พบมาก ได้แก่ โรคที่เกิดจากโปรโตซัว Zoothamrium sp. และ Epistylis sp. และโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio sp. สาเหตุการตายของลูกกุ้งแชบ๊วยในโรงเพาะฟัก ซึ่งจะพบมากในระหว่างเดือนตุลาคม ช่วงเดือนมีนาคมของปี การตายของลูกกุ้งแชบ๊วยมักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อสังเกตุเห็นสารเรืองแสงในน้ำทะเลที่ใช้เพาะฟักและมีสารเรืองแสงอยู่ตามซากลูกกุ้ง และลูกกุ้งมีชีวิตในเวลากลางคืนโรคแบคทีเรียเรืองแสงหรือที่ผู้เพาะฟักลูกกุ้งแชบ๊วยเรียกว่า โรคเพชรพลอย เนื่องจากมีการเรืองแสงในน้ำทะเลที่เลี้ยงลูกกุ้งและตัวกุ้งในเวลากลางคืน เป็นที่สังเกตุได้ว่า ถ้าพบสารเรืองแสงในคลองส่งน้ำหรือบ่อเก็บน้ำทะเลเมื่อไร การเพาะฟักกุ้งชุดนั้นจะล้มเหลวทุกครั้งไป เว้นเสียจาก ได้ทำการฆ่าเชื้อในน้ำทะเลเสียก่อนจะนำมาใช้อนุบาลลูกกุ้งด้วยฟอร์มาลีนหรือคลอรีนเท่านั้น
อาการของลูกกุ้งทั่วไป จะมีเศษอาหาร ขยะ ตะกอน มาติกตามระยางค์ ตัวขาวขุ่น ว่ายน้ำไม่สะดวก บางครั้งลูกกุ้งที่อ่อนและจะติดกันเป็นกลุ่มเนื่องจากระยางค์เกาะเกี่ยวกัน และตายในที่สุด ซึ่งอัตราการตาย 70%-100% ขึ้นอยู่กับอายุของลูกกุ้ง แบคทีเรียเรืองแสงปกติพบอยู่ทั่วไปในน้ำทะเลและอาศัยแบบ Symbiosis กับสัตว์ทะเลหลายชนิด

 

 
โรคตับโต ตับอักเสบ ตับฝ่อ ตับซีด
สาเหตุ
- เกิดจากการจัดการภายในบ่อไม่ดีพอ กุ้งเครียด อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคต่ำ เชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อน และทำลายตับได้
- เชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ เข้าทำลายตับโดยตรง

อาการ
- กุ้งจะมีอาการอ่อนแอ กินอาหารลดลง
- เมื่อเด็ดหัวกุ้งดู จะเห็นลักษณะตับโต หรือฝ่อ และเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด หรือดำคล้ำ
- กล้ามเนื้อมีสีขาวขุ่น
- ถ้าไม่ทำการรักษา กุ้งลอยหัว มีการตายประปราย และตายมากขึ้นทุกวันเรื่อยๆ จนหมดบ่อ

การป้องกัน
- การจัดการที่ดี รักษาคุณภาพน้ำ และสีน้ำให้คงที่
- การเปลี่ยนถ่ายน้ำในช่วงที่กุ้งบริเวณใกล้เคียงมีอาการป่วย จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเชื้อโรคอาจปะปนเข้ามากับน้ำ
- ใช้ยาฆ่าเชื้อ เบนซาย-80, แซมโก้ บีเคซี-80 หรือโอดีน-125, แซมโก้โอดีน เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในน้ำ
- เสริมให้กุ้งกินวิตามินรวม เพียว-วิท หรือ อาหารเสริม ฟรีมิกซ์-วัน เพื่อให้กุ้งแข็งแรงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค
- หมั่นตรวจสุขภาพกุ้ง สังเกตการกิน อาหารของกุ้ง และสีตับ ถ้าผิดปกติให้กุ้งกินยาปฏิชีวนะทันที เช่น น๊อกโซน 20, 50, ซัลฟาโกลด์, นอร์ฟ๊อก-วัน 3-5 กรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ทุกมื้อติดต่อกัน 5-7 วัน

การรักษา
- เมื่อกุ้งมีอาการป่วยให้กินยาปฏิชีวนะ น๊อกโซน-50 หรือ นอร์ฟ๊อก-วัน ผสมอาหารให้กุ้ง กิน 3-5 กรัม/อาหาร 1 กก. ทุกมื้อติดต่อกัน 5-7 วันเพื่อฆ่าเชื้อในตัวกุ้ง
- เสริมให้กุ้งกินวิตามินรวม เพียว-วิท หรืออาหารเสริม ฟรีมิกซ์-วัน เพื่อให้กุ้งแข็งแรงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค
- ถ้ามีน้ำถ่ายให้ทำการค่อย ๆ เปลี่ยนถ่ายน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น
- ทำการจัดการภายในบ่อให้ดีขึ้น ควบคู่กับการใช้ยา

 
โรคตายเดือน
สาเหตุ
- เกิดจากการจัดการไม่ดี คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้กุ้งเครียด อ่อนแอ และเชื้อโรคเข้ามาแทรกซ้อนได้ง่าย
- การเตรียมบ่อ การเตรียมสีน้ำ และรักษาคุณภาพน้ำ การควบคุมสีน้ำไม่คงที่ในช่วงต้นของการเลี้ยง
- เกิดจากเชื้อไวรัส โมโนดอน แบคคลูโลไวรัส (M.B.V.) ที่ติดมาจากพันธุ์กุ้ง

อาการ
- กุ้งกินอาหารดีในช่วงแรก หลังจากนั้น 2 วันกุ้งกินอาหารน้อยลง อ่อนแอ แต่เข้ายอมาก
- กุ้งไม่มีอาหารในลำไส้ ตัวหลวม สีเข้ม มีการทยอยตายมากขึ้นทุกวัน ตายหมดภายใน 1 สัปดาห์

การป้องกัน
- การเตรียมบ่อ ควรใช้ยาฆ่าเชื้อ โอดีน-125 หรือ แซมโก้โอดีนในการเตรียมน้ำ ก่อนทำสีน้ำเพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในน้ำ
- แก้ไขเรื่องการจัดการ โดยเฉพาะเรื่องการทำสีน้ำควบคุมให้คงที่ และคุณภาพน้ำที่ดี
- คัดเลือกลูกกุ้งที่มีคุณภาพดี มีความแข็งแรง และปล่อยลูกกุ้งให้ถูกวิธี
- การเปลี่ยนถ่ายน้ำในช่วงเดือนแรกควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
- เสริมวิตามินรวมเพียว-วิท หรือ ซีมิกซ์ เพื่อให้กุ้งแข็งแรงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคตั้งแต่เริ่มให้อาหารเพื่อป้องกันโรค
- ช่วงใกล้เดือน ประมาณวันที่ 25-30 วัน ผสมยาปฏิชีวนะน๊อกโซน หรือ นอร์ฟ๊อก-วัน 3-5 กรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ให้กุ้งกินป้องกัน ทุกมื้อติดต่อกัน 5-7 วัน
โรคเหงือกดำ เหงือกแดง เหงือกอักเสบ
สาเหตุ
- เกิดจากการปล่อยกุ้งลงเลี้ยงหนาแน่น และควบคุมการจัดการไม่ดีพอ ส่วนใหญ่โรคเหงือกจะพบในช่วงกุ้ง 2-3 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะในบ่อที่มีปริมาณของเสียมากๆ การตั้งเครื่องตีน้ำไม่ดีกุ้งป่วย พร้อมกันเป็นจำนวนมากลักษณะเหงือกจะมีสีดำ
- เกิดจากสีน้ำล้ม แพลงก์ตอนดร็อปโดยเฉพาะถ้าสีน้ำดร็อปแล้วน้ำใส กุ้งจะหมกตัว ซากแพลงก์ตอนที่ตายจะเข้าเหงือก ส่วนใหญ่จะเห็นเหงือกเป็นสีน้ำตาล
- เมื่อมีปัญหาเรื่องตะกอนเข้าเหงือก จะทำให้เหงือกมีอาการระคายเคือง เป็นแผล และเมื่อมีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนจะทำให้อาการป่วยรุนแรงมากขึ้นเหงือกจะมีอาการเน่า และกุ้งจะตายในที่สุด
- ในบ่อดินกรดจะมีตะกอนสนิมเหล็กอยู่มากเมื่อเข้าเหงือกกุ้งจะมีสีส้มแดง กุ้งอ่อนแอ แกร็นโตช้า

อาการ
- เหงือกจะมีสีต่างๆ ตามสาเหตุ และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนจะทำให้เหงือกเน่าเสีย รูปทรง
- กุ้งจะลอยหัวเนื่องจากหายใจไม่สะดวกเพราะขาดอ๊อกซิเจน กินอาหารลดลง กุ้งจะมีอาการอ่อนแอ ทำให้โรคอื่นเข้าแทรกซ้อนได้ง่าย
การป้องกัน
- ไม่ปล่อยกุ้งหนาแน่นจนเกินไป และควบคุมเรื่องการจัดการในเรื่องสีน้ำ คุณภาพน้ำให้เหมาะสม
- ติดตั้งเครื่องตีน้ำให้เพียงพอและถูกต้อง เพื่อรวมตะกอนของเสียให้ไปอยู่กลางบ่อให้มีบริเวณแคบที่สุด และควบคุมปริมาณการให้อาหารให้พอดี
- ลดปริมาณของเสียให้น้อยลง โดยตั้งเครื่องตีน้ำให้ถูกต้อง ใช้ซีโอไลท์ ซีโอ-100, แซมโก้ ซีโอไลท์ หรือ เมอร์เดนซีโอ ควบคู่กับการใช้จุลินทรีย์ แบคต้า-วัน หรือ ซานบี-14 เป็นโปรแกรมเพื่อลดปริมาณของเสีย

การรักษา
- ต้องรักษาสภาพพื้นบ่อให้สะอาด ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย โดยการใช้ซีโอไลท์ ซีโอ-100, แซมโก้ ซีโอไลท์ หรือ เมอร์เดนซีโอ เพื่อคลุมพื้นบ่อและลดปริมาณสารแขวนลอยในน้ำ
- ใช้ยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์ฟอกเหงือก ได้แก่ แซมโก้ บีเคซี-50, เบนซาย-50 หรือแซมโก้ บีเคซี-80, เบนซาย-80 เพื่อฟอกเอาตะกอนออก และยังสามารถลดปริมาณเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุแทรกซ้อน
- ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้โดยการจัดการอย่างทันท่วงที ให้ใช้ยาปฏิชีวนะเตตร้า-วัน, แซมโก้อ๊อกไซ หรือน๊อกโซน-20 ผสมอาหารให้กุ้งกิน เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อน
- ถ้ามีปัญหาเรื่องสีน้ำล้ม ต้องรีบทำสีน้ำใหม่ และซากแพลงก์ตอนที่ตายเป็นขี้แดดต้องเอาออกจากบ่อให้หมด เพราะถ้าทิ้งไว้จะตกลงก้นบ่อทำให้พื้นบ่อเน่า

 
โรคหนวดและหางกร่อน
สาเหตุ
- เกิดจากกุ้งเครียด กุ้งแตกไซล์ และลอกคราบไม่พร้อมกันทำให้กุ้งที่แข็งแรงกัดกินกุ้งที่เพิ่งลอกคราบใหม่ๆ
- เกิดจากสภาพพื้นบ่อสกปรกมีปริมาณของเสียมาก เป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่พบในช่วงกุ้งอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป

อาการ
- คล้ายแผลสดเนื่องจากกุ้งกัดกันเอง ยังไม่มีรอยดำหรือบวมน้ำ เพราะยังไม่มีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อน
- ต่อมาจะมีรอยดำตามขอบแผลและมีอาการบวมน้ำ เพราะเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนทำให้มีอาการอักเสบที่แผล
- อาการอักเสบจะรุนแรงมากขึ้นและจะขยายไปยังกุ้งตัวอื่น ถ้าไม่ได้รับการรักษา
- จะพบมากในช่วงกุ้ง 2-3 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะบ่อที่ปล่อยกุ้งหนาแน่น
- ปริมาณกุ้งป่วยจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อในบ่อ แต่อัตราการตายจะน้อย

การป้องกัน
- ไม่ปล่อยกุ้งหนาแน่นจนเกินไป และควบคุมปริมาณอาหารให้พอดีกับปริมาณกุ้ง เพื่อที่กุ้งจะได้ไม่กัดกินกันเอง และช่วยให้ปริมาณของเสียในบ่อน้อยลง
- ลดปริมาณของเสียให้น้อยลง โดยการตั้งเครื่องตีน้ำให้ถูกต้องและใช้จุลินทรีย์ แบคต้า-วัน หรือซานาบี 14 เป็นโปรแกรมเพื่อลดปริมาณของเสีย
- เสริมให้กุ้งกินวิตามินซี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

การรักษา
- ต้องรักษาสภาพพื้นบ่อให้สะอาด ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรียโดยการใช้ซีโอไลท์ ซีโอ-100 , แซมโก้ซีโอไลท์ หรือ เมอร์เดนซีโอ เพื่อคลุมพื้นบ่อ และลดปริมาณสารแขวนลอยในน้ำ
- ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคให้น้ำแซมโก้โอดีนหรือโอดีน-125 เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในน้ำและเชื้อแบคทีเรียที่พื้นบ่อ
- ใช้ยาปฏิชีวนะ เตตร้า-วัน หรือ เซมโก้อ๊อกซี ผสมอาหารให้กุ้งกินเพื่อฆ่าเชื้อในตัวกุ้งที่ทำให้แผลอักเสบบวมดำ
- ถ้าเป็นน้อยๆในช่วงต้น และไม่มีปัญหาเรื่องพื้นบ่อ ถ้าสามารถถ่ายน้ำได้ให้ถ่ายน้ำเพื่อลดปริมาณเชื้อในบ่อ และให้กุ้งลอกคราบ ควบคุมปริมาณอาหารให้พ
อดี
โรคเดือนตายหรือโรคตายเดือน
สาเหตุ

เชื้อแบคทีเรีย

อาการ
มักพบในการเลี้ยงกุ้งอายุประมาณ 25-30 วัน โดยพบกุ้งตายตามขอบบ่อพบบ่อยที่สุดไม่ว่าจะเลี้ยงในบริเวณใดก็ตาม ประมาณ 60% จะเป็นกุ้งตายในระยะนี้ลักษณะกุ้งที่ตายไม่พบสิ่งผิดปกติบนลำตัวและเหงือก ไม่มีปรสิตและสาหร่ายเกาะตามลำตัว แต่หนวดมักจะขาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเสียหายมากในรายที่มีการตายจากโรคตายเดือนอย่างรุนแรง เมื่อกุ้งเริ่มป่วยจะเข้ามาในยอเป็นจำนวนมาก สีลำตัวเข้มขึ้น
การป้องกัน
- การเปลี่ยนถ่ายน้ำ
- ลดปริมาณอาหาร

การรักษา
- ยาต้านจุลชีพผสมกับอาหารให้กินประมาณ 5-7 วัน

โรคหางบวมน้ำ
สาเหตุ

เชื้อแบคทีเรีย
อาการ
บริเวณปลายแพนหางจะบวมน้ำ พบได้ตั้งแต่กุ้งอายุ 1 เดือนครึ่ง จนถึงกุ้งมีขนาดโตหางบวมน้ำ เมื่อเขี่ยเชื้อและเอาหางส่วนที่บวมไปทำการศึกษาพบว่า มีแบคทีเรียอยู่ภายในส่วนที่บวมเป็นจำนวนมาก แต่แบคทีเรียไม่แพร่กระจายไปในอวัยวะภายใน ส่วนอื่นที่สำคัญ เช่น หัวใจ ตับและตับอ่อน ทำให้กุ้งไม่ตาย ถ้าสังเกตุไปเรื่อยๆจะพบว่าในระยะต่อมาหางส่วนที่บวมจะเริ่มกร่อนแหว่งทีละน้อยและเริ่มมีขอบสีดำ
การป้องกัน
- ควบคุมอาหารให้พอดี
- รักษาสภาพพื้นบ่อให้สะอาด
- ใช้ยาในกลุ่มซัลฟาหรือฟลูออโรควิโนโลน


 
โรคหางไหม้
สาเหตุ
เชื้อแบคทีเรีย

อาการ
กุ้งมีลักษณะปลายแพนหางเป็นรอยแหว่งและมีสีดำ เนื่องจากอาหารและของเสียที่เหลือสะสมที่พื้นบ่อมีมากทำให้แบคทีเรียที่ทำอันตรายต่อเปลือกกุ้งเพิ่มจำนวนมากตามไปด้วย บ่อที่ให้อาหารเหลือจะมีโอกาสเกิดกุ้งหางไหม้มากตามไปด้วย

การป้องกัน
- การลดการเน่าเสียของพื้นบ่อ
- เครื่องให้อากาศเพียงพอเพื่อรวมตะกอนไว้ไม่ให้กระจายทั่วบ่อ
- ควรจะถ่ายน้ำบริเวณพื้นบ่อเพื่อลดปริมาณของเสียต่างๆ
- ควบคุมอาหารไม่ให้เหลือมากเกินไป


โรคเสี้ยนดำ
สาเหตุ
เชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ วัลนิฟิดัส (Vibrio vulnificus)
อาการ
มักพบจุดสีดำหรือเสี้ยนสีดำ บริเวณรอยต่อระหว่างเปลือกแต่ละปล้องหรือบริเวณใต้แพนหาง เมื่อแกะเปลือกออกจะพบแผ่นแบนๆ สีดำมีรูปร่างไม่แน่นอนใต้เปลือกด้านในบางตัวจะพบลักษณะเป็นเสี้ยนดำฝังลึกลงไปในกล้ามเนื้อ เมื่อนำกุ้งไปต้มให้สุกจะเห็นเสี้ยนดำในกล้ามเนื้อได้ชัดเจน เนื่องจากบริเวณรอยต่อระหว่างเปลือกแต่ละปล้องจะมีส่วนที่บอบบางของชั้นเปลือกแบคทีเรีย สามารถที่จะเข้าไปได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นๆ
การป้องกัน
การใช้ยาต้านจุลชีพผสมกับอาหารให้กุ้งกินจะไม่สามารถทำให้เสี้ยนหมดไปได้

    



บทความ
ยาสลบในปลา
ความเหมือนที่แตกต่าง...ของโปรโตซัว (Protozoa)
ฟอร์มาลีน...น่ากลัวหรือน่าใช้
วิบริโอในปลากะรัง....รักษาได้
ไวรัสในกุ้งก้ามกราม
ปลาตกเลือด
การจัดการสุขภาพปลาในฟาร์ม
โรคเหงือกกร่อนในปลา
โรคแผลเน่าเปื่อย
ไวรัส! ....วายร้ายในปลา
 
© Copyright 2002 Nicaonline.com. All right reserved.
Powered by Dwc_Articles 1.2 Beta