ฟอร์มาลีน...น่ากลัวหรือน่าใช้
10/7/2552 15:24:47, by ฉวีวรรณ หนูนุ่น

ฟอร์มาลีน...น่ากลัวหรือน่าใช้
โดย...ฉวีวรรณ หนูนุ่น
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวweb nicaonline.con ทุกท่าน สำหรับฉบับนี้ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับสารเคมีตัวหนึ่งที่อาจจะคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ ยาฟอร์มาลีน บางคนอาจจะไม่เชื่อเมื่อบอกว่าเจ้ายาฟอร์มาลีนนี้เป็นยาพื้นฐานสามัญประจำตู้สำหรับใช้รักษาปลาทองของเรา แม้ชื่อ สรรพคุณและประโยชน์ของมันเท่าที่เคยได้ยินมาจะดูน่ากลัว และไม่น่าใช้ แต่ถ้าหากศึกษาดีดีจะพบว่า เจ้าฟอร์มาลีน นี้ก็มีประโยชน์ในการรักษาปลาของเราอยู่ไม่น้อย ฟอร์มาลีน คือ อะไร ฟอร์มาลีน (Formalin) เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการฆ่าสิ่งที่มีชีวิตขนาดเล็กๆ พวกโปรโตซัวและปรสิตภายนอกซึ่งเจ้าพวกโปรโตซัวและปรสิตเหล่านี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุของปัญหาและโรคหลายๆโรคที่เกิดกับปลาทอง
รักษาโรคด้วย ฟอร์มาลีน
สำหรับโรคต่างๆ ที่สามารถรักษาได้ด้วยฟอร์มาลีน ก็จะเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตแทบทั้งนั้น เราลองไปดูว่าโรคไหนบ้างที่เราสามารถใช้ฟอร์มาลีนรักษาให้หายได้ โรคจุดขาว ปลาที่เป็นจุดขาวจะสังเกตได้จากปลาจะมีสีขาวขุ่นเป็นจุดๆขนาดเท่าประมาณหังเข็มหมุดจุดนี้จะกระจายอยู่ทั่วๆ ลำตัวและครีบสำหรับการรักษานั้นจะใช้วิธีการทำลายตัวอ่อนของพวกโปรโตซัวเหล่านั้น โรคโอโอดีเนียม โรคนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อมากนัก ถ้าลองดูอาการอาจจะคุ้นเคยกันมากทีเดียว โดยปลาที่เป็นโรคนี้จะว่ายน้ำทุรนทุราย บางครั้งจะพบว่ามีแผลตกเลือด รอยด่างสีน้ำตาลหรือสีเหลืองคล้ายสนิมตามตัว หรืออาจจะมีอาการกระพุ้งแก้มเปิดอ้ามากกว่าปกติ โดยโรคนี้ก็เกิดจากเชื้อโปรโตซัวเดียวกัน โรคพยาธิเห็บระฆัง โดยเห็บต่างๆเหล่านั้นจะทำให้ปลาเกิดการระคายเคือง เพราะเจ้าเห็บเหล่านี้จะเอาหนามที่อยู่ตรงกลางตัวของมันไปเกาะอยู่ตามลำตัวและเหงือกของปลาเจ้าเห็บเหล่านี้จะย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและเหงือกได้หลายที่ โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด อาการคือปลาจะมีแผลสีแดงๆ เป็นจ้ำๆ ตามตัว โดยเฉพาะที่ครีบและตามซอกเกล็ดอาจมีอาการเกล็ดหลุดตามบริเวณรอบๆ แผล ด้านบนของแผลจะมีส่วนที่คล้ายสำลีสีน้ำตาลปนเหลืองติดอยู่ โรคพยาธิปลิงใส ปลาที่มีพยาธิปลิงใสเกาะอยู่จะเห็นได้ชัดจากการที่ปลานั้นว่ายผิดปกติ ว่ายน้ำแบบทุรนทุราย ลอยตัวตามผิวน้ำ ผอมและกระพุ้งแก้มจะเปิดปิดเร็วกว่าปกติ โรคเมือกขุ่น ปลาอาจจะมีเมือกสีขาวปกคลุมลำตัวเป็นหย่อมๆ และปลามีการขับเมือกออกมามากจนได้กลิ่นคาวครีบหุบและบางตัวอาจจะว่ายกระเสือกกระสน สำหรับโรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นโรคที่เกิดจากโปรโตซัวและปรสิตชนิดต่างๆ แทบทั้งสิ้น ซึ่งดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้ฟอร์มาลีนในการรักษาได้ แต่ที่สำคัญในการผสมสัดส่วนต่างๆ ที่จะใช้นั้นเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยโรคแต่ละโรคจะมีความต้องการใช้สัดส่วนของฟอร์มาลีนในปริมาณที่ต่างกัน โดยในเรื่องของการให้ฟอร์มาลีนนี้ บางคนอาจจะกลัวว่าเราไม่สามารถวัดปริมาณได้แม่นยำหรือเที่ยงตรงตามขนาดที่กำหนด 100%สำหรับประเด็นนี้ทางผู้คิดค้นสูตรต่างๆ ก็ได้มีการคำนวณมาเป็นอย่างดีแล้ว และสูตรที่ให้มานี้ไม่ใช้ปริมาณที่เข้มข้นที่สุดที่ปลาจะสามารถรับได้ เพราะฉะนั้นหากใส่เกินไปเล็กน้อย ปลาก็ยังสามารถทนได้อยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แต่ทางที่ดีควรที่จะมีการชั่งตวงวัดในปริมาณที่กำหนดไว้จะเป็นการดีที่สุด
สำหรับสัดส่วนในการให้ยาฟอร์มาลีนสำหรับโรคต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
ปริมาณฟอร์มาลีน/น้ำ และระยะเวลาในการให้ยา
โรคจุดขาว ฟอร์มาลีน 25-50 ซีซี ต่อ น้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชั่วโมง โรคโอโอดีเนียม ฟอร์มาลีน 30-40 ซีซี ต่อ น้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชั่วโมง โรคพยาธิเห็บระฆัง ฟอร์มาลีน 25-50 ซีซี ต่อ น้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชั่วโมง โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด ฟอร์มาลีน 25-40 ซีซี ต่อ น้ำ1,000 ลิตร แช่นาน 48 ชั่วโมง โรคพยาธิปลิงใส ฟอร์มาลีน 25-40 ซีซี ต่อ น้ำ1,000 ลิตร แช่นาน 24 ชั่วโมง โรคเมือกขุ่น ฟอร์มาลีน 25-40 ซีซี ต่อ น้ำ1,000 ลิตร แช่นาน 48 ชั่วโมง นอกจากนั้นหลังจากที่เราให้ยาปลาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เราควรที่จะล้างทำความสะอาดตู้ครั้งใหญ่ด้วยฟอร์มาลีนนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยการนำส่วนผสมฟอร์มาลีน 100-150 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่เอาไว้ 1 ชั่วโมงและล้างออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยกำจัดไข่อ่อนของโปรโตซัวที่เกาะอยู่ตามตู้เราออกไปได้เป็นอย่างดี
เทคนิคในการใส่ฟอร์มาลีน
ควรใส่ยานี้ตอนเช้าจะดีกว่าตอนเย็น และไม่ควรใช้ในบ่อน้ำที่มีน้ำเขียวจัด เนื่องจากถ้าน้ำเขียวจัด แพลงตอนพืชตาย ทำให้บ่อเน่า น้ำเสีย ปลาตายเพราะขาดออกซิเจนเสียก่อนที่จะหายจากโรค
เอกสารอ้างอิง นิตยสารการส่งเสริมธุรกิจปลาสวยงาม(2552) .ประจำวันที่ 15 ก.พ.-14 มี.ค. 2552 Vol9/No.100 Febuary 2009. www.samud.com/.../images/fatfish/DSC_0978.jpg http://www.samud.com/Fish_shop/images/fatfish/DSC_0978.jpg web.ku.ac.th/agri/fishdec/outworm.html
|