Home | หน้าบทความ | ถามตอบปัญหาการเพาะเลี้ยง | Admin   
 
 


10 กันยายน 2553  

การจัดการสุขภาพปลาในฟาร์ม
21/11/2551 9:53:16, by จิราพร เกษรจันทร์


 

การจัดการสุขภาพปลาในฟาร์ม
จิราพร  เกษรจันทร์

                ปลาที่เลี้ยงในฟาร์มมักจะอยู่กันอย่างหนาแน่นมากกว่าในธรรมชาติ การจัดการสุขภาพปลาและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมจะช่วยให้ปลาอยู่อย่างสบาย และมีสุขภาพที่ดี การจัดการสุขภาพปลาในฟาร์มหมายถึง วิธีการป้องกันไม่ให้ปลาเป็นโรค ซึ่งมุ่งเน้นที่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคมากกว่าการรักษา การป้องกันโรคปลาที่ดีมักควบคู่ไปกับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี คุณภาพอาหาร และการจัดการสุขอนามัยในฟาร์ม การใช้ยารักษาโรคเป็นเพียงการยืดระยะเวลาให้ปลาได้มีโอกาสต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งให้ผลบ้างไม่ให้ผลบ้าง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเกิดโรค ชนิดของโรค ความสามารถของปลาที่จะกินอาหาร เชื้อโรคมีอยู่แล้วในธรรมชาติ ในแหล่งน้ำทั่วไป ปกติปลาจะมีกลไกในการป้องกันตัวเองในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ตัวปลาได้ง่าย เช่น เมือกที่หุ้มตัวปลา เกล็ดปลาและผิวหนัง รวมถึงภูมิคุ้มกันประเภทต่าง ๆ โรคปลาเป็นผลมาจากความไม่สมดุลของความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างเชื้อโรค กับตัวปลา โดยมี “ความเครียด” เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ คุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสม อาการบาดเจ็บจากการจับหรือลำเลียงขนส่ง ปลาได้รับอาหารไม่เพียงพอ และมีสุขอนามัยในบ่อเลี้ยงไม่เหมาะสม  ดังนั้นการจัดการการเลี้ยงที่ดีนั้น จะต้องสามารถลดหรือควบคุมปัจจัยของความเครียดให้มากที่สุด “ความเครียด” เป็นปัจจัยทางกายภาพและทางเคมีที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงขบวนการหรือกิจกรรมภายในร่างการไปจากสมดุล ทำให้ความต้านทานในตัวปลาลดลงและยอมรับเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ได้ง่าย
                 ปลาป่วยมักแสดงความผิดปกติให้เห็น เช่น เซื่องซึม กินอาหารลดลงหรือไม่กินอาหาร ลอยขึ้นผิวน้ำ หรือข้างขอบบ่อ มีบาดแผลตามลำตัว ตกเลือด ท้องบวม เกล็ดหลุด ครีบและหางเปื่อย ตัวปลาเปลี่ยนเป็นสีดำหรือซีดขาว ตาโปน เป็นต้น สามารถจำแนกสาเหตุของโรคปลาได้เป็น 2 จำพวก คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ (Infectious diseases) ได้แก่ เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในน้ำ หรือเป็นพาหะ (carrier) ในตัวปลา และโรคที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ (Non-infectious diseases) มักมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสิ่งแวดล้อม ขาดธาตุอาหารที่จำเป็น หรือเป็นผลมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ เมื่อพบว่ามีปลาป่วยหรือเป็นโรค จะต้องรีบแจ้งหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อนำตัวอย่างหรือขอส่งตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่ตรวจวินิจฉัย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวินิจฉัยและหาสาเหตุของโรค จำแนกการส่งตัวอย่างปลาเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคได้ดังนี้ คือส่งตัวอย่างปลาป่วยมีชีวิต ส่งตัวอย่างปลาป่วยแช่เย็นหรือแช่แข็ง และการดองตัวอย่างปลาป่วยด้วยสารละลายฟอร์มาลิน เมื่อทราบสาเหตุแล้วเกษตรกรจะได้รับคำแนะนำในการแก้ไข ได้แก่ การใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะต้องทำการทดสอบการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียชนิดนั้น ๆ ก่อนการใช้ ซึ่งยาปฏิชีวนะที่ใช้จะต้องเป็นยาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้และมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาอย่างถูกต้อง มีระยะหยุดยา วันผลิตและวันหมดอายุระบุอย่างชัดเจน มีเอกสารกำกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง สำหรับเชื้อรา พยาธิและตัวเบียนจะใช้สารเคมีในการกำจัด และจะต้องเป็นสารเคมีที่อนุญาตให้ใช้กับสัตว์น้ำ ได้รับเลขทะเบียน มีวันที่ผลิตและวันหมดอายุชัดเจน สำหรับกรณีของเชื้อไวรัสยังไม่มียาหรือสารเคมีในการกำจัดเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันจะต้องปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของปลาไปพร้อม ๆ กับการให้ยาด้วย จะเห็นได้ว่า โรคปลาที่เกิดขึ้นส่วนมากแล้วจะมีความซับซ้อนเกี่ยวข้องกับสาเหตุโน้มนำได้แก่สิ่งแวดล้อม และสาเหตุแท้จริงคือเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการใช้ยา สารเคมี และการปรับปรุงสภาพการเลี้ยง เพื่อให้ได้ผลสำเร็จสูงสุด



บทความ
ยาสลบในปลา
ความเหมือนที่แตกต่าง...ของโปรโตซัว (Protozoa)
ฟอร์มาลีน...น่ากลัวหรือน่าใช้
วิบริโอในปลากะรัง....รักษาได้
ไวรัสในกุ้งก้ามกราม
ปลาตกเลือด
การจัดการสุขภาพปลาในฟาร์ม
โรคเหงือกกร่อนในปลา
โรคแผลเน่าเปื่อย
ไวรัส! ....วายร้ายในปลา
 
© Copyright 2002 Nicaonline.com. All right reserved.
Powered by Dwc_Articles 1.2 Beta