โรคเหงือกกร่อนในปลา
17/11/2551 14:36:08, by นันริกา ธรรมเนียม

โรคเหงือกกร่อนในปลา โดย นันริกา ธรรมเนียม



คนเลี้ยงปลาร้อยทั้งร้อยต้องเคยเจอกับอาการป่วยไข้ของปลาที่คนเลี้ยง โดยเฉพาะมือใหม่ที่เริ่มจากศูนย์ คือไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลามาก่อนเลย ปลาก็เป็นเช่นสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คือ มีเกิด แก่ เจ็บ และก็ตาย แต่ละสายพันธุ์แต่ละชนิดก็จะมีช่วงเวลาสั้นยาวต่างกันไปตามธรรมชาติกำหนดมา เช่น ปลาเล็กก็มักจะเกิดง่ายตายเร็ว วงจรชีวิตสั้นมาก ในขณะที่ปลาใหญ่นั้นอายุยืนยาวกว่า การเลี้ยงดูอย่างถูกต้องจะทำให้มันมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวใกล้เคียงกับสภาพเป็นจริง โรคเหงือกกร่อนเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ที่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเหงือก ความรุนแรงของโรคนี้มีตั้งแต่แบบเรื้อรัง และเฉียบพลัน เชื้อราจะไปทำให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงเหงือกลดน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อเหงือกตายและ เลือดขาดออกซิเจน เนื้อเยื่อที่ตายแล้วจะลอกหลุดออก เรียกว่าเหงือกกร่อน สิ่งแวดล้อมจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเหงือกกร่อน เช่น น้ำที่มีสารอินทรีย์สูง สาหร่ายเพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส จะทำให้เป็นโรคนี้ได้ สาเหตุของโรค โรคเหงือกกร่อนมีสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอยู่ 3 ชนิด คือ 1. Branchiomyces sanguinis 2. Branchiomyces demigrans 3. B. sanguinis
เชื้อราทั้ง 3 ชนิดนี้จะปล่อยสปอร์ออกจาก syncytium ผ่านทางท่อสปอร์ของ B. sanguinis ปล่อยเข้าสู่เส้นเลือดฝอยของซี่เหงือก หรือกิ่งเหงือก ส่วนสปอร์ของ B. demigrans จะผ่านท่อลงสู่น้ำ เชื้อราทั้ง 3 ชนิดนี้จะอยู่ได้ที่อุณหภูมิ 14-35 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิที่เหมาะสมที่ทำให้เชื้อราระบาดได้อย่างรวดเร็วคือระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของน้ำจะมีความสำคัญมากต่อความรุนแรงและการระบาดในประเทศที่อยู่ทางซีกโลกเหนือ น้ำที่มี pH เป็นกรดจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของราทั้งสองชนิด เมื่อ pH ของน้ำอยู่ระหว่าง 5.8-6.5 ทำให้เชื้อราระบาดได้ดี หรือถ้าปลาอยู่กันอย่างหนาแน่นก็จะทำให้ปลามีการติดเชื้อราและอาจจะตายได้ อาการของโรค ปลาที่มีอาการขั้นเฉียบพลันมักจะเกิดในช่วงฤดูร้อน ราจะเข้าไปอยู่บนเหงือกหรือภายในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการอุดตัน เลือดคั่ง ทำให้เนื้อเยื่อตาย เหงือกจะมีสีแดงสด สาเหตุมาจากการหมุนเวียนของเลือดติดขัด ปลาที่มีอาการป่วยเล็กน้อย บนเหงือกจะมีจุดด่างเกิดจาการตายของเนื้อเยื่อ เหงือกจะกร่อน มีสีซีด หรือเหงือกอาจจะบวม หรือเหงือกตายเล็กน้อย การรักษาและควบคุมโรค การป้องกันโรคเหงือกกร่อน ต้องดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำ และต้องมีการฆ่าเชื้อในที่มีการเลี้ยงปลา ถ้าหากมีปลาตายจะต้องนำมาปลาที่ตายมาทำลายเพราะมิฉะนั้นจะทำให้เกิดโรคระบาดขึ้นในบ่อ บ่อไหนที่มีโรคระบาดควรจะตายบ่อให้แห้ง และเติมปูนขาว (แคลเซียมออกไซด์) เพื่อฆ่าเชื้อที่อยู่ตามพื้นก้นบ่อ การรักษาปลาที่เป็นโรค เราสามารถใช้มาลาไคท์กรีน เข้มข้น 0.1 ส่วนในล้านส่วน แช่นานตลอดไป หรืออาจจะใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 15 ส่วนในล้านส่วน แช่ตลอดไป ในกรณีที่เหงือกปลาที่ป่วยถูกทำลายมาก แต่ถ้าเหงือกปลายังเป็นปกติ ให้ใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 25 ส่วนในล้านส่วน แช่ตลอดไป การที่เราจะเลี้ยงปลาให้มีสุขภาพดีนั้น ผู้เลี้ยงจะต้องคอยเอาใจใส่ดูแลปลาอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตว่าวันนี้ปลาของเรามีสุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง ว่ายน้ำดีเหมือนเดิมมั๊ย ยังร่าเริงดีหรือไม่ เพราะถ้าหากว่าปลาของเราป่วย หรือเป็นโรค ถ้าหากเราคอยสังเกตอาการอยู่ตลอดเวลา เมื่อปลาเรามีอาการผิดปกติเราจะต้องสันนิฐานก่อนเลยว่าปลาเราเป็นโรคแน่นอน เพียงแต่เป็นโรคอะไร อย่างไรนั้น ก็ต้องว่ากันต่อไปภายหลัง ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ นำปลาที่ป่วยออกมาปฐมพยาบาลเสียก่อน จะต้องยึดหลักที่ว่า ยิ่งรู้เร็ว ป้องกันเร็ว รักษาเร็ว ปลาก็จะมีเปอร์เซ็นต์การรอดสูง หากชะล่าใจปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปอีก บางทีแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงปลาก็อยู่รอให้เรารักษาไม่ไหวเสียแล้วค่ะ การรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้ปลาอันเป็นที่รักของเรารอดตายได้
เอกสารอ้างอิง
ชะลอ ลิ้มสุวรรณ. 2528. โรคเหงือกกร่อน. โรคปลา หน้า 114-119. พิชิต ไทยยืนวงษ์. ปลาสวยงาม. เทคโนโลยีชาวบ้าน. ปีที่ 20. ฉบับที่ 439. เดือนกันยายน 2551. หน้า 104.
|
 |
|