สาหร่ายผมนาง
2/2/2547 16:08:53, by ธนากร พันธนียะ

สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri)
สาหร่ายผมนาง กราซิลาเรีย ฟิชเชอไร เป็นสาหร่ายสีแดงสกุลกราซิลาเรีย อยู่ใน Division โรโดไปต้า Class โรโดไปซี ที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตวุ้นกราซิลาเรีย มีอยู่หลายสายพันธุ์ ซึ่งมีชื่อเรียกแล้วแต่ท้องถิ่น เช่น ในประเทศไทยเรียกสาหร่ายผมนาง , สาย , สาหร่ายข้อ , สาหร่ายเขากวาง หรือสาหร่ายวุ้น แพร่กระจายอยู่ตามชายฝั่งของอ่าวไทยและฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ลักษณะทั่วไปของสาหร่ายผมนางกราซิลาเรีย ฟิชเชอไร มีทัลลัสตั้งตรงเป็นรูปเรียวยาวทรงกระบอกกลมหรือแบน ลักษณะของทัลลัสมีตั้งแต่บอบบาง อ่อนนุ่ม หักง่าย ไปจนกระทั่งเหนียวเหมือนผังผืด สามารถเจริญเติบโตได้ 2 ทาง คือการเจริญเติบโตที่เซลล์ปลายยอดและการแตกแขนงด้านข้าง ความยาวของทัลลัสมีตั้งแต่ 4 ซม.-3.5 ม. เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.5-4.0 มม. สารสีของสาหร่ายผมนางกราซิลาเรีย ฟิชเชอไร ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ เอ คลอโรฟิลล์ ดี ไฟโคผลิน เช่น อาร์ไฟโคอิริทริน อาร์ไฟโคไซยานิน ซี-ออลไฟโคไซยานิน คาร์โรทีนอยด์ เช่น เบต้าคาโรทีน แอนเทอราแซนติน เป็นต้น ในประเทศไทยสามารถพบสาหร่ายผมนางกราซิลาเรีย ได้ทั่วไปบริเวณน้ำตื้นหรือชายฝั่งที่ลมพัดไม่แรงมากนัก พฤติกรรมของการสืบพันธุ์แบบมีเพศเป็น 3 ลักษณะประกอบด้วย gametophyte , sporophyte และ Corposporophyte stages โดยสลับกัน ไปสามารถรวบรวมสปอร์ได้จากการวางวัสดุล่อสปอร์ในแหล่งน้ำที่มีสาหร่ายชุกชุม จากผลการศึกษาทดลองของไพโรจน์และสุชาติ (2532) พบว่าคาร์โปสปอร์ (carpospore) หรือ สปอร์ของสาหร่ายผมนางกราซิลาเรียตกและเคลื่อนออกจากกระเปาะหุ้มสปอร์สู่ภายนอกได้ดีในน้ำที่มีความเค็ม 30 ppt. Gavino (1986) กล่าวว่าสาหร่ายทะเลในสกุลกราซิลาเรีย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำกร่อยที่มีความเค็ม 15-24 ppt. สำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ใช้สาหร่ายผมนางเป็นวัตถุดิบในการผลิตก็คือ อุตสาหกรรมการผลิตวุ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆดังนี้ - ผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ใช้ในอุตสาหกรรม แยม ขนมปัง เนย มายองเนสและลูกกวาด โดยเป็นตัวช่วยให้นิ่มและข้น ใช้ผสมในอาหารกระป๋อง ช่วยป้องกันสนิม - ผลิตภัณฑ์ยา ใช้เป็นยาระบาย แคปซูลยา ใช้เลี้ยงแบคทีเรีย - ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ใช้ผสมครีมและน้ำมันทาผิว - ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและกระดาษ ใช้ย้อมเส้นด้าย เคลือบกระดาษ ทำกาว - เคลือบผิวอาหารที่จะแช่แข็ง ประโยชน์ที่ได้จากสาหร่ายผมนางสกุลกราซิลาเรียนั้นมีมากมาย ประกอบกับความต้องการก็มีมากขึ้น จึงมีผู้ทดลองและทำการวิจัยเกี่ยวกับสาหร่ายชนิดนี้เยอะพอสมควร เช่น งานศึกษาทดลองของ คณิต ไชยาคำ และ ดุสิต ตันวิไลย ได้ทำการทดลองเลี้ยงสาหร่ายผมนาง Gracilaria fisheri บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก ซึ่งสภาพของน้ำเป็นน้ำกร่อยและน้ำเค็ม ระดับความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร จากสภาพดังกล่าวทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของสาหร่ายผมนางสกุลกราซิลลาเรีย ได้ดี วัตถุประสงค์ของการทดลองก็เพื่อศึกษาคุณภาพของน้ำบริเวณแหล่งที่เลี้ยงสาหร่ายผมนาง รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงโดยใช้อวนประกอบสองชั้น ตลอดจนวิธีเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยใช้ระยะเวลาในการทดลอง 3 เดือน คือ เดือนกรกฎาคม , สิงหาคม และตุลาคม
อุปกรณ์การทดลอง 1. แผงอวนประกบขนาด 3.2 ด 1.21 ม. 2. บนแผงอวนประกบเย็บด้วยด้ายโปลีเป็นช่องขนาด 20 ด 20 ซม. ตลอดแนวตั้งและแนวตามยาว 3. สาหร่ายผมนางกราซิลาเรีย ฟิชเชอไร รวบรวมจากกระชังเลี้ยงปลากะพงขาวบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก 4. กระชังเลี้ยงขนาด 10 ด 2 ด 0.9 ม. ประกอบด้วย - ตาอวนขนาด 18 ช่องตานิ่ม (ด้านข้าง) - ตาอวนขนาด 1 ซม. (ด้านหน้า-หลัง เพื่อให้กระแสน้ำไหลเวียนถ่ายเทได้ดี)
วิธีดำเนินการ ดำเนินการเลี้ยงสาหร่ายผมนางบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา โดยรวบรวมพันธุ์สาหร่ายใส่แผงอวนประกบหนัก 2 กก. ต่อแผงโดยใช้กรรไกรตัดบริเวณตาข่ายด้านบนขนาด 20 ด 20 ซม. แล้วนำสาหร่ายใส่ในช่องตาข่ายประกบ ใช้เชือกเย็บรอยกรีดให้แน่น แล้วนำอวนสาหร่ายไปแขวนลอยบริเวณแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังที่ระดับความลึก 50-70 ซม. จากระดับผิวน้ำซึ่งแผงอวนแต่ละชุดถูกตรึงด้วยไม้หลักทั้ง 4 ด้าน จำนวน 40 ชุดเมื่อการเลี้ยงดำเนินไปได้ 1 เดือน ปรากฏว่าไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เนื่องจาก ปลาสลิดหินจุดขาว Siganus canaliculatus กินยอดอ่อนของสาหร่ายเหลือต้นตอมีความยาวประมาณ 3-5 ซม. จึงมีการเปลี่ยนแปลงการทดลองคือ นำแผงสาหร่ายที่ปลาสลิดหินกิน นำมาจัดเรียงใส่แผงอวนประกบใหม่ แล้วใส่กระชังเลี้ยงขนาด 10 ด 2ด 0.9 ม. เพื่อป้องกันปลากินยอดอ่อนสาหร่าย - การทดลองที่ 1 ดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตสาหร่ายผมนางทุกเดือน โดยใช้กรรไกรตัดให้เหลือแต่ต้นพันธุ์ยาวประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งแบ่งออกเป็นกระชังเลี้ยง 3 กระชังๆละ 3 แผงอวน - การทดลองที่ 2 เก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดการทดลอง กระชังเลี้ยง 3 ชุด ชุดละ 3 แผงอวน ในระหว่างดำเนินการทำการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์อุณหภูมิ , ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ ความเค็ม ,พีเอช , ความโปร่งใส ,ไนไตรท์, ไนเตรต , แอมโมเนีย , ซิลิเกต , ออโธฟอสเฟส และค่าบีโอดี
ผลการทดลองเลี้ยงสาหร่ายผมนางบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก พอจะสรุปได้ดังนี้ 1. ผลผลิตของสาหร่ายผมนาง เดือนที่ 1 ผลผลิตเฉลี่ย 326.8 กรัม/ม2 2. ผลผลิตของสาหร่ายผมนาง เดือนที่ 2 ผลผลิตเฉลี่ย 1,365.7 กรัม/ม2 3. ผลผลิตของสาหร่ายผมนาง เดือนที่ 3 ผลผลิตเฉลี่ย 873.8 กรัม/ม2 - ผลผลิตรวมของสาหร่ายผมนางที่เก็บเกี่ยวทุกๆเดือน 2.566-4 กรัม/ ม2 - ผลผลิตรวมของสาหร่ายผมนางที่เก็บเกี่ยวครั้งเดียว 2809.6 กรัม/ ม2
สรุปและวิจารณ์ผล จากการทดลองเลี้ยงสาหร่ายผมนางในเดือนที่ 1 ปรากฏว่าผลผลิตเฉลี่ยลดลง เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงน้ำตายและเกิดสาหร่ายไส้ไก่ Enteromorpha sp. เกิดปกคลุมตามแผงอวนบางส่วน ทำให้สาหร่ายผมนางไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ส่วนในเดือนที่ 2 ปรากฏว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากช่วงนี้ไม่มีสาหร่ายพวก Enteromorpha sp. ประกอบกับความเค็มของน้ำมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 15-31 ppt. สำหรับเดือนที่ 3 ผลผลิตสาหร่ายผมนางกลับลดลงอีก คุณภาพน้ำบริเวณแหล่งเลี้ยงสาหร่ายผมนางเช่นอุณหภูมิ ,พีเอช และปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ในระดับปกติ แต่ค่าออร์โธฟอสเฟตที่สาหร่ายผมนางมีการใช้โดยตรงจะพบว่ามีค่าค่อนข้างต่ำ อยู่ระหว่าง 0-0.009 mg/l ในส่วนของค่าบีโอดี อยู่ระหว่าง 0.67-1.23 mg/l จะเห็นได้ว่าถ้ามีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงสาหร่ายผมนางให้มากยิ่งขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยให้ทะเลสาบสงขลามีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย
เอกสารอ้างอิง คณิต ไชยาคำ และคุสิต ตันวิไลย. 2535. การทดลองเลี้ยงสาหร่ายผมนาง Gracilaria fisheri บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนนอก.เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 7. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ฯชายฝั่ง , กรมประมง 13 หน้า

|
 |
|