เลี้ยงสาหร่ายคู่ปลากะพง
2/12/2551 10:20:31, by อนันต์ มิตรช่วยรอด

เลี้ยงสาหร่ายคู่ปลากะพง เรียบเรียงโดย นายอนันต์ มิตรช่วยรอด


ในอดีตการเลี้ยงกุ้งกุลาดำกันชุกชุม และต่อมาได้ประสบปัญหาของโรคกุ้งกุลาดำทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำส่วนมากประสบปัญหาการขาดทุนกันเยอะไม่หนำซ้ำราคากุ้งกุลาดำยังตกต่ำ ประสบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นผู้เลี้ยงกุ้งเลยปล่อยให้บ่อกุ้งนั้นว่างเปล่าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ซึ่งคิดดูแล้วพื้นที่บ่อที่ว่างเปล่าอยู่นั้นยังสามารถนำมาทำประโยชน์ได้อีกหลายอย่างเลยทีเดียว เช่น การเลี้ยงพืชและสัตว์น้ำทะเล จำพวก ปู ปลา กุ้ง และหอยต่าง ๆ ซึ่งผมขอเสนอธุรกิจการเลี้ยงปลาน้ำเค็มแบบผสมผสาน....เอ๋...คุณคงคิดว่าการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งการเลี้ยงที่ผมหมายถึงนั้นก็คือ การเลี้ยงสาหร่ายร่วมกับปลากะพง คุณคงนึกแปลกใจว่าจะเลี้ยงร่วมกันได้จริงหรือและปลากะพงไม่กินสาหร่ายเสียอย่างไร..ใครงง.. โปรดอ่านย่อหน้าต่อไปครับ เมื่อเกษตรกรคิดจะเลี้ยงสาหร่ายรวมกับปลากะพง เริ่มต้นเกษตรกรต้องมีการเตรียมบ่อ การเตรียมบ่อก็เหมือนกับการเตรียมบ่อโดยทั่วไปจากนั้นเกษตรกรเตรียมสาหร่ายที่จะนำมาเลี้ยงซึ่งสาหร่ายที่จะนำมาเลี้ยงนั้น ขึ้นอยู่กับเกษตรกรว่าจะนำสาหร่ายชนิดใดมาเลี้ยง สาหร่ายที่จะนำมาเลี้ยงนั้นควรหาสาหร่ายที่มีอยู่ทั่วไปโดยหาไม่ยากนักและเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่ สาหร่ายผมนาง สาหร่ายพลวง และสาหร่ายเขากวาง ซึ่งสาหร่ายดังกล่าวนั้นผู้บริโภคนิยมนำไปเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อไป และนำไปประกอบการนำไปใช้ในอุสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมกาวลาแท็กซ์ ฯลฯ สำหรับสาหร่ายที่จะเลี้ยงในบ่อให้นำมาสาดให้กระจายทั่วบ่อ ในอัตรา 100 ก.ก. ต่อ 1 ไร่จากนั้นเกษตรกรควรเลี้ยงสาหร่ายโดยประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้สาหร่ายฟื้นตัว เจริญงอกงามเสียก่อน จากนั้นจึงนำปลากะพงขาวลงปล่อยช่วงแรกเกษตรกรควรให้อาหารปลากะพงวันละ 2 มื้อ เช้า เย็น เป็นประจำทุกวันเมื่อปลากะพงขนาด 5 -6 นิ้ว ควรให้อาหารวันละมื้อก็พอหลังจากนั้นในการให้อาหารต้องกำหนดเวลาการให้ด้วย เพื่อให้ปลาเกิดความเคยชินเมื่อได้เวลาแล้วปลาจะว่ายน้ำมากินอาหารเลย นิสัยปลากะพงชอบขึ้นมาฮุบกินอาหารบนผิวน้ำทำให้อาหารแตกกระจายทั่วบ่อ ส่วนนี้เลยเป็นประโยชน์ต่อสาหร่าย แต่สาหร่ายไม่ได้กินโดยตรงจากปลากะพง และเมื่อปลากะพงกินอาหารเข้าไปก็จะถ่ายออกมามูลของปลากะพงก็เป็นอาหารของสาหร่ายอีก ด้วย เแต่เกษตรกรไม่ควรให้อาหารปลากะพงมากเกินไปเพราะจะทำให้เศษอาหารเหลือและจะทำให้ระบบนิเวศน์ในบ่อเสียทำให้สาหร่ายตายได้ อีกทางหนึ่งเกษตรกรคงจะมีความรู้เรื่องแอมโมเนียในพื้นบ่อ ซึ่งการเลี้ยงปลากะพงขาวปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือการเกิดขึ้นของแอมโมเนียในบ่อในจุดนี้เกษตรกรไม่ต้องวิตกเพราะสาหร่ายที่เกษตรกรเลี้ยงอยู่นั้นคือตัวกำจัดแอมโมเนียได้ดีเลยทีเดียว และแอมโมเนียก็เป็นประโยชน์ต่อสาหร่าย เช่นกัน ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตของสาหร่ายก็จะเก็บรวบรวมทุก 2 สัปดาห์ โดยวิธีการเก็บก็จะใช้วิธีลงไปรวบรวมเก็บในบ่อโดยจะกระจายเก็บทั่วไป แต่ควรระวังในการเก็บคือระมัดระวังไม่ให้เสียงดังและควรระวังไม่ให้ปลาตื่นตกใจ หากปลาตื่นตกใจก็จะส่งผลกระทบต่อการกินอาหารของปลาลดลงด้วยและจะส่งผลกระทบต่อปลากะพงขาวในภายหลัง การตลาดและการจำหน่ายในปัจจุบันนี้ สาหร่ายผมนาง สาหร่ายเขากวาง และสาหร่ายพลวงยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อทั้งนี้หอยเป๋าฮื้อจะบริโภคสาหร่ายเป็นจำนวนมากต่อวันดังนั้นเกษตรกรที่เลี้ยงสาหร่ายจึงขายสาหร่ายได้ราคาตามความต้องการ โดยราคาซื้อขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 5-10 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของสาหร่ายและปริมาณสาหร่ายที่ออกสู่ท้องตลาด สำหรับระยะเวลาการเก็บรวบรวมสาหร่ายสามารถเก็บรวบรวมไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะจับปลากะพงขายซึ่งใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน จากนั้นเมื่อจับปลากะพงขายเรียบร้อยแล้วก็จะปรับปรุงบ่อตากบ่อเพื่อเตรียมเลี้ยงในรุ่นต่อไป ปัญหาการเลี้ยงสัตว์น้ำแล้วมีการขาดทุนก็พบกันบ่อยในกลุ่มเกษตรกร แต่เกษตรกรไม่ควรจะหยุดตรงนั้นเมื่อมีแนวทางและโอกาสเกษตรกรก็ควรสู้ต่อไป เช่น อาชีพการเลี้ยงสาหร่ายร่วมกับปลากะพงขาวหน้าจะเป็นอีกช่องทางอาชีพหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากบ่อกุ้งร้างและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวแม้จะไม่เป็นกอบเป็นกำเหมือนอาชีพอื่นก็ตาม แต่ก็พอจะเยียวยาเกษตรกรได้บ้างครับผม
เอกสารอ้างอิง อ.ปัทวี บัวทอง. วิทยาลัยประมงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. นิตยสารธุรกิจสัตว์น้ำ. ปีที่ 3 ฉบับที่ 25 เดือน เมษายน 2551.หน้า 76-78. สิเทพ วันกลัด. นิตยสารคัมภีร์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ. ฉบับที่ 33 ปีที่ 3 เดือน กุมภาพันธ์ 2547. หน้า 71-74. ผศ.ศักดิ์ สุนทรเสณี. บางปะกงฟาร์ม. นิตยสารสร้างเงินสร้างงาน. ปีที่ 4 ฉบับที่ 042 เดือน พฤศจิกายน 2550. หน้า 99-101.
|
 |
|