ย้อนรอยพลิกฟื้นนากุ้งเพื่อเลี้ยงปลากลายมาเป็นสวนปา
19/9/2551 11:21:10, by อนุพงศ์ มาลี

ย้อนรอย! พลิกฟื้นนากุ้งเพื่อเลี้ยงปลากลายมาเป็นสวนปาล์ม เรียบเรียงโดย อนุพงศ์ มาลี
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เสี้ยวหนึ่งของชีวิตคนเราย่อมต้องเผชิญหลากรูปแบบ หลายรสชาติผู้เลี้ยงกุ้งหลายท่านเคยประสบความสำเร็จ ร่ำรวย มีเงินมีทองอยากได้อะไร สามารถเนรมิตได้ในชั่วข้ามคืน ไม่ว่า บ้าน รถยนต์ ที่ดิน หรือ กิ๊ก (อาจมีบ้างเป็นบางคน) แต่เหตุไฉนปัจจุบันอาชีพเลี้ยงกุ้งที่หลายต่อหลายคนมอง 10 กว่าปีที่ผ่านมาทำนองว่า คนที่เลี้ยงกุ้งเป็น เถ้าแก่ มีกะตังค์ คนใต้เรียกสั้นๆว่า กำลังหรอย แต่ใครจะไปนึกว่า ปัจจุบันชีวิตที่ดีๆเหล่านี้ ที่ผ่านมานั้นแทบไม่เหลือหรออะไรสักนิดเดียวไม่ว่า ทรัพย์สิน เงินทอง ที่ดิน โฉนด คำว่ากุ้ง เซ่นหัวไปหมด ไม่มีอะไรเหลือแถมต้องมาผ่อนหนี้สินกับธนาคารทั้งต้นทั้งดอกเบี้ยกันอาน บางคนยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ต้องฆ่าตัวตาย นี่คือ สัจธรรมชีวิตปัจจุบันจริงๆ ของคนที่เคยทำอาชีพ เลี้ยงกุ้ง ผู้เขียนทราบถึงปัญหา และเข้าใจท่าน แต่ที่ได้นำมาเขียนเสนอเพื่อที่จะคอยเป็นกำลังใจให้ท่านต้องสู้ปัญหาเขามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม เชื่อเหอะน้าหลวงเหอ อีกไม่นานปัญหาก็คงคลี่คลายไปได้ในทางที่ดีขึ้น นิยามกุ้งพลิกฟื้นเป็นปาล์ม เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน เดิมทีเลี้ยงกุ้งอยู่แล้วหรือบางรายที่ไม่ต้องเช่าบ่อของใคร ใช้โอกาสนี้ หันมาเลี้ยงกุ้งสลับไปกับการเลี้ยงปลาไปพลางๆ แถมประโยชน์ได้บำบัดน้ำในบ่อกุ้งไปด้วย ปัจจุบันผู้เลี้ยงกุ้งไม่มีบ่อพักเก็บน้ำอยู่ อาจจะหยุดเลี้ยงกุ้งแบบชั่วคราว หรือไม่หยุดถาวรไปเลย เหตุผลหรือครับ เอาเป็นว่าตาสีตาสาก็สามารถให้คำตอบได้ อาทิเช่น เศรษฐกิจน้ำมันแพง เกิดโรคระบาด สภาวะน้ำที่จืดในทะเลสาบสงขลา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เงินที่ไม่มีมาลงทุนเลี้ยงกุ้งกันแล้ว แต่ยังพอมีผู้เลี้ยงกุ้งมีบ่อกุ้งเก่าที่พักน้ำอยู่แล้วมีไอเดียดีๆได้ทดลองซื้อพันธุ์ลูกปลากะพงขาวที่คนเพาะเลี้ยงฝึกให้กินอาหารเม็ดหรืออาหารสด จนลูกปลาเริ่มคุ้นเคยแล้วนำมาเลี้ยงในบ่อกุ้งขนาด 1-3 ไร่ ประมาณ 2,000-3,000 ตัว ให้กินอาหารเม็ดหรืออาหารสดสับเป็นชิ้นเล็กๆขนาด พอดีคำ เมื่อเลี้ยงไปได้ประมาณ 8-9 เดือนปลากะพงขาวที่เลี้ยงในบ่อกุ้งโตขนาด 1,000-1,200 กรัม/ตัว เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคา 120-150 บาท/กิโลกรัม ถึงจุดนี้ทำให้เกษตรกรสามารถมีรายได้จากการเลี้ยงปลากะพงในบ่อกุ้งเฉลี่ยประมาณ 10,000-12,000 บาท/เดือน ถึงแม้ว่ารายได้จากการเลี้ยงปลาจะเทียบเท่ากับการเลี้ยงกุ้งไม่ได้แต่เกษตรกรบอกมาว่ายังดีกว่าที่ปล่อยบ่อกุ้งทิ้งร้างให้รกร้างว่างเปล่าเฉยๆประการต่อมาอีกอย่างของคนรอบๆทะเลสาบ ปัญหาปากท้อง สัตว์น้ำหายาก เสียงชาวบ้านรำพันอย่าว่าหาไปขายเลย ลำพังเพียงแค่หาไปกินเองก็ยากแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมประมงโดยสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องใด้นำลูกพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม หรือลูกปลาไปปล่อยในหลายๆที่รอบๆทะเลสาบสงขลาหัวใจหลักเพื่อให้พี่น้องชาวบ้านได้มีรายได้มีอาหารได้กินได้ทำและเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำให้ออกลูกออกหลานในทะเลสาบสงขลา
เหตุใดกลายมาเป็นปาล์ม บ่อกุ้งหลายๆ แห่งปัจจุบันที่ปล่อยทิ้งร้างบางหมู่บ้านรัฐบาลให้กรมที่ดินได้จัดทำโครงการส่งเสริมเกษตรกรให้หันมาปลูกปาล์มน้ำมันทดแทน เพื่อผลิตวัตถุดิบน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล ฯลฯ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโครงการแบบนี้ เพราะว่าได้ให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้ถูกทางขึ้น แต่ว่าบางแห่งไม่มีโครงการที่รัฐบาลช่วยส่งเสริมแบบนี้ทำให้เกษตรกรไม่มีทุนรอนที่จะพลิกฟื้นบ่อกุ้งเป็นสวนปาล์มได้ เพราะว่านากุ้ง ขนาด 2-3 ไร่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถมที่หลายแสนบาท/บ่อ ยังไม่รวมค่าพันธุ์ปาล์ม ค่าปุ๋ยหรือรายการอื่นๆอีก ซึ่งปัจจุบันกรมที่ดินเข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อพัฒนาพื้นที่ร้างและบ่อกุ้งที่หยุดเลี้ยงประมาณ 30,000 ไร่ การดำเนินงานปี 2551 กรมที่ดินมีแผนส่งเสริมให้เกษตรกรลุ่มน้ำปากพนังหันมาปลูกปาล์มเพิ่มมากขี้น เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีสภาพดินที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกปาล์มโดยแผนแม่บททางกรมที่ดินได้จัดทำระยะเวลา 5 ปี (2550-2554) งบประมาณ 481.60 ล้านบาท ในส่วนกรมประมง นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองอธิบดีกรมประมงได้เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำปากพนังพื้นที่เป็นนากุ้งร้างได้มีการปรับพื้นที่มาปลูกปาล์มกันมากขึ้นขั้นตอนการปลูกแค่เกลี่ยบ่อกุ้งให้เป็นที่ราบแล้วลงมือปลูกได้ซึ่งปัจจุบันพื้นที่นากุ้งร้างที่หันมาปลูกปาล์มนั้นกำลังได้ผลเป็นที่น่าพอใจตลอดจนราคาปาล์มช่วงนี้พ่อค้ารับซื้อกิโลกรัมละ 5-6 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งฝากบอกมาว่าหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปบอกได้คำเดียวว่า อาชีพการทำนากุ้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง คงต้องหยุดเลี้ยงกุ้งเปลี่ยนอาชีพมาปลูกปาล์มทดแทนเช่นเดียวกับปากพนัง ส่งผลให้การเลี้ยงกุ้งกลายเป็นตำนานจริงๆ กรุณาช่วยพวกเขาด้วยเพราะนี่คือ เสียงสะท้อนจากเกษตรกรที่กำลังรอคอยความหวัง
|
 |
|