Home | หน้าบทความ | ถามตอบปัญหาการเพาะเลี้ยง | Admin   
 
 


10 กันยายน 2553  

การผสมเทียมปลากาดำ
19/11/2545 10:22:35, by มานพ ตั้งตรงไพโรจน์ และคณะ


 

การผสมเทียมปลากาดำ
( หนังสือคู่มือการผสมเทียมพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดย มานพ ตั้งตรงไพโรจน์ และคณะ
สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ กรมประมง 2527 )


     ปลากาดำ ( Morulius chrysophekadion ) เป็นปลาพื้นเมืองของไทย พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติในภาคกลาง มีชุกชุมในลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นปลาน้ำจืด มีเกล็ดสีดำสนิท ลักษณะรูปร่างภายนอกคล้ายปลาตะเพียน แต่ปลากาดำตัวหนากว่าปลาตะเพียน ตัวโตมีขนาด 5-8 กก. เป็นปลาที่มีรสชาติดี นิยมบริโภคและเลี้ยงเป็นสวยงาม จึงได้มีการทดลองค้นคว้าในการผสมเทียมปลากาดำ เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งเสริมให้มีการเลี้ยง ปัจจุบันการผสมเทียมปลากาดำประสบผลสำเร็จ ทำให้มีพันธุ์ปลาปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งขายตลาดต่างประเทศ เพื่อเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ
     สามารถรวบรวมได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง แม่น้ำเจ้าพระยา หรือรวบรวมจากบ่อเลี้ยงปลากาดำโดยตรง

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ
     เมื่อรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ได้แล้ว นำมาเลี้ยงในบ่อดินขนาด 400 ตรม.ขึ้นไป เป็นปลาที่มีการเจริญเติบโตดี ถ้าเลี้ยงในพื้นที่บ่อที่มีลักษณะกว้าง ระดับน้ำในบ่อประมาณ 1-1.2 ม. อาหารของปลากาดำได้แก่ สาหร่าย พืชผัก และตะไคร่น้ำ ควรให้อาหารสมทบ ร้อยละ 1-2 ของน้ำหนักปลาทั้งหมด วันละครั้งทุกวัน และควรถ่ายน้ำในบ่อเดือนละ 2-3 ครั้ง โดยระบายน้ำในบ่อออกประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำในบ่อ แล้วจึงระบายน้ำใหม่เข้าบ่อ
     สำหรับอัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลานั้น ขึ้นอยู่กับขนาดปลา ปกติปล่อยในอัตราขนาด 1 ตัว/5-6 ตรม.
ในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลานั้น อาจเลี้ยงแยกเพศหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าหากมีบ่อพอที่จะเลี้ยงแยกเพศผู้เพศเมียได้ก็ดี เพราะสะดวกในการคัดเลือก และทำให้พ่อแม่พันธุ์ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีความสมบูณร์ทางเพศเต็มที่

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลากาดำ
     ปลาเพศผู้บริเวณครีบหูจะสาก ลำตัวยาวเรียวกว่าตัวเมียเล็กน้อย บริเวณท้องไม่อูม ถ้าแตะที่ท้องเบาๆจะมีน้ำเชื้อสีขาวคล้ายน้ำนมไหลออกมา สำหรับแม่พันธุ์นั้น บริเวณครีบหูลื่นไม่สากมือ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์แล้วท้องแม่พันธุ์จะอูมและบวมเบ่งมีสีแดงอ่อน เมื่อพ่อแม่พันธุ์อายุครบ 1 ปี พ่อพันธุ์จะมีน้ำหนักประมาณ 1 กก. ขนาดความยาวประมาณ 30 ซม. และแม่พันธุ์จะมีน้ำหนักประมาณ 800 กก. ขนาดความยาว 25 ซม.
     แต่ถ้าจะให้ได้ลูกปลาที่มีอัตราการรอดตายสูงแล้ว มักจะใช้พ่อแม่พันธุ์ปลากาดำที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เพราะปริมาณไข่และน้ำเชื้อจะสมบูรณ์กว่าปลาที่มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ได้แล้ว นำมาแยกไว้คนละบ่อ

ปริมาณฮอร์โมนที่ใช้และระยะเวลาในการฉีด
     ฮอร์โมนที่จะใช้ฉีด นิยมใช้ฮฮร์โมนจากต่อมใต้สมองของปลาไนเป็นส่วนมาก สำหรับ ปริมาณฮอร์โมนที่ใช้นั้น ต้องทำการชั่งน้ำหนักแม่พันธุ์ เพื่อคำนวณหาน้ำหนักต่อมปลาที่จะนำมาผสมเทียม ในการฉีดครั้งแรกใช้ปริมาณฮอร์โมน 0.5 โดส สำหรับในการฉีดครั้งที่สองใช้ปริมาณฮอร์โมน 1.5 โดส ระยะเวลาระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สองห่างกัน 6 ชม.

การฉีดฮอร์โมน
     นำต่อมปลาที่เตรียมไว้มาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำกลั่น แล้วฉีดให้กับแม่พันธุ์ในปริมาณที่ต้องการ ตำแหน่งที่จะฉีดนิยมฉีดที่บริเวณลำตัวโคนครีบหลัง ปล่อยทิ้งไว้ 6 ชม. จึงทำการฉีดครั้งที่ 2 แล้วจึงพักปลาไว้ตามเดิม

การรีดไข่ผสมกับน้ำเชื้อ
     หลังจากฉีดเข็มที่ 2 แล้วประมาณ 12 ชม. ก็จับแม่ปลากาดำที่ฉีดฮอร์โมนมาตรวจดูว่าพร้อมที่จะทำการรีดไข่ได้แล้วหรือไม่ โดยบีบดูที่บริเวณช่องท้องเบาๆ ถ้าแม่พันธุ์มีไข่สุกเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ไข่จะไหลออกมา จากนั้นจึงนำแม่พันธุ์ขึ้นมาใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดตามตัวให้แห้ง แล้วจึงทำการรีดไข่ใส่กะละมัง แล้วนำพ่อพันธุ์ปลากาดำที่เตรียมไว้มารีดน้ำเชื้อผสมลงไปในกะละมัง ใช้ขนไก่ที่สะอาดคนให้เข้ากันดีประมาณ 1-2 นาที จึงนำไข่ปลากาดำไปล้างให้สะอาด 2-3 ครั้ง แล้วจึงนำไปเพาะฟักต่อไป

การเพาะฟัก
      เตรียมบ่อเพาะฟักโดยใช่บ่อซีเมนต์แขวนเปลผ้าไนล่อนกางไว้ในบ่อขนาดของเปลผ้าประมาณ 1.5 x 2 x 1 ม. โดยผูกเปลผ้าเอาไว้แล้วเติมน้ำในบ่อซีเมนต์ให้มีระดับต่ำกว่าขอบบนของเปลผ้าไนล่อนประมาณ 20 ซม. รวบรวมไข่ที่ผสมแล้วโปรยลงในบ่อเพาะฟักที่มีเปลผ้าไนล่อนรองรับ มีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทิ้งไว้ประมาณ 12-15 ชม.อุณหภูมิที่พอเหมาะในการเพาะฟักไข่ปลากาดำนั้นอยู่ในระหว่าง 25-28 องศาเซลเซียส
     ในการเพาะฟักถ้ามีจำนวนเปลปลาไนล่อนในการเพาะฟักมากๆจะดี เพราะไข่จะได้ไม่แน่นจนเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ลูกปลากาดำมีอัตราส่วนรอดมากด้วย
     การเพาะฟักอีกวิธีหนึ่งก็คือ การใช้กรวยเพาะฟักโดยเปิดน้ำผ่านเข้าก้นกรวย เพื่อให้ไข่หมุนเวียนตลอดเวลา

การอนุบาลลูกปลากาดำ
     หลังจากฟักออกเป็นตัวแล้วประมาณ 10 ชม. จึงย้ายลูกปลาลงในอวนเปลที่มีน้ำพ่นหรือเครื่องช่วยให้อากาศในระยะแรก ลูกปลาจะกินอาหารจากถุงไข่แดง หลังจากนั้นประมาณ 1 วันถุงไขแดงจะยุบ จึงให้อาหารสมทบซึ่งให้อาหารพวกไข่ต้มใช้เฉพาะไข่แดงบดละเอียดละลายน้ำสาดให้ทั่วเปลผ้าไนล่อน หลังจากเลี้ยงด้วยไข่แดงประมาณ 2 วัน จึงใช้รำละเอียดผสมกับน้ำสาดให้ทั่ว เพื่อลูกปลาจะได้ใช้เป็นอาหารต่อไป เมื่อลูกปลาอายุได้ประมาณ 5 วัน จึงนำไปปล่อยในบ่อดินที่เตรียมไว้
การเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงลูกปลากาดำ ทำการกำจัดศัตรูของปลาเสียก่อนโดยตากบ่อให้แห้งประมาณ 4-5 วัน ใส่ปุ๋ยคอกแล้วเติมน้ำลงไปประมาณ 30 ซม. ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเติมน้ำเข้าบ่อสูงประมาณ 1 เมตร โดยสังเกตดูว่าน้ำในบ่อดินออกสีเขียว แสดงว่าเกิดแพลงค์ตอน ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติ แล้วนำลูกปลาไปปล่อยในบ่อนั้นได้ หลังจากนั้น 1 เดือน ลูกปลากาดำจะมีความยาวประมาณ 2.5 ซม. ก็ทำการรวบรวมลูกปลาไปปล่อยในบ่อดินขนาดใหญ่เพื่อเลี้ยงต่อไป โดยปล่อยในอัตรา 2 ตัว/1 ตรม. หรือ 3,000 ตัว/เนื้อที่ 1 ไร่


      



บทความ
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน3
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน2
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน1
แอมโมเนียกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
การเร่งสีปลาสวยงาม ด้วยสารประกอบให้สี
ปลาหมอตาล
เขียวมรกต ปลาอนาคตไกล.....ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร
เลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์ด้วยผักตบชวา
การเลี้ยงปลาไหลในล้อยาง...แนวทางใหม่ในการเลี้ยง
ไปเรียนรู้เทคนิคการลำเลียงขนย้ายลูกปลากันดีกว่า
 
© Copyright 2002 Nicaonline.com. All right reserved.
Powered by Dwc_Articles 1.2 Beta