Home | หน้าบทความ | ถามตอบปัญหาการเพาะเลี้ยง | Admin   
 
 


10 กันยายน 2553  

การเลี้ยงปลากะพงขาวที่จ.พระนครศรีอยุธยา
8/10/2545 14:50:45, by โดยยุพินท์ วิวัฒนชัยเศรษฐ์


 


โดยยุพินท์ วิวัฒนชัยเศรษฐ์


จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานีของสยามประเทศกว่า 417 ปี มีประวัติศาสตร์ให้ชนรุ่นหลัง ได้ศึกษาอย่างมากมาย นับว่าเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุด โดยสภาพภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน 3 สาย คือ แม่น้ำลพบุรี (ปัจจุบันเป็นคลองเมือง) ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ แม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ ทำให้ประชาชนได้ปลูกสร้างบ้านเรือนเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำ ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตของประชาชนที่มีความผูกพันกับสายน้ำมายาวนาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 76 กิโลเมตร ทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดลพบุรี อ่างทอง และสระบุรี ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี ทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดสระบุรี ทิศตะวันตกติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี โดยอำเภอบางไทรเป็น 1 ใน 16 อำเภอ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลายท่านคุ้นเคยและอาจไปเยี่ยมเยือนมาบ้างแล้วก็คือ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หมู่บ้านศิลปาชีพ สวนนกบางไทร และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำวังปลาซึ่งมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการประมงและจัดแสดงปลาน้ำจืดที่หาชมได้ยากโดยเปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.45 นาฬิกา ยกเว้นวันจันทร์ปิดทำการ สำหรับวันเสาร์ - อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-18.00 นาฬิกา อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 บาท
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ หากสนใจชมพันธุ์ปลาได้ทราบกติกาเรียบร้อยแล้ว เราเดินทางกันต่อไปที่ตำบลแคออก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบกับคุณสุวิทย์ บุญชัยศรี

สวัสดีค่ะ
คุณสุวิทย์ : สวัสดีครับ

ก่อนที่คุณสุวิทย์ บุญชัยศรีจะได้ประกอบอาชีพการเลี้ยงปลากะพงขาวได้ดำเนินอาชีพใดมาก่อนค่ะ
คุณสุวิทย์ : ในสมัยก่อนนั้นอาชีพหลักของผมก็ คือ ทำงานรับเหมาด้านไฟฟ้าและในเวลาว่างก็ได้ดำเนินการเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพเสริม

เหตุใดจึงมีความสนใจเลี้ยงสัตว์น้ำและเริ่มเลี้ยงมานานหรือยังคะ
คุณสุวิทย์ : เรื่องสัตว์น้ำ ทั้งกุ้งและปลาชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เมื่อมีโอกาสจึงลองมาเลี้ยงดู ผมเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ที่บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา โดยการเลี้ยงปลาสลิด

เนื้อที่ที่ใช้เลี้ยงมากน้อยเพียงไร ลูกปลามาจากแหล่ง
คุณสุวิทย์ : เนื้อที่ 100 กว่าไร่ สำหรับพันธุ์ปลาสลิดเป็นลูกปลาที่เกิดจากพ่อแม่ปลาที่เลี้ยงในบ่อซึ่งได้มีการคัดเลือกแล้ว

ปลาสลิดเป็นปลาชนิดแรกที่คุณสุวิทย์เริ่มเลี้ยงคิดว่าเป็นปลาที่เลี้ยงยากไหมคะ
คุณสุวิทย์ : ปลาสลิดเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย แต่ต้องใช้พื้นที่กว้าง มีหญ้าขึ้นตัดหญ้าให้เป็นอาหารของ ปลาสลิด ซึ่งจะกินหญ้า ตะไคร่น้ำ ปัจจุบันไม่ได้ทำปลาสลิดแล้ว แต่ก็ยังประกอบการด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำจนถึงในขณะนี้ โดยมีพื้นที่บริเวณคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนนั้นได้เลี้ยงกุ้งแล้วจึงได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงปลากะพงขาว น้ำบริเวณนี้เป็นน้ำกร่อยในช่วงหน้าแล้ง

ทำไมคุณสุวิทย์จึงให้ความสนใจเลี้ยงปลากะพงขาว
คุณสุวิทย์ : การเลี้ยงปลาสลิด และปลาเบญจพรรณน้ำจืดจำพวกปลานิล ปลาตะเพียน ปลาสวาย มีรายได้นิดเดียวไม่คุ้มค่าและเสียเวลาอีกด้วย ผมเป็นคนใฝ่ศึกษาหาความรู้เลี้ยงไปทดลองไป ชอบที่จะเลี้ยงปลาให้โตหากปลาไม่โตไม่ขายครับ

นอกจากเลี้ยงปลากะพงขาวแล้วยังมีการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นหรือไม่
คุณสุวิทย์ : ก่อนที่จะมาเลี้ยงปลากะพงขาว ผมเคยเลี้ยงทั้งกุ้งก้ามกรามและกุ้งกุลาดำ สำหรับพันธุ์กุ้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้วก็เพาะพันธุ์เอง เพราะพื้นที่เลี้ยงกุ้งอยู่ย่านบางปะกง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกร่อย ปัจจุบันไม่ได้เลี้ยงกุ้งชนิดใดเลย เนื่องจากช่วงหลังอาหารกุ้งมีราคาสูงขึ้น 2-3 เท่า และกุ้งมีราคาตกเลี้ยงแล้วไม่ค่อยมีกำไรครับ
หลังจากได้มาซื้อที่ดินอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงดำเนินการเลี้ยงปลากะพงขาวเป็นหลัก และมีการปล่อยปลาเบญจพรรณไปเก็บกินเศษอาหาร ที่เหลือจากปลากะพง

ปลากะพงขาวเป็นปลาน้ำกร่อย การนำมาเลี้ยงในน้ำจืดมีการเตรียมพันธุ์ปลาอย่างไร ซื้อพันธุ์ปลาที่ไหน
คุณสุวิทย์ : การซื้อพันธุ์ปลากะพงขาวมาเลี้ยงในน้ำจืด จะสั่งให้ผู้เพาะพันธุ์ปลากะพงขาวปรับคุณภาพน้ำให้มีความใกล้เคียงกับน้ำที่ใช้เลี้ยงปลา สำหรับพันธุ์ปลากะพงขาวได้ซื้อจากย่านบางปะกงซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากะพงขาว

พันธุ์ปลาที่ปล่อยมีขนาดเท่าไหร่
คุณสุวิทย์ : ขนาดพันธุ์ปลาที่ปล่อยมีขนาดโตหน่อย ความยาว 4-5 นิ้ว ราคาเฉลี่ยตัวละ 5-8 บาท

ก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยงมีการเตรียมบ่ออย่างไร
คุณสุวิทย์ : บ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาต้องสะอาด ไม่มีปลาชนิดอื่นปะปน เช่น ปลาช่อนซึ่งเป็นปลากินเนื้อ ถ้ามีจะกินปลาที่เลี้ยงในบ่อ ฉะนั้นการเตรียมบ่อต้องมีการกำจัดศัตรูเป็นการป้องกันในเบื้องต้น

การเลี้ยงปลากะพงขาวให้มีอัตราการรอดสูงควรดำเนินการแบบใด
คุณสุวิทย์ : การดำเนินการมีขั้นตอนดังนี้
1. บ่อสะอาด มีการกำจัดศัตรู วัชพืชต่าง ๆ
2. มีแหล่งน้ำสมบูรณ์และน้ำมีคุณภาพดี
3. มีบ่อหรือคอกอนุบาลลูกปลา สำหรับที่ฟาร์มมีขนาด 1-2 ไร่ น้ำลึก 1.50 เมตร

บ่อขนาดดังกล่าวได้ปล่อยพันธุ์ปลาเพื่อการอนุบาลมากน้อยเพียงใด
คุณสุวิทย์ : ในช่วงลูกปลายังมีขนาดเล็กสามารถปล่อยได้จำนวนมาก พร้อมทั้งใช้เครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจน

อาหารสำหรับปลาเล็กให้กินอะไร
คุณสุวิทย์ : ในช่วงที่ปลายังมีขนาดเล็ก จะให้กินปลาเป็ดบดละเอียด ผสมกับยาถ่ายพยาธิ และวิตามินโดยให้วันละ 2 ครั้ง ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว การให้ปลาเหยื่อต้องเฉลี่ยให้อย่างทั่วถึงปลาจะได้มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี

ในช่วงการเลี้ยงปลาเล็กจะมีการคัดขนาดหรือไม่
คุณสุวิทย์ : ไม่มีครับ เพราะพันธุ์ปลาที่ปล่อยมีขนาดใกล้เคียงและให้เหยื่อทั่วถึง ซึ่งช่วงนี้จะเสียเวลาในการดูแลปลาทุกตัวให้ได้กินอาหารสม่ำเสมอกัน

ลักษณะอาหารที่ให้กินเป็นอย่างไรและมีการฝึกการกินอาหารวิธีใด
คุณสุวิทย์ : นำปลาเป็ดมาบดละเอียดก็จะมีความเหนียวเหมือนลูกชิ้น ปั้นแบน ๆ โยนให้ปลากิน วิธีการฝึกให้ปลามากินอาหารจะใช้วิธีเคาะไม้ด้วยการใช้ไม้มาตีกันเป็นสัญญาณ ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงใหม่ ๆ ไปจนกระทั่งจับขาย

การขยายปลาที่เลี้ยงจากบ่อเล็กไปสู่บ่อใหญ่มีความยุ่งยากไหมค่ะ
คุณสุวิทย์ : ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงคนด้วย เพราะที่ฟาร์มจะจัดพื้นที่ให้บ่ออนุบาลกับบ่อเลี้ยงปลาใหญ่มีความต่อเนื่องกัน หลังจากที่เลี้ยงปลาซึ่งมีขนาด 4-5 นิ้ว เป็นเวลา 2-3 เดือนปลาจะมีน้ำหนัก 200-300 กรัม ก็จะเปิดทางให้ปลาในบ่อเล็กไหลไปสู่บ่อใหญ่ สำหรับบ่อใหญ่ระดับน้ำที่ลึกมากที่สุด 2.20 เมตร ในระหว่างการเลี้ยงถ้าน้ำดีก็จะวิ่งน้ำใส่ทุก ๆ วัน ระบบทางน้ำเข้าน้ำออกจะอยู่คนละด้าน เมื่อน้ำใหม่ ๆ เข้าต้นบ่อน้ำเก่าก็จะระบายออกท้ายบ่อ

คุณลักษณะปลาเล็กกับปลาโตเหมือนกันหรือไม่
คุณสุวิทย์ : ไม่เหมือนกันครับ ปลาที่เติบโตขึ้นจะสับปลาเหยื่อเป็นชิ้น ขนาดปลาเหยื่อจะใหญ่ขึ้นเมื่อปลาโตขึ้นในช่วงที่มีน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากปลาเหยื่อตัวไม่โตนักก็จะให้ทั้งตัว ถ้าปลาเหยื่อตัวใหญ่ใช้เครื่องสับเป็นชิ้น

ปัญหาอุปสรรคในการเลี้ยงปลามีบ้างไหม จะป้องกันอย่างไร
คุณสุวิทย์ : ปัญหาการลักขโมยเป็นการสูญเสียอันดับหนึ่ง ส่วนการเลี้ยงไม่มีปัญหาอุปสรรคถ้าน้ำดีคุณภาพดี การตายของปลาน้อยมาก การวิ่งน้ำดีเข้าทุกวันจะช่วยกระตุ้นการกินอาหารและทำให้สภาพแวดล้อมดี ปลาที่เลี้ยงก็ปลอดโรคอีกด้วย

การเลี้ยงปลากะพงขาวจำเป็นต้องให้ปลาเป็ดเป็นอาหาร เคยประสบภาวะการขาดแคลนบ้างไหมและราคาเท่าใด
คุณสุวิทย์ : ในช่วงมรสุมปลาเป็ดจะขาดแคลนเนื่องจากเรือไม่สามารถออกไปทำการประมงปลาเป็ดจะมีราคาแพง ราคาปลาเหยื่อเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7-10 บาท ที่ฟาร์มสร้างห้องเย็นเก็บสำรองปลาเหยื่อได้ปริมาณ 10 ตัน เนื่องจากบ่อเลี้ยงอยู่ไกลแหล่งประมงทะเล รถไม่สะดวกที่จะมาส่งปลาเป็ดได้ทุก ๆ วัน ปลาเหยื่อเหล่านี้ยังเป็นอาหารของจระเข้ ซึ่งได้ทดลองเลี้ยงเพื่อศึกษาเป็นจำนวนหนึ่งด้วย

เวลาช่วงใดที่เหมาะสมสำหรับการให้อาหารปลากะพงขาว
คุณสุวิทย์ : ช่วงบ่ายของทุก ๆ วัน โดยเวลาไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละวัน

การเลี้ยงตั้งแต่ขนาด 4-5 นิ้ว ถึงจับขายใช้เวลาเท่าไหร่
คุณสุวิทย์ : ประมาณ 1 ปี ได้ปลาที่มีน้ำหนักตัว 3 กิโลกรัมโดยเฉลี่ยบางตัวมีน้ำหนัก 5-6 กิโลกรัม การตรวจสอบน้ำหนักปลาจะใช้เบ็ดสุ่มตกขึ้นมาเพื่อปรับอาหารให้มีปริมาณเพียงพอแก่การเจริญเติบโตของปลาที่เลี้ยง

เคยทดลองให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเลี้ยงปลากะพงขาวหรือไม่
คุณสุวิทย์ : ไม่เคยครับ เท่าที่ทราบยังไม่มีใครใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเลี้ยงปลากะพงขาว มีแต่ให้ปลาเหยื่ออย่างเพียงพอ มิฉะนั้นจะสูญเสียโอกาสการเจริญเติบโต

มีการปล่อยปลาชนิดใดเพื่อเสริมปลาเหยื่อ
คุณสุวิทย์ : ปลานิลเป็นปลาที่มีราคาถูก จะปล่อยหลังจากปล่อยปลากะพงขาวไปแล้ว 2-3 วัน นอกจากปลานิลแล้ว ก็มีปลายี่สกเทศ ปลาสวาย ปลาจีน

ปลาที่ปล่อยเสริมปลาเหยื่อปล่อยจำนวนมากน้อยเพียงใดค่ะ
คุณสุวิทย์ : ปล่อยไม่มาก ปลาสวาย 200 ตัว ปลาจีน 200 ตัว ถ้าปล่อยปลาเบญจพรรณมาก จะมาแย่งพื้นที่ แย่งออกซิเจน แย่งอาหารปลากะพงขาวซึ่งเป็นปลาหลัก

ไม่ทราบว่าเลี้ยงปลากะพงขาวมานานหรือยัง และตลาดเป็นอย่างไร
คุณสุวิทย์ : เลี้ยงปลากะพงขาวมา 10 กว่าปี ตลาดปลากะพงขาวไม่มีปัญหา ปลาโตจะมีราคาดีกว่าปลาเล็ก ปลากะพงขาวยิ่งโตยิ่งมีราคาดีและขายง่ายกว่าปลาเล็ก

ระยะเวลาการเจริญเติบโตช่วงใดจะดีกว่ากัน
คุณสุวิทย์ : ปลากะพงขาวช่วง 1 กิโลกรัมขึ้นไป จะโตเร็ว แล้วเลี้ยงต่อไปจนกระทั่งมีน้ำหนัก 3 กิโลกรัมหรือ 5 กิโลกรัม

ราคาปลาที่ขายอยู่คิดวาพอใจไหมค่ะ
คุณสุวิทย์ : พอใจครับ ราคาปลาใหญ่น้ำหนัก 3 กิโลกรัมขึ้นไปประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าน้ำหนักต่ำลงมาราคาต่อกิโลกรัมก็จะถูกกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์

การจับปลาจำเป็นต้องจับให้หมอทั้งบ่อครั้งเดียวใช่ไหม
คุณสุวิทย์ : แล้วแต่ความต้องการของพ่อค้า โดยเฉลี่ยจับ 2-3 ครั้งต่อบ่อ ห่างกัน 3-4 วันหรือ 1 สัปดาห์ จะไม่ให้อาหารเพราะสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไป

การซื้อขายปลา ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นผู้จับปลา
คุณสุวิทย์ : อยู่ที่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ซื้อพร้อมก็จะเตรียมอวนและแรงงานมาพร้อม สำหรับที่ฟาร์มเนื่องจากขาดแคลนแรงงาน ผู้ซื้อก็จะนำแรงงานมาด้วย

ช่วงใดในรอบปีที่ตลาดมีความต้องการปลามาก
คุณสุวิทย์ : ช่วงที่ตลาดต้องการมาก ผู้ซื้อหรือแพปลาจะมาขอร้อง ถึงแม้ปลายังไม่ได้ขนาด ขอ
ให้จับ 4-5 ตัน เพราะปลาขาดแคลน สำหรับการซื้อขายจะขายกับขาประจำกัน ถูกใจกันมาตลอดเพราะพ่อค้าที่ซื้อปลาแต่ละชนิดจะไม่ปะปนกันแต่ละรายจะซื้อเฉพาะชนิดปลานั้น ๆ เช่น พ่อค้าปลาสลิดซื้อปลาสลิด พ่อค้าปลากะพงขาวซื้อเฉพาะปลากะพงขาว

คุณสุวิทย์คิดว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้ผลซึ่งต้องมีการลงทุนแล้วยังมีองค์ประกอบอื่นที่จำเป็นคือ
อะไร
คุณสุวิทย์ : ผมไม่ได้เกษตรกรตัวจริง แต่ก็ได้ทำเรื่องสัตว์น้ำมานาน การทำธุรกิจทุกประเภทต้องมีการลงทุน ถ้าปล่อยปละละเลยก็จะไม่ได้ผล เป็นธุรกิจไม่ได้ ต้องให้ความสนใจ เอาใจใส่ด้วย

นอกจากเงินทุน ความรู้ประสบการณ์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จควรปฏิบัติตนอย่างไร
คุณสุวิทย์ : คนเราต้องปรับสภาพได้ บอกทำไม่ได้ไม่ทำ งานก็จะชะงัก ฉะนั้น คนเราต้องจริงจังและมีใจ

คุณภาพของเนื้อปลากะพงขาวที่เลี้ยงในน้ำจืดแตกต่างจากน้ำกร่อยหรือไม่คะ
คุณสุวิทย์ : เท่าที่ศึกษาดูไม่แตกต่าง เนื้อปลาที่เลี้ยงมีความแน่นและยืดหยุ่นดี อยู่ที่คุณภาพอาหาร คุณภาพน้ำ ถ้าน้ำสกปรก น้ำเน่า ปลากะพงอยู่ไม่ได้ น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาโดยนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แม่น้ำลำคลองมาใช้เลี้ยงปลาได้ ส่วนอาหารปลาต้องสด
บ่อ 5 ไร่ เฉลี่ยไร่ละ 1,000 ตัว ระยะเวลาเลี้ยงอยู่ที่ผู้ขาย ถ้าเลี้ยงตัวโตราคาก็จะสูงขึ้น บ่อ 20 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1 ตัน จะได้ผลผลิตปลากะพงขาว 700-800 กิโลกรัม ปลาเบญจพรรณ ได้แก่ ปลานิล ปลาสวาย ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียน ปลาแปบ ประมาณ 200 กิโลกรัม

ปลากะพงขาวที่คุณสุวิทย์เลี้ยงซึ่งมีน้ำหนักมากที่สุดตัวหนึ่งกี่กิโลกรัม
คุณสุวิทย์ : 12 กิโลกรัมครับ

ปัจจัยอื่น ๆ นอกจากน้ำ อาหาร จำเป็นต้องมีการดูแลอย่างไร
คุณสุวิทย์ : คุณภาพน้ำดี อาหารดี ดูแลเอาใจใส่ดีคุณภาพเนื้อปลาก็จะดี ถ้าอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนปลาไม่ค่อยจะกินอาหารต้องลดปริมาณอาหาร การให้อาหารมากน้อยเพียงใด ต้องดูว่าปลากินพออิ่มหรือยัง

คุณภาพอาหารดี โดยเฉพาะปลาเหยื่อมีการเก็บรักษาแบบใด
คุณสุวิทย์ : ผมจะเก็บรักษาคุณภาพปลาเหยื่อให้สดอยู่เสมอ โดยสร้างห้องเย็นซึ่งจุปลาได้ถึง 10 ตัน เพื่อเก็บปลาเหยื่อ การใช้ปลาเหยื่อประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว

คุณสุวิทย์จะฝากคติประจำใจที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
คุณสุวิทย์ : การทำสิ่งใดก็ตามขอให้จริงจังและเอาใจใส่ แล้วทุกท่านก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด สวัสดีครับ

ในช่วงนี้เราไปคุยกับคุณเกษม สามเรือนทองเจ้าของแพปลาซึ่งได้ติดต่อซื้อปลากะพงขาวกับ คุณสุวิทย์ บุญชัยศรี อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีมาแล้ว
ก่อนหน้าที่คุณเกษมได้ประกอบธุรกิจการซื้อขายปลาได้ทำอาชีพอะไรคะ ปลาที่ซื้อเป็นปลาชนิดใด
คุณเกษม : ส่วนใหญ่เป็นปลากะพงขาวทำมาหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ทำงานในต่างประเทศแล้วมาเป็นผู้แนะนำนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จากนั้นจึงหันมาทำแพปลา

ปลาที่ซื้อขายในช่วงแรกเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลคะ
คุณเกษม : เริ่มแรกค้าปลาทะเลครับ ซึ่งจะมีกำไรสูงมาก มีปลาทะเลชนิดหนึ่งซึ่งมีฤดูกาลจำกัด ปีหนึ่ง ๆ ซื้อได้ 1-1 ? เดือนเท่านั้น ในสมัย 10 ปีที่ผ่านมากำไรเท่าตัวคือซื้อ 100 บาท ขาย 200 บาทซึ่งก็รอไม่ไหว จึงหันเหมาซื้อปลากะพงขาว ซึ่งช่วงก่อนซื้อเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท และเกษตรกรเลี้ยงแล้วก็ยังไม่มั่นใจตลาด

การสร้างเสริมความมั่นใจให้แก่เกษตรกรผู้ปลาทำอย่างไร
คุณเกษม : เราสร้างความมั่นใจด้านตลาดโดยการส่งเสริมปลาเหยื่อ เงินทุน เพื่อให้สามารถเลี้ยงได้มากขึ้น บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ทางแพจะส่งปลาเหยื่อให้แก่ผู้เลี้ยงเป็นส่วนใหญ่

ปัจจัยที่จะส่งผลให้ปลาที่เลี้ยงคุณภาพดีมีอะไรบ้างคะ
คุณเกษม : ระยะเวลาการเลี้ยงขึ้นกับความสมบูรณ์ของน้ำและอาหาร ถ้าผู้เลี้ยงมีความชำนาญก็จะใช้ระยะเวลาสั้น
น้ำหนักปลามากส่วนผู้ชำนาญน้อยจะใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานกว่า แล้วแต่เจ้าของบ่อจะลงปลาช่วงใด

คุณเกษมมีความชำนาญด้านการตลาดปลากะพงมีการแจ้งเกษตรกรหรือไม่ว่า ปลาขนาดใดที่ตลาดต้องการมาก
คุณเกษม : ด้านการตลาด ปลาขนาด 5,6,7 ขีด จากปากบ่อกิโลกรัมละ 100 บาท ถ้าปลา 4-5 กิโลกรัมขึ้นไป ราคากิโลกรัมละ 95-120 บาท
ปลากะพงขาวขนาดน้ำหนักตัว 5-6 กิโลกรัมส่งร้านข้าวต้ม ปลากะพงขาวขนาดน้ำหนักตัว 4-5 กิโลกรัม ส่งโรงแรม ปลากะพงขาวนขนาดน้ำหนักตัว 3-4 กิโลกรัม ส่งสิงคโปร์ มาเลเซีย

ผลผลิตที่จับขึ้นมาได้จำนวนกว่าสิบตันกระจายไปอย่างไร
คุณเกษม : ถ้าจับปลาขึ้นมามากก็จะให้ลูกค้าซื้อเพิ่มขึ้น แล้วเก็บรักษาปลาไว้ในช่วงที่ปลายังไม่ได้ขึ้น การเก็บรักษา ปลาขึ้นจากน้ำจะแช่น้ำแข็งในตู้แช่ทันที ปลา 100 กิโลกรัมใช้น้ำแข็งหนึ่งลูกครึ่งถ้าปล่อยให้ปลาตายในน้ำ เนื้อปลาจะซีด ราคาจะต่ำกิโลกรัมละหลายสิบบาท

ช่วงใดในรอบปีที่มีผลผลิตการจำหน่ายปลากะพงขาวเลี้ยงได้ราคาดี
คุณเกษม : ช่วงที่ทะเลมีคลื่นลมแรงจัด ปลากะพงขาวเลี้ยงจะจำหน่ายได้ดี หากคลื่นลมสงบเรือประมงออกไปจับปลาได้ ปลาทะเลจะดีกว่าตัวโตกว่า

การเจริญเติบโตของปลากะพงขาวในน้ำจืดจะมีอัตราใกล้เคียงกับน้ำกร่อยไหม
คุณเกษม : คนทั่วไปร้อยละ 80 เข้าใจว่าเป็นปลาน้ำเค็ม แต่จริง ๆ แล้วปลากะพงขาวรัก 2 น้ำ คืออยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย

ปลากะพงขาวจะขายดีช่วงใดในรอบปี
คุณเกษม : ในช่วงเทศกาลจะขายได้ดี นอกเทศกาลเข้าพรรษาจะมีคนทำบุญบ้าง งานแต่งบ้าง ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นต้น สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากาบ้านเขามีพื้นที่เกษตรมาก พื้นที่เลี้ยงปลาน้อย มีปศุสัตว์มากกว่า

ปลาที่ซื้อได้ส่งไปประเทศใดบ้าง
คุณเกษม : ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว สำหรับประเทศมาเลเซียขายได้มาก ปลากะพงขาวเนื้อแข็ง ชาวมุสลิมชอบเป็นพิเศษ ส่วนคนไทยชอบรับประทานอาหารปลาที่มีเนื้อไม่แข็ง น้ำหนักไม่เกิน 3 กิโลกรัม สำหรับมาเลเซียจะซื้อปลาที่มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัมขึ้นไป

จากการค้าปลา ปลาเลี้ยงจะมาแทนที่ปลาทะเลมากน้อยแค่ไหน
คุณเกษม : ขึ้นกับปริมาณปลาทะเล ถ้าปลาทะเลมีมาก ปลาเลี้ยงก็ขายได้น้อยลง ปัจจุบันทะเลอ่าวไทยปลาขนาดใหญ่และปลาเศรษฐกิจมีน้อย จะมีมากก็เป็นปลาตัวเล็กตัวน้อย

การซื้อขายปลามีการแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงบ้างไหมคะ
คุณเกษม : แน่นอนครับ แนะนำช่วงเวลาการลงปลาเดือนใด พันธุ์ปลากี่นิ้ว ความสมบูรณ์ของปลา ดูที่สีปลา เวลาลงปลาอย่าให้โดนฝน สุขภาพปลาจะไม่แข็งแรง

คุณเกษมคิดว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ราคาปลาไม่ตกต่ำ
คุณเกษม : อยากให้เกษตรกรรวมตัวขายในรูปสหกรณ์ ไม่ขายกดราคากันเอง เพื่อมิให้สินค้าล้นตลาด

แนวโน้มตลาดปลากะพงขาวเป็นอย่างไร
คุณเกษม : ตลาดไปได้ดี ปลาเป็นอาหารที่ทุกคนชอบ อยู่ในเมนูอาหารของทุกประเทศ ตลาดไม่มีทางตัน ผลิตมาก็สามารถขายได้เรื่อย ๆ ครับ

คำขอบคุณ

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณสมยศ สุขเจริญ ประมงอำเภอบางไทร ที่ได้กรุณานำพาคณะของเราพร้อมด้วยคุณอรุณี สังขะสัญญา ช่างภาพฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ไปสัมภาษณ์ พร้อมทั้งถ่ายภาพผลผลิต การจับปลากะพงขาวมาเผยแพร่ในหนังสือวารสารการประมงฉบับนี้.


(วารสารการประมง ปีที่ 54 ฉบับที่ 5 กันยายน - ตุลาคม 2544)

 


      



บทความ
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน3
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน2
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส... ด้วยการเลี้ยงปลาในกระชังตอน1
แอมโมเนียกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
การเร่งสีปลาสวยงาม ด้วยสารประกอบให้สี
ปลาหมอตาล
เขียวมรกต ปลาอนาคตไกล.....ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร
เลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์ด้วยผักตบชวา
การเลี้ยงปลาไหลในล้อยาง...แนวทางใหม่ในการเลี้ยง
ไปเรียนรู้เทคนิคการลำเลียงขนย้ายลูกปลากันดีกว่า
 
© Copyright 2002 Nicaonline.com. All right reserved.
Powered by Dwc_Articles 1.2 Beta