ปลาหมอสี ปลาสวยงามจากอเมริกาใต้
6/1/2549 9:56:50, by โกวิทย์ พุฒทวี

ปลาหมอสี ปลาสวยงามจากอเมริกาใต้ ถิ่นกำเนิด ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่มาจากทะเลสาบ ทังกันยิกา ทะเลสาบมาลาวีและทะเลสาบวิกตอเรีย รูปร่างลักษณะคล้ายปลาหมอไทย แต่มีสีสันหลากหลายสวยงามยิ่งนัก ตามตำราระบุว่าปลาหมอชนิดนี้เป็นลัตว์น้ำเค็ม แต่เมื่อประมาณ 11-30 ล้านปีได้เกิดการแตกแยกของผิวโลก กลายเป็นทะเลสาบ ปลาทะเลนานาชนิดไถเข้าไปอยู่อาศัย โดยเฉพาะปลาหมอสีได้วิวัฒนาการมาตลอดจนมีจำนวนสกุลและชนิดมาก ดังนั้นรูปร่างและพฤติกรรมก็แตกต่างกันหลายรูปแบบด้วย ปัจจุบันนี้ปลาหมอสีได้ถูกมนุษย์จับมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และพัฒนาพันธุ์มากมายหลายชนิด ซึ่งประเทศไทยก็มิน้อยหน้าประเทศใด ๆ เลย เพราะว่ามีผู้เลี้ยงปลาสวยงามจำนวนมากนิยมนำปลาชนิดนี้มาเลี้ยงพร้อมกับพัฒนาพันธุ์ ผลิตลูกพันธุ์ขายให้กับผู้สนใจทั้งในและนอกประเทศ ทำเงินเข้าประเทศปีละนับสิบ ๆ ล้านบาท เช่นปลาในสกุล (Genus Nimbochromis), Genus Protomelas, Genus Aulonocara, Genus Aristochromis, Genus Copadichromis, Genus Geophagus และ Labeotropheus ชนิดของปลาหมอสี แบ่งตามชนิด เช่น 1. สกุล Geophagas มีวามสวยงามและมีความแปลกในด้านของสีสันและรูปทางปลาหมอในกลุ่มนี้ เป็นปลาหมอสายพันธุ์แท้จากอเมริกาใต้ปลาหมอกลุ่มนี้สามารถเลี้ยงรวมกันได้กับพรรณไม้น้ำชนิดที่มีความคงทนและแข็งแรง รวมทั้งการจัดตู้โดยใช้ขอนไม้ ปลาหมอในกลุ่มนี้น้อยคนนักที่จะรู้จัก ความจริงแล้วมีการนำเข้าปลาในกลุ่มนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว ทั้งมีปลาหมอสีสกุล Geophagas มากเกือบ 10 ชนิด ที่มีเข้ามาขายในบ้านเรา และเป็นที่รู้จักกันดีมีอยู่ประมาณ 6 ชนิดได้แก่ 1.1 Balzanii มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศปารากวัย จุดเด่นอยู่ที่ส่วนตัว ตรงบริเวณปากที่จะนูนออกมาจนทำให้สันของจงอยปากตั้งตรง สีของลำตัวมีสีเหลืองและมีแถบดำลักษณะเป็นริ้วพาดขวางลำตัว บริเวณแก้มและลำตัวปลายจุดฟ้า
 1.2 Brasiliensis ตั้งชื่อตามประเทศ นอกจากนี้ยังพบในประเทศอาเจนติน่า มีลำตัวแบน หัวโต ปากกว้าง นัยน์ตามีขนาดปานกลาง และคอหางสั้น ครีบกระโดงมีปลายเรียว แหลม และอยู่กลางลำตัว
 1.3 Surinamensis จับได้จากเมือง ซูรินัม (ประเทศอีกาน่า) มีลำตัวแบนข้าง ตัวโต จงอยปากยาว ปากเล็ก และอยู่ในแนวระดับเดียวกับท้องครีบกระโดง
 1.4 พร็อกซินัม คล้ายซูรินัม มีสีสันเข้มและเงางามกว่า เวลาที่ปลาว่ายกลับตัวหรือกระทบแสงไฟจะเห็นเป็นสีเหลืองที่สวยงาม มีลำตัวแบนข้าง 1.5 ทาปาโจส (Tapajos Orangehead or Red head) มีสีแดงบริเวณส่วนหัวและบริเวณหางจะเป็นริ้ว ลำตัวมีสีเขียว แต่ไม่เงางามหรือเป็นประกายเท่ากับพร็อกซินัม เป็นปลาที่พึ่งมีการนำเข้ามาในเมืองไทย แหล่งกำเนิด Rio Tapajos, South America.
 1.6 ฮอนเด (Steindachneri Red-hamp) 2. สกุล Nimbochromis ถิ่นกำเนิดในทะเลสาบมาลาวี เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 25-30 ซม. เป็นปลากินเนื้อ จึงปรับสีสันของลำตัวให้กลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยในการล่า มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ปลาหมอสีฟัสโก fuscotaenlatus พื้นลำตัวสีฟ้าขอบเกล็ดสีแดง มีสีน้ำตาลปนน้ำเงินขนาดใหญ่กลางลำตัว ปลาหมอสิฟวิ่งสโตน living stonii ตามความหมายของภาษาอังกฤษ คือ ก้อนหินที่มีชีวิต ลำตัวนั้นจะมีสีขาวเป็นพื้นและจะประดับสีน้ำตาลอมสีฟ้า ปลาหมอเก๋า Polystigma ลำตัวส่วนต่าง ๆ คล้ายลิฟวิ่งสโตน มีจุดสีดำกระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของหัวและลำตัว และครีบทุกครีบ ลำตัวมีพื้นของลายน้ำเงินเข้มอมน้ำตาล ปลาหมอสีนัส Venustus หรือปลาหมอลายเมฆ มีรูปร่างและสัดส่วนใกล้เคียงกับปลาหมอเก๋า ลักษณะเด่น สันหัวและลำตัวมีลายดำประดับ พื้นลำตัวมีสีเหลืองอมเขียว สีทั้งสองตัดกันทำให้ลายนั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น ปลาหมอลินลาย ลวดลายตามลำตัวคล้ายกับปลาหมอเก๋า ลักษณะเป็นลายทางตามแนวนอนไม่คมชัด สีน้ำตาล 3 แถบ และมีจุดสีน้ำตาลกระจายทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะส่วนหัวและใบหน้า แปลกตรงที่มีส่วนของปากยื่นยาวออกมาก่อนข้างมาก 3. สกุล Protomelas มีหลายชนิดด้วยกันโดยใช้แพทเทิร์นของสีเป็นหลัก ในการจำแนกชนิด คือปลาทุกชนิดในสกุลนี้จะต้องมีแถบสีดำสองแถบพาดตามความยาวของลำตัว แถบสีดำอันแรกอยู่ตามแนวหลัง ส่วนแถบที่ 2 อยู่บริเวณกึ่งกลางของลำตัวและแถบสำดำอีกลักษณะหนึ่งจะอยู่ในแนวดิ่งมีขนาดและความเข้มของสีแตกต่างกันไปตามชนิดของปลา เช่น ปลาหมอฟิเนสตราตัส fenestratus
 ลำตัวเป็นสีฟ้า กึ่งกลางของลำตัวแต่ละข้างมีแถบสีน้ำเงินเข้มพาดตามยาวและตามแนวดิ่ง มีแถบสีน้ำเงินพาดขวางลำตัว 9-10 แถบ ท้องสีเหลือง ตัวผู้ยาวสุดประมาณ 18 ซม. ตัวเมียยาวสุด 12 ซม. ปลาหมอใต้หวันฟิเนสตราตัส Protomelas sp. fenestratus taiwan
 รูปทางใกล้เคียงกับปลาหมอฟิเนสตราตัส ผู้ที่ตั้งชื่อยังไม่แน่ใจว่าเป็นชนิดใหม่จึงใส่ sp. ไว้หลังสุด แต่เมื่อนำปลาทั้งสองชนิดมาเปรียบเทียบกันพบว่าปลาหมอใต้หวันมีลำตัวแบนข้างมากและแถบสีดำที่อยู่ในแนวดิ่ง มีขนาดใหญ่กว่า ท้องสีเหลืองส้ม ครีบกระโดงมีขอบขาวขนาดใหญ่ หัวมีแถบยาวผ่า ครีก้นแถว ปลาหมอชิมิลิส similes
 แถบสีดำขนาดใหญ่พาดตามความยาวของลำตัว เริ่มต้นจากบริเวณช่องเปิดเหงือกไปสิ้นสุดที่ปลายกระดูกหาง หัวและลำตัวสีฟ้าอมเขียว แนวสันหลังเหลือง ลายดำที่ขวางลำตัวเห็นเป็นเงา ๆ ไม่ชัดเจน มีความยาวสุดประมาณ 17 ซม. ปลาหมอไทเกอร์ Protomelus sp. Stveni Tiger
 คล้ายคลึงกับปลาหมอฟินเนสตราตัส คล้ายคลึงกับปลาหมอฟินเนสตราตัส แตกต่างกันที่ลายและแพทเทิร์นของสี มีแถบสำดำสลับพื้นเหลืองทั้งในส่วนที่เป็นลายนอนและลายตั้งมีขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดบริเวณ บาราร็อค มีชื่อทางการค้าว่า สตีวีนิธิคาบาร์ ตัวผู้มีความยาวสุด 13 ซม. ปลาหมอซัลเฟอร์เฮด, โอวาตัส Protomelas spilonotus หรือ Ovatus
 มีสีที่แตกต่างจากปลาในสกุลเดียวกันคือ บริเวณหัวมีสีฟ้าอ่อน และสีจะเข้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อถึงครีบหาง มีสีเหลืองเข้มที่อยู่บนหัว จนถึงหน้าครีบกระโดง ลักษณะแพทเทิร์นของสีประจำสกุล ปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน แถบสีดำมีทั้งแนวนอนและแนวตั้งครบถ้วน เป็นปลาค่อนข้างใหญ่ ตัวผู้ยาวสุด 25 ซม. ตัวเมียขนาดเล็กกว่ามาก เมื่อโตเต็มวัยยาวสุด 16 ซม. ปลาหมอเฮดเอ็มเพรสบอดซูลู Protomelas taeniolatus
 ชื่อการค้า Haplochromis Boadzulu สีของปลาตัวนี้เมื่อโตเต็มวัย ลำตัวบริเวณท้องและฐานครีบก้นเป็นสีแดงเข้ม กลางตัวส่วนเหนือขึ้นไป เป็นสีน้ำเงินและหลังดำ ขอบเกล็ดแดง โตเต็มที่ยาวไม่เกิน 19 ซม.
แบ่งตามแหล่งที่อยู่เป็น 2 พวก - อาศัยอยู่ตามผิวน้ำพื้นทราย และมีก้อนหินปะปนอยู่บ้าง เป็นพวกนอนเอ็มบูนา (non-mbrna) - พวกเอ็มบูนา (mbuna) อาศัยอยู่ตามโขดหิน เกาะหิน หินใต้น้ำและชายฝั่งที่เป็นหน้าผา
สกุล Aristochromis มี 1 ชนิด ปลาหมอคริสตี้ ในระยะตัวเต็มวัยมีห้าสีฟ้าครามลำตัวสีน้ำเงินแถบสีดำขอบเกล็ดสีดำ สกุล Aulonocara มีความหลากหลายทั้งชนิดและสายพันธุ์ ชื่อสกุลมาจากลักษณะพิเศษของรูที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าผาก แก้มและขากรรไกรล่าง รูเหล่านี้จะเลียงเป็นแถวเช่นเดียวกับรูของเส้นข้างตัว ซึ่งมีเส้นประสาทเชื่อมโยงติดต่อกันเป็นระบบ นักเลี้ยงปลาแบ่งปลานี้ออกเป็น 2 กลุ่ม

1. อาศัยอยู่ตามพื้นทราย ขนาดใหญ่ ความยาว 15-20 ซม. ชนิดที่เลี้ยงในประเทศไทย เช่นมาลาวีคอแดง, มาลาวีน้ำเงิน, มาลาวีอาปาเช่ 2. อาศัยอยู่ตามพื้นทราบริเวณใกล้โขดหิน เรียกว่า ร็อกฟิคอก มีสีสันสดสวยเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาสวยงาม มีขนาดเล็กกว่าปลากลุ่มแรก มีความหลากหลายสายพันธุ์ พบประมาณ 20 ชนิด เช่น มาลาวีเหลือง, มาลาวีสีน้ำเงินคอแดง, มาลาวีห้าสี มาลาวีแดง มาลาวีเหลือง พื้นลำตัวมีสีเหลืองและแถบสีน้ำขวางลำตัวประมาณ 5-7 แถบ แก้มมีสีน้ำเงินกระโดงสีเหลือง ครีบก้นมีแถบสีน้ำเงินแซบและมีจุดไข่ ปลาขนาดเล็ก
 มาลาวีสีน้ำเงินคอแดง มีสีน้ำเงินเป็นประกายคล้ายสีของโลหะ ครีบกระโดงส่วนตัวเป็นสีน้ำเงิน
 มาลาวีห้าสี เป็นปลาลูกผสมที่เกิดจากนักเลี้ยงปลาหมอสีในประเทศไทย คล้ายมาลาวีน้ำเงิน แต่โตกว่า
 มาลาวีแดง มีสีส้มแดง บริเวณส่วนตัวของลำตัวตั้งแต่ช่วงตา ถึงฐานครีบกระโดงหลังลำตัวมีพื้นสีฟ้าสลับเกล็ดสีส้ม และมีแถบสีดำพาดขวางลำตัว
 มาลาวีน้ำเงิน มีการแพร่กระจายตามแนวชายฝั่งระหว่างหมู่บ้าน ซิ ซี ซี่ จนถึงเอ็นการโดยเฉพาะที่จับได้จากแหล่งเอ็มเบ็นจี มีสีน้ำเงินของกษัตริย์ ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า บลูซิกัล ครีบกระโดงมีขอบสีขาวและปลายครีบมีสีเหลืองอมฟ้า ครีบหางมื้นสีเหลืองปนขาวเงินประดับด้วยจุดและประสีแดงเข้ม ดูคล้ายหางนกยูง นักเลี้ยงปลาจึงมักเรียกว่า นกยูงเอ็ม-เบ็นจี ขนาดตัวผู้มีความยาวสุด 11 ซม. ตัวเมียยาวสุด 8.5 ซม.
 สกุล Copadichromis จัดเป็นปลาที่มีขนาดปานกลาง แพทเทิร์นของเมลานินที่พบมี 2 ลักษณะคือ 1 เป็นแถบสีดำ 2 แถบอยู่กลางลำตัว 1 แถบและอีกหนึ่งแถบอยู่ที่แนวสันหลัง 2 มีลักษณะจุดสีดำ 3 จุด อยู่บริเวณลำตัว 2 จุด และที่โดนหาง 1 จุด แพทเทิร์นของสีส่วนใหญ่จะจางหายไปเมื่อปลาโตเต็มวัยหรือในระยะเวลาผสมวางไข่
 ปลาหมอบอร์เลยีคาตันโก จุดเด่นอยู่ที่ครีบตะเกียบที่มีปลายยาวเรียวเป็นสายระยางค์ลำตัวจะมีสีแดงอิฐ หัวสีฟ้าจาง หางปลาชนิดนี้จะไม่มีลายอย่างลายนกยูง ขนาดตัวผู้มีความยาวสุด 15 ซม. สกุล Labeotropheus มีลักษณะเด่นและเป็นเอกลักษณะที่ปลายจงอยปากที่ยื่นล้ำเลยออกไปจากริมฝีปาก ลักษณะคล้ายจมูกที่โด่ง นักเลี้ยงปลาเรียกว่า หมอปากโลมา ปลาสกุลนี้มี 2 ชนิด ปลาหมอปากโลมาอ้วน ลำตัวสีเหลืองส้ม และมีจุดดำกระจายอยู่ทั่วไป ปลาหมอปากโลมาตัวผอม มีลำตัวสั้นและผอมกว่าปลาหมอปากโลมาตัวอ้วนแต่จงอยปากลาดเรียว แหลมกว่ามีสีเหลืองสนิมอยู่ในแนวสันหลัง ตัวผู้ความยาวประมาณ 12-13 ซม. ตัวเมียมีขนาดเล็ก
อาหารและนิสัยการกินอาหารปลาหมอสี ปลาหมอสีบางชนิดจะกินอาหารไม่เหมือนกันในธรรมชาติ บางชนิดกินแพลงก์ตอนพืช บางชนิดกินพวกลูกกุ้ง ลูกปลาขนาดเล็ก แต่เมื่อนำมาเลี้ยงเราสามารถฝึกให้กินอาหารสำเร็จรูป และอาหารสดหลายอย่าง เช่น กุ้งฝอยและไรทะเลให้โปรตีนสูง และลูกปลาแรกเกิดเมื่อเริ่มให้อาหารมักเลี้ยงด้วยโรติเฟอร์ ซึ่งเป็นอาหารขนาดจิ๋วที่ให้คุณค่าทางอาหารต่อปลาดีมาก และชนิดของอาหารบวกกับนิสัยการกินอาหารของปลาแต่ละชนิด ซึ่งจะไม่ทำให้ผู้เลี้ยงต้องรังเลในเรื่องอาหารของปลาแต่ละชนิด ได้แก่ ปลาหมอสีสกุล Geophagus เช่น Balzanii, Brasiliensis, Surinumensis พร็อกซินัม, ทาบาโจท, ฮอนเด เป็นปลานักขุดคุ้ยพื้นตู้ กินอาหารสำเร็จรูปและสัตว์ขนาดเล็ก
 ปลาหมอสีสกุล Nimbochomis เช่น ปลาหมอฟัสโก, ลิฟวิ่งสโตน, ปลาหมอเก๋า (Polystigma), ปลาหมอวินัส, ปลาหมอลินลาย จะใช้วิธีการจับเหยื่อ โดยการพรางตัวให้เข้ากับลวดลายเป็นปลากินเนื้อ กินปลาที่มีขนาดเล็กกว่า โดยเฉพาะปลาหมอในกลุ่ม Mbuna และอาหารสำเร็จรูป ปลาหมอสีสกุล Protomelas เช่น ปลาหมอใต้หวันฟิเนสตราตัส, ปลาหมอซิมิลิส, เป็นปลาที่กินพืชเป็นอาหารหลักการใช้ชีวิตส่วนใหญ่เลยอยู่แถวบริเวณดงพืช และอาหารสำเร็จรูป ส่วนปลาหมอฟิเนสตราตัส, ปลาหมอไทเกอร์, ปลาหมอโอวาตัส และปลาหมอเรดเอ็มเพรสบอดซูลู เป็นปลาที่กินเนื้อกินสัตว์ขนาดเล็กกว่า และอาหารสำเร็จรูป ปลาหมอสกุล Aulonocara เช่น มาลาวีน้ำเงินคอแดง, มาลาวีน้ำเงิน, มาลาวีอาปาเช่, มาลาวีเหลือง, มาลาวีแดง และมาลาวีห้าสี นิสัยชอบต่อสู้กันเองมีนิสัยก้าวร้าว กินอาหารได้หลากหลาย เช่น ไรทะเลและกุ้งฝอย หรือให้สลับกับอาหารสำเร็จรูป ปลาหมอสีสกุล Copadichomis เช่น บอร์เลยีคาตันโก กินอาหารได้ทุกอย่าง ทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป ในธรรมชาติกินแพลงตอนที่ไหลมาตามกระแสน้ำ ถ้าให้อาหารสำเร็จรูปการให้อาหารที่ดี เลี้ยงง่าย กินเก่ง ปลาหมอสกุล Aristochromis เช่น ปลาหมอคริสตี้ นักล่าผู้มีลีลาโฉบเฉียวเหมือนเหยี่ยวบนท้องฟ้า มันจะใช้วิธีเฝ้าและสะกดลอยตามเหยื่อจากต้านบนจนเหยื่อเผลอ และสามารกินปลาหมอเอิมมูน่าขนาดใหญ่เท่าปากของมันได้ด้วยการงับ แล้วค่อย ๆ กลับส่วนหัวเข้าไปในปากทีละน้อย และสามารถปรับตัวเข้ากับอาหารสำเร็จรูปได้ง่าย ปลาหมอสกุล Labeotropheus โลมาอ้วนห้าสี โลมาตัวผอม อาหารที่กินจะให้อาหารสำเร็จรูป

อ้างอิง
ยุพินท์ วิวัฒนชัยเศรษบ์ วารสารการประมง 2548 ปีที่ 58 ฉบับที่ 5 กันยายน ตุลาคม หน้า 421 429 มาเลี้ยงปลาหมอสีกันเถอะ ศุภชัย นิลวานิช 2547 ครบเครื่องธุรกิจปลาสวยงาม พิมพ์ครั้งที่ 7 หน้า 144 147 นิตยสารอควา 2547 สื่อสายใยโลกใต้น้ำ ปีที่ 2 15 สิงหาคม 15 กันยายน หน้า 68-77 พิชัยไทยยืนวงษ์ 2544 มหัศจรรย์ พันธุ์ปลาหมอสี พิมพ์ครั้งที่ 1 161 หน้า Fancy fish Thailand 2548 ปีที่ 5 ฉบับที่ 10 เดือน ตุลาคม หน้า39 42, 108-111 Fancy fish Thailand 2548 ปีที่ 5 ฉบับที่ 58 เดือน สิงหาคม หน้า 108-111
ริมบ่อ
|
 |
|